4,889
VIEWS

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท การเติบโตสู่ตลาดโรงแรมระดับโกลบอล ของ สิงห์ เอสเตท

Oct 30, 2019 -None-

หนึ่งใน Key Business สำคัญของ “สิงห์ เอสเตท” ที่มีการขยายตัวและการเติบโตอย่างต่อเนื่องคือ “ธุรกิจโรงแรม (Hospitality)”   เห็นได้จากการเดินหน้าลุยบิ๊กโปรเจ็กต์มากมายทั้งในและต่างประเทศ และที่สำคัญคือการมุ่งเน้นสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจโรงแรมที่มุ่งสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บริการ ที่เกิดจากคุณภาพในองค์รวม และที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ชุมชนรอบข้าง อันจะนำไปสู่การทำธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน

แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR บริษัทลูกของสิงห์ เอสเตส ที่กำลังจะมาสร้างสีสัน ความคึกคัก และความน่าสนใจให้กับอุตสาหกรรมโรงแรมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และที่สำคัญคือปลายปีนี้ สิงห์ เอสเตท มีแผนที่จะนำ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) - SHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรมมุ่งสู่การเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำในระดับนานาชาติ (Premier Hotel Investment & Resort Management Company)

เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR อธิบายว่า “SHR ใช้ความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคโดยมองไปที่ Lifestyle ของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบการไปพักผ่อน เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ โดยคนกลุ่มนี้อยากสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ทำให้โรงแรมในเครือของ SHR ทั้งหมดถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเหมาะสม”

โดยปัจจุบัน SHR มีโรงแรมในเครือ 39 แห่ง จำนวนรวม 4,647 ห้อง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหราชอาณาจักร มัลดีฟส์ ฟิจิ และหมู่เกาะมอริเชียส สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ คงจะหนีไม่พ้นการเปิดตัวโครงการ CROSSROADS ประเทศมัลดีฟส์ ที่ประกอบไปด้วย ท่าเรือยอร์ชมารีนาพร้อมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง พร้อมทั้งเปิดตัวโรงแรมชั้นนำถึง 2 แห่ง ได้แก่ SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และ Hard Rock Hotel Maldives เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะที่ผ่านมาและมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของรัฐบาลมัลดีฟส์

“มัลดีฟส์ นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของคนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่ต้องการพักผ่อนและท่องเที่ยว CROSSROADS จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่สร้างประสบการณ์สำหรับการพักผ่อนระดับเวิลด์คลาส ผนวกทุกบริการไว้อย่างเต็มรูปแบบ”

เมื่อมองไปที่เป้าหมายของ SHR ที่ต้องการสร้างความแข็งแกร่ง และตอกย้ำเป้าหมายสู่การเป็น “Global Holding Company” ของสิงห์ เอสเตท โดยโครงการ CROSSROADS ที่มัลดีฟส์ ก็นับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยย้ำภาพถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นได้ โดยภายในปี 2568 SHR ตั้งเป้าที่จะขยายจำนวนโรงแรมและห้องพักเป็น 80 โรงแรม

เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ยังได้เล่าถึงการขยายธุรกิจของ SHR หลังจากนี้ที่ต้องการดับเบิ้ลตัวเองเป็น 80 โรงแรมภายในปี 2568 โดยจะใช้โมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่มีความสอดคล้องกับการเติบโตในแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่และช่วงจังหวะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยแพลตฟอร์มธุรกิจ 4 แบบ คือ 1) โรงแรมที่เป็นเจ้าของและบริหารเอง 2) โรงแรมที่บริหารผ่าน Franchise Agreement กับแบรนด์ระดับโลก 3) โรงแรมที่บริหารผ่านสัญญาบริหารจัดการโรงแรม 4) โรงแรมที่บริหารผ่านแบรนด์ที่ SHR สร้างขึ้นมาเอง

“ทั้ง 4 แพลตฟอร์มธุรกิจ มีความครอบคลุมและหลากหลาย ในการขยายการเติบโต ตอบโจทย์ธุรกิจครบทุกด้าน สามารถขยายไปตลาดระดับโกลบอลได้ง่ายมากขึ้น”

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ของ SHR เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 63.1% โดยในปี 2559 ปี 2560 และปี 2561 รายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมของ SHR อยู่ที่ 968.0 ล้านบาท 1,074.0 ล้านบาท และ 2,575.7 ล้านบาท

สำหรับงวดสิ้นสุด 6 เดือนปี 2562 รายได้จากดำเนินงานตามงบการเงินรวมของ SHR เท่ากับ 1,751.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.8% จาก 715.6 ล้านบาท ของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่เป็นไปตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าภายใต้การแข่งขัน และภายใต้โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงย่อมมีความยากและความท้าทายเกิดขึ้นมากมาย การรับมือของ SHR ต่อความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังคงอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจตลาดและการวิเคราะห์ภายใต้ความต้องการของผู้บริโภค

“การเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งที่เราสามารถควบคุมได้ และไม่สามารถควบคุมได้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเราสามารถศึกษา วิเคราะห์ด้วยความเข้าใจ ก็จะทำให้เราวางแผนการเติบโตได้ อย่าลืมว่าการเติบโตในลักษณะของโกลบอลต้องมอบแบบภาพใหญ่ทั้งสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ รูปแบบไลฟ์ไตล์ เทรนด์ต่างๆ และจึงมาลงลึกถึงดีเทลต่างๆ” 

เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ สรุปว่า “เป้าหมายใหญ่นอกเหนือจากการขยายตัวของโรงแรมแล้ว ยังอยากให้ลูกค้าจดจำเราในเรื่องของประสบการณ์ที่เราตั้งใจสร้างให้น่าจดจำ อันเกิดจากคุณภาพการให้บริการ ที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในพื้นที่ที่เราไปลงทุน การสร้างชุมชนรอบๆ ให้มีการเติบโตไปพร้อมๆ กับเรา”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.