เปิดความคิดทายาทกันตนา รุ่น 3 เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ถึงทิศทางของกันตนาในยุคเปลื่ยนผ่าน

Nov 04, 2019 A.Kanitha

หลังสร้างสรรค์ผลงานด้านความบันเทิงคู่เมืองไทยมานานถึง 68 ปี วันนี้ “กันตนา” เดินทางมาสู่รุ่นที่ 3 แล้ว โดยเฉพาะในเจนนี้ถือได้ว่าสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการบันเทิงไทยให้หลายๆ แง่มุมนับตั้งแต่ “เต้ กันตนา”  เข้ามารับช่วงอย่างเต็มตัวเมื่อ 12 ปีก่อน

ทั้งๆ ที่วงการบันเทิงในยุคนั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลงหรือยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรมาแทรกแซง มีแต่เคเบิลทีวีเท่านั้น แต่เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟในช่วงแรกๆ ก็รู้สึกอยากทำอะไรใหม่ๆ ที่กันตนายังไม่เคยทำ หรือคนอื่นยังไม่กล้าทำ

“ตอนมาทำธุรกิจครอบครัวใหม่ๆ กันตนามีกลุ่มธุรกิจแค่ 2- 3 สาย คุณพ่อ (จาฤก กัลย์จาฤก) ให้เต้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวก่อน โดยส่วนใหญ่ดูแลอยู่ในสายงานครีเอทีฟ ซึ่งตอนนั้นเต้รู้สึกเบื่อกับสิ่งที่กันตนาผลิต ทั้งรายการและละคร ดูแล้วซ้ำๆ เบื่อ ๆ เลยอยากทำอะไรที่เราอยากดู หรือมี Passion นี่เป็นจุดเริ่มต้น อีกส่วนหนึ่งมาจากที่เต้ได้ยินกระแสเรื่อยๆ ซึ่งยุคนั้นยังไม่มีโซเชียลเลยนะว่ากันตนาเชย อาจเป็นชนวนอีกจุดหนึ่งให้เราลุกขึ้นมาพิสูจน์ว่ามันไม่จริง”

กว่าจะไปถึงจุดนั้น คุณเต้ได้ศึกษาจุดแข็งของกันตนาเพื่อต่อยอดในการทำสิ่งใหม่ๆ  พบว่ากันตนามีจุดแข็งในเรื่องการเข้าถึง และเข้าใจกลุ่มคนดูในทุกระดับ ในฐานะบริษัทธุรกิจบันเทิงที่อยู่คู่บ้านคู่เรือนมาทุกยุคทุกสมัย 

แต่คนดูเฉพาะกลุ่มก็เกิดขึ้นมาใหม่ในแต่ละยุคเช่นกัน กลายเป็นเจนใหม่ที่มีการแบ่งแยกเป็นกลุ่มต่างๆ ซ้ำยังเกิด My Prime Time ไม่ต้องการถูกจำกัด หรือบังคับให้ดูช่องนี้เวลานี้อย่างเดียวพฤติกรรมการดูคอนเทนต์ต่างๆ เริ่มเปลี่ยนไปเป็นมัลติสกรีนมากขึ้น

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของผู้บริหารรุ่น 3 ที่ครีเอทคอนเทนต์จับคนดูตามเซ็กเม้นต์มากขึ้น

“เต้มี Passion ในด้านดนตรีกวีศิลป์ ชอบแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ จึงอยากหยิบสิ่งที่เราชอบมาทำ หลายคนในองค์กรทักว่ามันเฉพาะกลุ่มเกินไป แต่เต้ก็รู้สึกกบฏว่ามันไม่จริง ทำไมทุกคนถึงมองแฟชั่นไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องไกลตัว หรือเฉพาะกลุ่มล่ะ เพราะแฟชั่นเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์อยู่แล้ว ในแต่ละวันคนยังเลือกชุดทำงานมาใส่ใช่มั้ยเพียงแต่รสนิยมแต่ละคนไม่เหมือนกันเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเสียงวิพากษ์มากมายว่าเต้ไม่ได้เรียนแฟชั่น หรือไม่มีความรู้เรื่องนิเทศ แต่เต้มีความชอบส่วนตัวในเรื่องการแต่งตัวและดูเทรนด์แฟชั่นตลอด เต้เลยอยากทำให้แฟชั่นเข้าถึงทุกกลุ่มที่เป็นเป้าหมายของกันตนาได้”
 
นี่คือเบื้องหลังของรายการ The Face สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ฟันฝ่าของผู้บริหารมือใหม่ในวันนั้น ซึ่งต้องอาศัยความอดทนเพื่อให้เกิดการยอมรับ 
 
“เป็นเรื่องยากที่จะลุกขึ้นมาแล้วแหวกกฎ เพราะต้องใช้ความอดทน และใช้ความเข้าใจ เต้โชคดีที่ได้รับการสนุบสนุนจากครอบครัวแต่กว่าจะได้รับ ต้องเถียงกันพอสมควร เมื่อได้รับการสนับสนุนแล้ว ก็ไม่ได้วางใจว่า ข้างนอกหรือสปอนเซอร์จะซื้อไอเดียด้วย เพราะมันเป็นความเสี่ยงมาก เลยต้องออกตามหาผู้ร่วมขบวนการ หรือผู้กล้ากับเราอีกพักใหญ่ จนมาพบกับสปอนเซอร์ต่าง ๆ แล้วตกลงลงทุนร่วมกัน ส่วนตัวเต้เองถือเป็นความรับผิดชอบที่ไม่อยากให้เกิดความเสียหายทั้งองค์กร และสปอนเซอร์ ถ้าไม่สำเร็จตามเป้ามันจะเดือดร้อนหลายส่วน ตรงนี้เลยกลายป็นแรงผลักดันที่ทำให้รู้สึกว่าระวังตัวในการทำงานมากขึ้น และฟังคนรอบข้างมากกว่าเดิม”
 

The Face ไม่ใช่คอนเทนต์เดียวที่ครีเอทกลุ่มคนดูใหม่ แต่ Drag Race Thailand ก็เช่นกัน แตกต่างก็ตรงที่ ความกล้าที่จะลุกขึ้นมาสร้างสิทธิ์ให้กับกลุ่ม LGBT ผ่านเรื่องราวในคอนเทนต์ซึ่ง Drag Race Thailand ซีซั่น 2 ยังพัฒนาไอเดียใหม่ โดยนำศิลปะชั้นสูงอย่างโขน เข้ามาประยุกต์ในรายการเพื่อให้ทุกคนจับต้องได้ และเข้าถึงได้ ในทางเดียวกันด้วยคอนเทนต์ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการบันเทิงไทยเช่นนี้ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กันตนามีความคิดแบบหัวก้าวหน้ากว่าค่ายอื่นด้วย
 
ล่าสุดวิสัยทัศน์ที่ได้ประกาศในงาน The Best of Kantana ในปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นแนวทางต่อจากนี้ของกันตนาจะเปลี่ยนแปลงไป ในฐานะ Content Provider เต็มรูปแบบ โดยจะมีความหลากหลายขึ้นตามแพลตฟอร์ม และจะขยายช่องทางการผลิตมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางสื่อดิจิทัลทีวี ทางสื่อออนไลน์และทางโซเชียลมีเดีย ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคนี้ 
 
กลยุทธ์ที่กันตนาทำนั้น ยังเลือกคอนเทนต์ที่เข้ากับบุคลิกของช่อง เข้ากับพฤติกรรมผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์ม เหมือนอย่างที่ Drag Race Thailand เข้าไปออนแอร์บน Line TV รวมทั้งสร้างกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมสดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในด้านธุรกิจกันตนาจะร่วมสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ แพลตฟอร์ม และผู้สนับสนุนรายการ เพื่อให้ทุกรายการที่ผลิตออกมาตอบโจทย์กลุ่มผู้ชม ทั้งด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คุ้มค่าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 
ในมุมมองของเต้ มองถึงการรับไม้ต่อของธุรกิจครอบครัวแล้วสร้างความสำเร็จให้คงอยู่ต่อไปได้นั้น ต้องศึกษาต้นทุนของธุรกิจดั้งเดิม แล้วหาวิธีที่จะนำไปใช้ ที่สำคัญต้องถามตัวเองว่าอยากสร้างอะไรให้เกิดขึ้นในอนาคต เพราะสิ่งที่ทำในวันนี้จะมีผลต่อผู้บริหารรุ่นต่อไป
 
“เต้เป็นรุ่นที่ 3 ความกดดันคือ เป็นพี่คนโตในรุ่น 3 แต่ไม่ได้ทำให้เต้กลัว เพราะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เขาไม่ได้บังคับให้ทำในสิ่งนี้มาตั้งแต่แรก เต้ทำเพราะอยากทำ อยากสร้างความภูมิใจให้กับตัวเอง โชคดีที่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เรามีต้นทุนที่ดี เวลาเดียวกันเรามีแรงกดดันกับความคาดหวัง แรงกดดันเป็นเรื่องดีนะ แต่ความคาดหวังว่าจะต้องดีเหมือนรุ่น 2 อันนี้ไม่เป็นผลดีกับใครเลย เพราะมันคือศัตรูตัวร้ายตัวหนึ่งของตัวเราเอง เคยทำให้เสียงเหล่านั้นมีผลมากเกินไปกับชีวิตพักหนึ่งเหมือนกัน พอโตขึ้นภูมิคุ้มกันสูงขึ้น เราป้องกันตัวเองได้มากขึ้น และเรียนรู้ที่จะตัดเสียงเหล่านั้นออกไป จนมาเข้าใจว่าความคาดหวังทั้งหลายที่มี ต้องการให้เราสมบูรณ์แบบที่สุด มันทำร้ายตัวเองแล้ว จึงเป็นพลังบวกจากเดิมที่เป็นพลังลบ ทุกวันนี้เต้มีวิธีในการทำเพียงอย่างเดียวคือ A Better Version of Myself. หรือทำสิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ถ้าเราคิดแบบนี้แล้ว เต้เชื่อว่าธุรกิจก็จะขยายตัวเติบโตไปได้”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn