3,107
VIEWS

จาก ง่วนสูน ถึง สไปซ์ สตอรี่ การต่อยอดธุรกิจให้แตกต่างด้วยดีไซน์

Nov 05, 2019 P.Narata

อีกหนึ่งตำนานของแบรนด์ตำรับโบราณ ที่รู้จักกันดีในฐานะร้านจำหน่ายเครื่องเทศ และพริกไทยชื่อดังในย่านเยาวราช เรียกว่าถ้าเอ่ยชื่อ “ง่วนสูน” คนแถวเยาวราชก็รู้ได้ทันทีว่า หมายถึงร้านจำหน่ายพริกไทยที่มีชื่อแบรนด์ว่า “ตรามือที่ 1” ที่เปิดดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี และส่งผ่านภูมิปัญญาเรื่องเครื่องเทศจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

วันนี้ “ง่วนสูน” และ “พริกไทย ตรามือที่ 1” อยู่ในช่วงยุคเจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่ “วิศิษฏ์ ลิ้มประนะ” หัวเรือใหญ่ในเจนเนอเรชั่นที่ 3 ได้ส่งไม้ต่อให้กับทายาททางธุรกิจ “ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ” บุตรสาวคนโต ให้เข้ามาช่วยบริหารงานในส่วนของร้าน “สไปซ์ สตอรี่” (Spice Story) ร้านเครื่องเทศสมัยใหม่ที่ได้ต่อยอดออกมาเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจ ภายใต้ปีกอันแข็งแกร่งของ “ง่วนสูน” โดยมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจที่มีความเผ็ดร้อนไม่แพ้ต้นตำรับ

“ง่วนสูนเริ่มต้นจากธุรกิจยาสูบในรุ่นของคุณทวด ต่อมาในเมื่อตลาดยาสูบเริ่มวายก็เปลี่ยนมาทำเครื่องเทศ ตอนนั้นเป็นรุ่นคุณปู่ และคุณปู่ก็เป็นคนแรกๆ ในประเทศไทยที่นำพริกไทยมาคั่ว และบดขายตรงหน้าร้าน จากเดิมที่เมื่อก่อนแต่ละบ้านต้องซื้อพริกไทยเม็ดไปคั่วและบดกันเอง พอมาถึงรุ่นคุณพ่อก็มีการนำเข้าเครื่องจักร และเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมนี เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตให้สินค้าของเรามีความทันสมัยทัดเทียมกับแบรนด์ระดับโลก”

ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ หรือ โบว์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของ “ง่วนสูน” และ “พริกไทย ตรามือที่ 1” และในฐานะผู้บริหารแบรนด์ “สไปซ์ สตอรี่” ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ Spice Story Company Limited กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของง่วนสูน และการทำธุรกิจของครอบครัวในยุคแรกๆ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

สไปซ์ สตอรี่ เปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปีแล้ว แต่เดิมทำตลาดในรูปแบบของร้าน Stand Alone ที่ตั้งอยู่นอกซูเปอร์มาร์เก็ต เน้นขายอาหารคาว และของหวานที่มีเครื่องเทศเป็นส่วนผสม ต่อมาเมื่อสยามพารากอนมีแผนจะเปิด Gourmet Market เพื่อเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก จึงมีแนวคิดอยากได้ร้านเครื่องเทศระดับโลกมาอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย จึงคิดถึงแบรนด์ตรามือที่ 1 สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ วิศิษฏ์ ลิ้มประนะ ผู้เป็นบิดาที่มี Passion อยากทำร้านเครื่องเทศระดับพรีเมียมที่รวบรวมเครื่องเทศจากทั่วทุกมุมโลกไว้มากที่สุดในเอเชีย จึงเปิดเป็น Flagship Store สาขาแรก ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่ต้องสะท้อนความเป็นพรีเมียมแบรนด์ จึงเป็นที่มาแบรนด์ “สไปซ์ สตอรี่” ในวันนี้

“จากที่คุณพ่อเดินทางไปมาหลายประเทศ ยังไม่เคยเห็นว่ามีประเทศไหนที่มีการรวบรวมเครื่องเทศจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในร้านเดียวกัน จึงเป็นจุดกำเนิดของร้าน สไปซ์ สตอรี่ ที่วันนี้เรามีเครื่องเทศเกือบ 500 ชนิด ที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก ช่วงนั้นเรายังมองเห็นเทรนด์การบริโภคของผู้คนที่เริ่มเปลี่ยนไป ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสนใจกับเครื่องเทศมากขึ้น เริ่มเกิดไลฟ์สไตล์คนชอบทำอาหารทานเอง ชอบใช้เครื่องเทศแปลกใหม่กันมากขึ้น เราจึงเปลี่ยนตัวเองไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเข้ามาอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเราได้ง่ายมากขึ้น”

 กลุ่มเป้าหมายของ สไปซ์ สตอรี่ จึงเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทำอาหาร และสนใจเครื่องเทศที่มีความแปลกใหม่ รวมถึงคนที่ใส่ใจในสุขภาพ สไปซ์ สตอรี่ ตอบโจทย์ด้วยสินค้ากลุ่มซูเปอร์ฟู้ด เช่น ควินัว เมล็ดเชีย และโกจิเบอร์รี่ อีกทั้งยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบชาสมุนไพร โดยที่ร้านจะมีชาสมุนไพรที่รวบรวมไว้กว่า 20 ชนิด

ภัครภัสสร์ กล่าวเสริมว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ภารกิจของตน คือ การดูแลในส่วนของการขยายธุรกิจทั้งในเรื่องของการเปิดช็อปสาขาใหม่ๆ และการดีลกับคู่ค้าต่างประเทศนำเข้าสินค้าเพื่อสร้างความหลากหลายในกับกลุ่มสินค้า รวมถึงการยกระดับแบรนด์ สไปซ์ สตอรี่ ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก จึงมองว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ร้านเครื่องเทศอย่าง สไปซ์ สตอรี่ มีความทันสมัย มีความเป็นโมเดิร์น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ยังสร้างความวาไรตี้ในตัวผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างไปจากสินค้าเดิมของง่วนสูน โดยเน้นการพัฒนาสินค้าที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการใช้เครื่องเทศของคนรุ่นใหม่ที่มีมิติที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยชนิดเครื่องเทศที่แปลกใหม่ รวมถึงการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ด้วยรูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย และกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการใช้ขวดแก้วทรงกลมเพื่อเก็บรักษาคุณภาพสินค้าไว้ให้นานขึ้น และขวดทรงกลมจะช่วยให้หยิบจับถนัดมือ เปิดง่ายใช้คล่อง หรือแม้แต่การออกแบบขนาด และจำนวนรูบนฝาขวด ก็ออกแบบมาเพื่อให้เครื่องเทศถูกเทออกมาในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้ในแต่ละครั้ง

“แม้จะมีหลายสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ดีเอ็นเอของ สไปซ์ สตอรี่ ที่ได้รับการสืบทอดมาจากง่วนสูน ก็คือ ความเป็น “เครื่องเทศ” และสินค้าทางการเกษตร ในรุ่นคุณปู่เรามีร้านค้าอยู่ในตลาดเยาวราช สินค้าก็จะเป็นรูปแบบที่เหมาะกับยุคสมัยนั้น แต่ปัจจุบันเราเข้ามาอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ให้สามารถเข้าถึงเครื่องเทศได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเกิดเทรนด์ของ Health Conscious และการมี Chef Table เกิดขึ้นมากมาย เด็กรุ่นใหม่อยากเป็นเชฟกันมากขึ้น มีมิชลินสตาร์ที่ช่วยสะท้อนภาพความมีเสน่ห์ของเครื่องเทศที่ถูกนำไปใช้ประกอบอาหาร”

ด้วยความที่พื้นฐานของการเป็น Asian Culture จากเดิมที่มีเพียงสินค้าในกลุ่มเครื่องเทศก็ต่อยอดไปสู่สินค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่น ชาสมุนไพร และกลุ่มซูเปอร์ฟู้ดส์ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง และเป็นกลุ่มที่ง่วนสูนไม่เคยทำตลาดมาก่อน แต่เดิมร้านง่วนสูนตั้งอยู่ในตลาดเยาวราช จึงเป็นร้านที่คนมักเข้ามาถามหาสินค้าที่หลากหลาย เมื่อมาเป็นร้าน สไปซ์ สตอรี่ คุณภัครภัสสร์ จึงดึงเอาความเป็น Region ของแบรนด์ออกมา ร้าน สไปซ์ สตอรี่ จึงเป็นเหมือน Kitchen Accessory ที่ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องเทศ แต่อยากได้อะไรก็มาหาเจอที่ร้าน สไปซ์ สตอรี่ เช่น กระทงใบตองแห้ง หรือใบบัวแห้งก็ยังมีขาย

สิ่งที่ง่วนสูน และสไปซ์ สตอรี่ ยังมีความเหมือนกัน คือ ระบบการบริหารงานแบบ Family Business แต่ปัจจุบันมีการปรับให้มีความทันสมัยเป็นสากลมากขึ้น เช่น การใช้โปรเฟสชันแนลเข้ามาช่วยจัดวางระบบการทำงาน รวมถึงการใช้องค์ความรู้ในกระบวนการผลิตที่ยังสืบทอดมานานกว่า 70 ปี ดังนั้นแม้ว่าพริกไทยจะมาจากแหล่งเพาะปลูกที่แตกต่างกัน แต่เมื่อได้ผ่านกระบวนการผลิตที่นี่ สินค้าที่ออกไปสู่ตลาดก็จะมีกลิ่น และรสชาติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่ยุคอดีต

จุดที่ถือเป็น Key Success ของง่วนสูนที่ สไปซ์ สตอรี่ ยังคงรักษาไว้ คือ จุดขายในความเป็นเครื่องเทศแท้ 100% แต่ของ สไปซ์ สตอรี่ จะมีกระบวนการผลิตที่มากขั้นตอนกว่า เนื่องจากมีวาไรตี้สูง และเป็นจุดที่ทำให้ สไปซ์ สตอรี่แตกต่างจากแบรนด์เครื่องเทศอื่นๆ เช่น การทำวาไรตี้สินค้าแปลกอย่างพริกไทยเย็นป่น พริกไทย 3 สี พริกที่เผ็ดที่สุด พริกซอยเป็นแว่นๆ หรือพริกซอยเป็นเส้นๆ สำหรับใส่ในสปาเกตตี ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้ได้อย่างตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด

“คุณพ่อมักสอนว่า เครื่องเทศก็เหมือนเพชรพลอย ถ้าหากดูเป็น และรู้จักเลือกก็จะได้ของดีส่งต่อไปถึงลูกค้า และเมื่อเราโด่งดังเรื่องพริกไทย พริกไทยของเราก็ต้องเป็นพริกไทยแท้ 100% รวมถึงต้องรู้จักการให้เพราะยิ่งให้ก็ยิ่งได้รับ เป็นสิ่งที่ธุรกิจของเรายึดถือมาตลอด และทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ดังนั้น นอกจากความพยายามในการยกระดับวงการอาหารให้ได้ เรายังพยายามยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยไปพร้อมกัน”

ความน่าสนใจของแบรนด์ สไปซ์ สตอรี่ ยังมีในเรื่องของแนวคิดในการยกระดับแบรนด์ขึ้นสู่ระดับโลก ด้วยกลยุทธ์ Collaboration ร่วมกับแบรนด์ระดับโลก เช่น แบรนด์ BODUM เครื่องแก้วแบบ Double Wall เพื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพร และก่อนหน้านี้ยังมีการจับมือกับแบรนด์รถยนต์เปอโยต์ ผลิตที่บดพริกไทย เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของพริกไทย และเครื่องเทศ  ซึ่งฟันเฟืองที่ใช้บดพริกไทยผลิตจากเหล็กชนิดเดียวกันกับที่ใช้ผลิตรถยนต์เปอโยต์

“ในมุมของการสื่อสาร สไปซ์ สตอรี่ จะเน้นการสื่อสารในช่องทางใหม่ๆ รวมถึงออนไลน์ และยังมีการใช้กลุ่ม Influencer ที่เป็นเซเลบริตี้เชฟ หรือเป็นเชฟมิชลินสตาร์ และลงลึกไปถึงกลุ่ม Micro Influencer ที่ชอบการทำอาหาร เพราะเรามองว่า สไปซ์ สตอรี่ เป็นสินค้ากึ่งๆ ไลฟ์สไตล์ จึงต้องใช้ช่องทางการสื่อสารที่ไม่เหมือนคนอื่น ดังนั้นการใช้ Micro Influencer จึงจำเป็นมากสำหรับการสื่อสารในยุคของ สไปซ์ สตอรี่ และในอนาคตเรายังมีแผนจะทำร้านในรูปแบบ Pop & Workshop เพื่อทำเวิร์คช็อปในเรื่องการทำอาหาร และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของชาสมุนไพร”

ปัจจุบัน สไปซ์ สตอรี่ มีสาขาในประเทศกว่า 30 สาขา เป็นรูปแบบช็อป 4 สาขา คือ พารากอน ไอคอนสยาม เอ็ม ควอเทีย และเอเชียทิค ส่วนรูปแบบคอนเนอร์ และคีออส จะจัดกระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป เช่น เทอร์มินอล 21 บลูพอร์ต หัวหิน เป็นต้น สำหรับตลาดต่างประเทศมีการส่งออกไปแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และในอนาคตยังมีแผนจะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ไปยังตลาดต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากสินค้ากลุ่มสมุนไพร 50% กลุ่มชาสมุนไพร 40% และกลุ่มซูเปอร์ฟู้ด และแอคเซสเซอรี่ในครัว 10%

ส่วนความท้าทายในฐานะของทายาทธุรกิจเจนเนอเรชั่นที่ 4 หากมองในแง่ของ Brand Image คุณภัครภัสสร์ ยอมรับว่า ต้องทำการบ้านหนักมากเพื่อจะทำให้ สไปซ์ สตอรี่ มีความแตกต่างจากง่วนสูน จะทำอย่างไรให้คนไม่มองแค่รูปลักษณ์ที่สวยงามของแพ็กเกจจิ้งแต่เข้าใจถึงคุณค่าที่อยู่ข้างในนั้นว่าเป็นของที่ดีจริง อยากให้ทุกอย่างต้องไปด้วยกันเพราะอันดับแรกคนจะมองว่า สไปซ์ สตอรี่ มีความเป็น Wow Product

"เป้าหมายอนาคตไม่ได้มีแค่ว่า เราจะส่งออกเพราะทุกวันนี้เราส่งออกไปแล้วที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฮ่องกง สิงคโปร์ และเวียดนาม แต่สิ่งที่ท้าทายเรามาก คือ จะทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราเป็นที่ยอมรับ ทุกวันนี้ตรามือก็ไปได้ในระดับหนึ่ง เรามีบริษัทเทรดดิ้งที่ประเทศจีน คือ ที่เซี่ยงไฮ้ และกวางเจา เพื่อทำตลาดให้กับแบรนด์ตรามือที่ 1 ส่วนสไปซ์ สตอรี่ เรายังคงมุ่งสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดระดับโลกต่อไป” ภัครภัสสร์ กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn