5,621
VIEWS

เรียนรู้ Price Strategy ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วันนี้ ไม่ได้มีแค่แบบซอง 6 บาท !!!

Nov 20, 2019 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ปัจจุบันมีมูลค่าเกือบแตะ 17,000 ล้านบาทแล้ว จะพบว่า ตลาดนี้มีฐานการบริโภคที่ค่อนข้างจะแมส ขณะที่การทำตลาดสินค้าประเภทนี้มีการแข่งขันกันค่อนข้างจะรุนแรง ทำให้มาร์จิ้นของสินค้าตัวนี้มีออกมาค่อนข้าง “บาง” เรื่องของอีโคโนมี่ ออฟ สเกล จึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะต้องขายในปริมาณมากเพื่อให้ได้กำไรในจุดที่พอใจ

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่มีการมองกันว่า ตลาดค่อนข้างจะอิ่มตัว เนื่องจากคนไทยทั่วประเทศจะบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตกวันละ 6 – 7 ล้านซอง โดยที่อัตราการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อหัวของผู้บริโภคชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 49 ซองต่อปี ส่วนประเทศเกาหลีอยู่ที่ 76 ซอง เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนามที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประมาณ 52.6 ซองต่อปี ส่วนอินโดนีเซียมีตัวเลขการบริโภคเฉลี่ย 50.5 ซอง/คน/ปี

ตัวเลขบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเฉลี่ยของคนไทยที่อยู่ที่ 49 ซอง/คน/ปี เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่มากนักจาก 2 – 3 ปีก่อนหน้าที่ถูกมองว่า เมื่อตัวเลขการบริโภคเฉลี่ยขึ้นไปแตะที่ 46 – 47 ชิ้นต่อปี จะทำให้ตลาดอิ่มตัว การเติบโตมีไม่สูงนัก

ที่น่าสนใจก็คือ ความพยายามในการขยายฐานการเติบโตให้ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่องของผู้เล่นหลักทั้ง 3 รายคือ มาม่า ไวไว และยำยำ ที่พยายามแตกเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ออกมาทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตลาดยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเติบโตในแง่ของแวลู่

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การเลือกวางในเรื่องของ Price Strategy ที่หลากหลาย เพื่อให้แมตช์กับการบริโภคของลูกค้าในแต่ละเซ็กเม้นต์ ทำให้วันนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้มีแค่การขายในราคา 6 บาท กับสินค้าแบบซอง แต่ยังมีการวางราคาที่หลากหลายออกไป เราลองมาดูกันว่า ตลาดนี้มีการแบ่งออกมาอย่างไรบ้าง

 

กลยุทธ์ราคา

ที่หลากหลายของมาม่า

ว่ากันว่า นอกจากการเป็นดัชนีชี้วัดในเรื่องของเศรษฐกิจที่ดัชนีของมาม่าถูกยกมาเปรียบเทียบกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตลาดหลายครั้งแล้ว ยังอาจจะกล่าวได้ว่า มาม่า เป็นคนกำหนดเกมในเรื่องของ “ราคา” ในตลาดแมสที่เป็นซอง 6 บาท เพราะหากมาม่าไม่ขึ้นราคา ก็แทบจะไม่มีค่ายอื่น ปรับขึ้นราคาก่อน

หากยังพอจำกันได้ ในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรามีการปรับราคาจากซองละ 5 บาท เป็น 6 บาท นำโดยมาม่า เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนในเรื่องของวัตถุดิบที่ถีบตัวสูงขึ้นได้ การปรับราคาในครั้งนั้น ทำให้ทุกค่ายมีการปรับราคาขึ้นตามกันหมด ถือเป็นการปรับราคาครั้งแรกในรอบหลายปีก็ว่าได้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเลือกวางกลยุทธ์ราคาให้แมตช์กับ Sizing ของสินค้า ซึ่งมาม่า มีการออกมาม่าบิ๊กแพ็ค ขนาดซอง 90 กรัม ในราคา 8 บาท ซึ่งแพงว่าชนิดซอง 6 บาทที่มีปริมาณ 60 กรัม  โดยการออกสินค้าตัวนี้ เป็นการเข้าไปรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคบางกลุ่มที่จากอินไซต์แล้วจะพบว่า มีบางคนที่มองว่า การกินมาม่าซองขนาด 60 กรัม ซองเดียวจะไม่อิ่ม แต่หากกิน 2 ซองก็รู้สึกว่าจะอิ่มมากเกินไป มาม่าจึงออก “บิ๊กแพ็ค” ขึ้นมาเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้ เป็นไซส์ที่กินแบบอิ่มได้พอดีๆ

 

เช่นเดียวกับ การขยับตัวในเรื่องของบะหมี่ซองพรีเมียม ภายใต้แบรนด์มาม่า ออเรียนทัลคิตเชน ที่เข้าไปเล่นกับกระแสของบะหมี่เกาหลีที่เติบโตค่อนข้างดี โดยวางขายซองละ 15 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทดลองกินได้ง่าย เพราะราคาของบะหมี่นำเข้าจากเกาหลีจะตกที่ซองละ 40 -50 บาท

เรื่องของกลยุทธ์ราคานี้ ในแง่ของ Branding แล้ว ยังมีแกร็บห่างในเรื่องของราคาแบบแพ็ก 6 ซอง ระหว่างมาม่ากับแบรนด์อื่นๆ ในตลาด ที่มาม่าสามารถวางราคาไว้สูงกว่าได้ในระดับหนึ่งโดยไม่มีผลกระทบเรื่องของการสวิตชิ่งแบรนด์ แต่หากเกินกว่าแกร็บราคาดังกล่าวแล้ว จะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนแบรนด์ มาม่า จึงต้องมีการขยับตัวในเรื่องของราคาในช่องทางขายโมเดิร์นเทรดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากกลยุทธ์ราคาของคู่แข่งขัน

 

ไม่เพียงเท่านั้น หลายครั้งที่มาม่าต้นยำกุ้ง กลายเป็นกลยุทธ์ในการบาลานซ์กำไรของบรรดายี่ปั๊ว เนื่องจากเป็นสินค้าที่ขายออกได้เร็ว ทำให้หลายครั้งที่ยี่ปั๊วจะหันมาขายแบบขาดทุนนิดหน่อย แล้วเอาเงินไปหมุนลงสินค้าที่มีมาร์จิ้นดี กว่าอย่างบุหรี่ หรือเหล้าเบียร์ เพื่อบาลานซ์ตัวเลขมาร์จิ้นให้ได้ในระดับที่ดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่การสั่งสินค้าของยี่ปั๊วจะมีรอบเครดิตในการชำระเงินค่าสินค้า จึงสามารถทำในเรื่องที่ว่านี้ได้

ด้วยการที่มาร์จิ้นของตลาดนี้มีออกมาค่อนข้างจะบางเฉียบ ทำให้การลดต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เพียงแต่การ สต๊อกวัตถุดิบ หรือการเข้าไปซื้อโรงงานที่ผลิตวัตถุดิบในการทำบะหมี่เท่านั้น แต่ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตมาม่า ยังมีการตั้งโรงานทั้งหมดไว้ในที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อประหยัดในเรื่องของต้นทุนค่าขนส่ง เป็นอีกวิธีที่จะช่วยทำให้มาม่ายังคงมีกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง

 

ยำยำ ฉีกกฎ

ขายราคา 10 บาท

หากมองเข้ามาที่การทำตลาดของยำยำแล้ว จะพบว่า ผู้เล่นรายนี้จะใช้กลยุทธ์ในเรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา เป็นตัวชูโรง โดยใช้ตัวยำยำ จัมโบ้ ที่มีปริมาณมากกว่าบะหมี่ซองในตลาดแมสทั่วๆ ไป นั่นคือ บะหมี่ซองแบบแมสเกือบทั้งหมดจะมีปริมาณ 60 กรัม ขายในราคา 6 บาท ส่วนของยำยำ จัมโบ้ จะมีปริมาณที่ 63 กรัม ขายในราคา 6 บาทเช่นเดียวกัน

แต่ที่น่าจับตามองก็คือ การออกสินค้าตัวใหม่คือยำยำ ต้มยำกุ้ง และต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรใหม่ ยำยำมีการวางราคาขายไว้ที่ซองละ 10 บาท ในปริมาณ 80 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยกว่ามาม่า บิ๊กแพ็ค ซึ่งยำยำ น่าจะต้องการใช้นวัตกรรมใหม่ของสินค้าตัวใหม่เข้ามาแข่งขันในตลาดที่มีการศึกษาอินไซต์ของผู้บริโภค แล้วพบว่า ผู้บริโภคชื่นชอบรสชาติอาหารที่จัดจ้าน โดยมีการดึงพรีเซ็นเตอร์ ปู-ไปรยา สร้างการรับรู้ พร้อมกับแคมเปญการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสื่อสารอย่างครอบคลุม

การขยับตัวในครั้งนี้ของยำยำ เป็นอีกภาพที่สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรา ไม่ได้มีแค่แบบซอง 6 บาทเท่านั้น.....

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn