หัวเว่ยเผยข้อมูลรายงานดัชนีการเชื่อมต่อระดับโลก (GCI) ประจำปี 2019

Nov 25, 2019 -None-

ผลสำรวจที่น่าสนใจล่าสุดจากรายงานดัชนีการเชื่อมต่อระดับโลก (GCI) ของหัวเว่ย GCI ประจำปี 2019 ระบุว่าในยุคที่การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Connectivity) ซึ่งทำงานผสมผสานกับ AI เริ่มส่งผลกระทบอย่างชัดเจนแก่เศรษฐกิจดิจิทัลและทำให้เกิดจุดเปลี่ยนด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น และหากประเทศใดที่ได้รับคะแนนในรายงานดัชนี GCI สูงกว่า 65 ซึ่งเป็นแต้มที่แสดงถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประเทศนั้น ๆ สามารถคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลิต ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้มากกว่า 1% นอกจากนี้ ตัวชี้วัดความสำเร็จในยุคอัจฉริยะจะขึ้นอยู่กับศักยภาพด้านความร่วมมือกันในระดับโลกอีกด้วย

รายงานดัชนี GCI ฉบับปี 2019 ถือเป็นผลการรายงานประจำปีที่หก ได้ให้ความสำคัญในบทบาทของเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันเทรนด์ “การเชื่อมต่ออัจฉริยะ” ส่วนอีกสามปัจจัยสำคัญคือ เทคโนโลยี Broadband, Cloud และ IoT ซึ่งทั้งสี่เทคโนโลยีมีแนวโน้มสูงที่จะเร่งภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นระดับประเทศ

ในปี 2016 รายงาน GCI ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดเกิดใหม่ต่างๆ  ประเทศที่ได้รับคะแนนดัชนีถึง 35 แต้ม จะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในภาค ICT ออกมาเป็นการเติบโตของ GDP แบบทวีคูณ รายงานดัชนี GCI 2019 ยังพบว่าแรงกระตุ้นของจุดเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลมากขึ้นในกลุ่มประเทศที่อยู่ในส่วนบนของกราฟ S-Curve ของรายงานดัชนี GCI อีกด้วย สำหรับประเทศที่มีคะแนนดัชนี GCI สูงกว่า 65 แต้ม จะสังเกตได้ว่ากราฟ S-Curve จะสูงชันขึ้นอีก โดยประเทศเหล่านี้กำลังขยับตัวเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตครั้งใหม่ ซึ่งประเทศที่มีค่าดัชนี GCI สูงสุดจะสามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่ออัจฉริยะเพื่อเร่งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เร็วขึ้นกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมด 2.4 เท่าในทุกการพัฒนาค่าดัชนี GCI

สำหรับประเทศไทยได้ค่าดัชนี 43 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 54 ของรายงานดัชนี GCI 2019 โดยผลสำรวจครั้งนี้จัดให้ประ เทศไทยเป็นประเทศที่มีแนวโน้มนำเทคโน โลยีมาปรับใช้เป็นประเทศแรกๆ และมีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอินเตอร์ เน็ตความเร็วสูง (broadband assessment) ที่โดดเด่น นอกจากนี้ ประเทศไทยยังทำคะแนนได้สูงสุดในด้านสัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนและจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านอุปกรณ์พกพาอีกด้วย จึงทำให้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน่าจับตามอง

ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของ AI สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ไม่ใช่เพียงแค่เศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่ออัจฉริยะ รายงานดัชนี GCI 2019 ยังพบว่าในหลายประเทศที่ทุกระดับของการพัฒนาด้านดิจิทัลสามารถเข้าถึง “ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของ AI” ในฐานะที่เป็นตัวเร่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เมื่อเทคโนโลยี AI ดังกล่าวมีการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ แล้ว

แม้แต่ประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี (Frontrunners) เช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ชั้นนำในระดับโลก ศักยภาพของเทคโนโลยี AI ก็ยังอยู่แค่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ประเทศที่เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ (Adopters) และประเทศที่เพิ่งเริ่มต้นปรับใช้เทคโนโลยี (Starters) อย่างจีน มาเลเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์และสเปนก็ไม่ได้ถือว่าล่าช้าแต่อย่างใด เนื่องจากประเทศเหล่านั้นต่างเร่งผลักดันเทคโนโลยี AI ให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้เช่นกัน

เสริมพลังการเชื่อมต่ออัจฉริยะด้วยความร่วมมือในระดับโลก

รายงานดัชนี GCI 2019 ยังได้ชี้ให้เห็นอีกหนึ่งแนวทางที่กลุ่มประเทศที่เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ (Adopters) และประเทศที่เพิ่งเริ่มต้นปรับใช้เทคโนโลยี (Starter) สามารถกระตุ้นความสำเร็จทางเศรษฐกิจได้ด้วยความร่วมมือกันในระดับโลก เพราะการเชื่อมต่ออัจฉริยะต้องพึ่งพาอีโคซิสเต็มในระดับโลกจึงจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยรายงานดัชนี GCI 2019 ได้ชี้ถึงบทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องจาก 5 ด้านที่สามารถร่วมมือกันแบบข้ามภาคส่วนเพื่อกำจัดการทำงานแบบไซโลหรือไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างภายในองค์กร และนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่รวดเร็วขึ้น ได้แก่ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในหน่วยงาน นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล นักรวบรวมข้อมูล บริษัท ICT ต่าง ๆ และผู้บริโภค

ไม่ว่าการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศนั้น ๆ จะอยู่ในระดับใด ผู้กำหนดนโยบายจะต้องมองอย่างเป็นกลางที่สุดเพื่อหาจุดแข็งทางเศรษฐกิจของชาติ และตัดสินใจว่าจะเข้ากับอีโคซิสเต็มของการเชื่อมต่ออัจฉริยะและได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อดังกล่าวได้อย่างไร

เคลวิน จาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT ของหัวเว่ย กล่าวว่า “เราเห็นว่าการหลอมรวมของเทคโนโลยี 5G, AI และ Cloud นั้น ได้สร้างนิยามใหม่ของการเชื่อมต่อ การเชื่อมต่ออัจฉริยะช่วยเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้เร็วขึ้น ดังนั้น รัฐบาลและผู้นำอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศที่เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้และประเทศที่เพิ่งเริ่มต้นปรับใช้เทคโนโลยี ควรนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ จัดลำดับแผนงานด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกันในระดับโลก ขณะเดียวกัน เราก็ตระหนักว่า การเชื่อมต่ออัจฉริยะอาจจะเป็นคำตอบสำหรับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและหยั่งรากลึกสำหรับหลายๆ สังคม รวมถึงสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง และช่องว่างทางชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจน หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี แอปพลิเคชัน และทักษะต่าง ๆ ได้ และส่งมอบประโยชน์จากการเชื่อมต่ออัจฉริยะไปสู่ทุกคน ทุกครอบครัว และทุกองค์กร”

รายงานดัชนี GCI ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกกับผู้กำหนดนโยบาย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในด้านเศรษฐ กิจดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น โดยทั้ง 79 ประเทศที่ได้รับการประเมินโดยรายงานดัชนี GCI 2019 คิดเป็นสัดส่วน 95% ของค่าจีดีพี(GDP)ทั่วโลก และ 84% ของประชากรทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานดัชนี Global Connectivity Index 2019 สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.huawei.com /minisite/gci/en/

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort