เพราะค้าปลีก 2020 เอาชนะกันด้วย BiG Data เซ็นทรัลจึงต้องปั้น The 1 Biz เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้านอกห้าง

Nov 25, 2019 R.Somboon

ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่บรรดายักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ชมีก็คือ การเริ่มต้นทำตลาดค้าปลีกด้วยเทคโนโลยี และบิ๊กดาต้า ทำให้สามารถเข้าใจ และเข้าถึงไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ยิ่งการแข่งขันในตลาดค้าปลีกยุคใหม่ ถูกขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้าที่เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยให้เข้าไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทำให้บรรดาค้าปลีกในบ้านเรา ต่างพยายามปรับเกมเพื่อให้ความสำคัญกับเรื่องของบิ๊กดาต้าอย่างเต็มที่ ซึ่งภาพสะท้อนที่เด่นชัดในเรื่องนี้ก็คือ การขยับตัวของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการทรานฟอร์มบัตเดอะวัน การ์ด ให้เป็น แพล็ตฟอร์ม ลอยัลตี้ โปรแกรม ภายใต้ชื่อ “The 1 Biz”

ความน่าสนใจก็การทรานฟอร์มในครั้งนี้ก็คือ กลุ่มเซ็นทรัล สร้างให้ The 1 Biz กลายเป็นอีโคซิสเท็มที่ทำเรื่องของลอยัลตี้ โปรแกรมในรูปแบบเปิดที่พร้อมให้พันธมิตรเข้ามาร่วมอยู่ในอีโคซิสเท็มที่สร้างขึ้นนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทั้งหมด โดยอาศัยจุดแข็งของการเป็นลอยัลตี้ โปรแกรมที่มีฐานสมาชิกถึง 16 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 23% ของจำนวนประชากรในบ้านเราทั้งหมด โดยมีทัชพ้อยท์ในการทำถึง 20,000 จุด มีพ้อยท์ถึง 24,000 พ้อยท์ต่อปี

ครั้งนี้ ถือเป็นอีก 1 จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำลอยัลตี้ โปรแกรมของบ้านเราเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปลีกที่มีธุรกิจครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช้อปปิ้ง ธุรกิจอาหาร – เครื่องดื่ม ธุรกิจเพื่อการอยู่อาศัย ธุรกิจเพื่อสุขภาพ ท่องเที่ยว การเดินทางและขนส่ง ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจการงิน และธุรกิจอุปกรณ์ และพื้นที่สำนักงาน มีการสร้างระบบแบบเปิดเพื่อให้พันธมิตรนอกเครือสามารถเข้ามาร่วมแชร์ในเรื่องของลอยัลตี้ โปรแกรมที่ทำอยู่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ต้องแชร์ในส่วนที่เป็นการแลกพ้อยท์ ซึ่งสิ่งที่จะได้กลับมาถือว่าคุ้ม เพราะจะเป็นการช่วยแชร์ต้นทุนในการทำลอยัลตี้ โปรแกรมที่ไม่ต้องลงทุนเอง รวมถึงการได้ข้อมูลที่เป็นไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งในเชิงลึก และกว้างที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อทำการตลาดได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนรูปแบบการทำงานนั้น จะมีทั้งที่เป็นระบบหน้าบ้านหรือหน้าร้านที่ทำผ่านแอพพลิเคชั่นของ The 1 Biz และระบบหลังบ้านที่เรียกว่า Business Portal ซึ่งพันธมิตรที่ร่วมอยู่ในอีโคซิสเท็มสามารถนำไปใช้เพื่อวางแผนในการทำแคมเปญต่างๆ ได้ โดยพันธมิตรในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยีนั้นจะได้บริษัท Primo ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการทำ Customer Engagement Platform เป็นคนทำให้

ระวี พัวพรพงษ์ Head of The 1 Business บอกว่า ต้องการสร้างให้ The 1 Biz เป็นอีโคซิสเท็มที่แข็งแกร่ง โดยมองถึงการมีพันธมิตรเข้าร่วมประมาณ 15,000 ร้านค้าภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่มีพันธมิตรอยู่ประมาณกว่าพันราย โดยเป้าหมายสำคัญในปีหน้านี้ ก็คือ การดึงร้านค้าที่อยู่ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นที่มีอยู่ 33 ศูนย์ทั่วประเทศ มีร้านค้าประมาณ 15,000 ร้านค้าหรือคิดเป็นจำนวนแบรนด์ทั้งหมดกว่า 7,000 แบรนด์ โดยต้องการให้ 80% ของจำนวนร้านค้า เข้ามาอยู่ในอีโคซิสเท็มที่สร้างขึ้นนี้

เขาบอกว่า การดึงร้านค้าเหล่านั้น เข้ามาร่วมอยู่ในอีโคซิสเท็ม The 1 Biz ถือเป็นวินวินเกม เพราะร้านค้าส่วนหนึ่งที่อยู่ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยมีการทำเรื่องของระบบลอยัลตี้ โปรแกรม เนื่องจากการทำในเรื่องดังกล่าวนี้มีต้นทุนค่อนข้างสูง ขณะที่ The 1 เองก็จะวินในแง่ของการที่สามารถขยับออกไปนอกศูนย์ตามร้านค้าเหล่านั้นที่ไม่ได้แค่เปิดร้านอยู่เฉพาะในศูนย์การค้าของเครือซีพีเอ็นเท่านั้น

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การได้พันธมิตรอย่างร้านกาแฟคาซ่า ลาแปง ที่มีร้านอยู่ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็น 2 สาขา คือที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล บางนา นอกจากนั้น ยังมีสาขาอยู่นอกศูนย์อีกหลายแห่ง กระจายออกไปทั้งที่เป็นสาขาสแตนอะโลน และที่อยู่ในโรงหนังเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

การขยับตัวในครั้งนี้ ยังน่าจะเป็นสเตปแรกของการทำ เพราะส่วนใหญ่มุ่งที่ร้านค้าพันธมิตรที่อยู่ในศูนย์การค้าของเครือเซ็นทรัล หลังนี้ในปีหน้าจะเริ่มมีการขยับออกไปจับมือกับพันธมิตรที่อยู่นอกศูนย์มากขึ้น โดย ระวี บอกว่ามีการตั้งทีมงานเพื่อออกไปให้ความรู้ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อดึงเข้ามาร่วมอยู่ในอีโคซิสเท็ม โดยหลังจากปีหน้าเป็นต้นไป ฐานจะใหญ่ขึ้นทั้งร้านค้าหรือแบรนด์พันธมิตร และลูกค้าที่อยู่ในระบบ ซึ่งตามเป้าหมายนั้นจะมีการเพิ่มฐานลูกค้าปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านราย ทำให้ภายในปี 2021 จะมีฐานลูกค้าของ The 1 Biz คิดเป็น 28% ของจำนวนประชากร และภายในปี 2022 จะเพิ่มเป็น 30% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ

หากมองตามเกมแล้ว จะพบว่า กลุ่มเซ็นทรัล ต้องการสร้างอีโคซิสเท็มในเรื่องของลอยัลตี้ โปรแกรมที่มีฐานเป็นคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลบิ๊กดาต้าที่นำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้เป็นอย่างดี  เพราะสามารถเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่พร้อมจะปรับการทำตลาดทั้งหมดให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ทั้งหมดตามวิชั่นของการเป็น “Center of Life” หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนไทย

ขณะเดียวกัน อีโคซิสเท็มที่สร้างขึ้นนี้ ยังเข้ามาช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งแม้อาจจะเทียบกับยักษ์อีคอมเมิร์ชได้ไม่เต็มที่นัก แต่ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจทั้งหมดสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยมีเข็มทิศที่เป็นเรื่องของดาต้าของลูกค้าเป็นตัวช่วยขับเคลื่อน......

Consumer Behavior

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort