มูลนิธิซิตี้-มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิด“อาชีพเยาวชน ปี 3” เนรมิตไอเดียธุรกิจ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

Nov 26, 2019 -None-

มูลนิธิซิตี้ จับมือมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เดินหน้าเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยกลุ่มเปราะบาง เพื่อก้าวเขาสู่โลกแห่งการทำงานจริง ทั้งทักษะพื้นฐานทางการเงิน การบริหารจัดการ ทักษะชีวิต การบริหารอารมณ์ และทักษะด้านวิชาชีพเฉพาะทาง ผ่าน “โครงการเสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน ปีที่ 3” พร้อมจัดงาน “ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน” เพื่อเป็นเวทีแสดงผลงานจากไอเดียธุรกิจ SMEs ฝีมือเยาวชนกว่า 15 ธุรกิจ อาทิ ธุรกิจของว่างไทยโบราณแบบดิลิเวอรี่ ธุรกิจคอลเลกชันเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับกลุ่มครอบครัว ธุรกิจแต่งหน้าแฟนซี ฯลฯ เพื่อให้เยาวชนทุกคนได้รู้จักมองหาโอกาสด้านอาชีพในการสร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

วันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย และตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า มูลนิธิซิตี้ ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดงาน “ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน ปี 3” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนกลุ่มเปราะบาง อายุระหว่าง 16 – 25 ปี ที่ผ่านการฝึกอบรมทักษะอาชีพและหลักสูตร SMEs จาก “โครงการเสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน ปีที่ 3” โดยในโครงการดังกล่าว ช่วยพัฒนาทักษะเยาวชนในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ทั้งในภาคการผลิตและบริการ กว่า 15 โมเดลธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจของว่างไทยโบราณแบบดิลิเวอรี่ ธุรกิจคอลเลกชันเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับกลุ่มครอบครัว ธุรกิจแต่งหน้าแฟนซี ธุรกิจเสื้อผ้าและฮิญาบสำหรับสาวมุสลิมสมัยใหม่ ธุรกิจร้านอาหารออนไลน์แนวไทยฟิวชั่น ธุรกิจไอทีซัพพอร์ตและผลิตสื่อมัลติมีเดียครบวงจร ธุรกิจคอลเลกชันแฟชั่นจากผ้าไทย ธุรกิจร้านกาแฟสไตล์มินิมอล ธุรกิจร้านตัดแต่งทรงผมชายปิดจุดบอดรอคิวนาน กระเป๋าผ้าแฟชั่นแบบดีไอวาย ฯลฯ

วันวิสาข์ กล่าวเพิ่มว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะสำคัญที่เยาวชนจำเป็นต้องใช้ในโลกแห่งการทำงานจริงในอนาคต เนื่องจากช่วงวัยรุ่น เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และสังคมอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางรากฐานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นทักษะพื้นฐานอย่างความรู้ด้านการเงิน หรือการบริหารจัดการประจำวัน ทักษะชีวิต อย่างการทำงานร่วมกัน การคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา และการสื่อสาร ตลอดจนทักษะด้านอาชีพ เช่นการฝึกปฏิบัติทักษะด้านวิชาชีพ และการพัฒนาต่อยอดแนวคิดการประกอบอาชีพให้เท่าทันยุคสมัย  เพื่อให้เยาวชนทุกคนได้มีพื้นฐาน รู้คิด รู้จักการวางแผน และรู้จักการมองหาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่ม ซึ่งนำไปสู่การทำมาหากิน สามารถพึ่งพาตนเอง และก้าวต่อไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้ 

“โครงการเสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน ปีที่ 3 มีเยาวชนเข้าร่วมฝึกอบรมทักษะกว่า 300 คน หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งทางมูลนิธิซิตี้รู้สึกยินดี ที่เห็นเยาวชนไทยตื่นตัว มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ และหาลู่ทางในการสร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จัดขึ้นต่อเนื่องนับเป็นปีที่ 3 โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการฝึกอบรมเพื่อวางพื้นฐานด้านทักษะที่จำเป็นและทักษะชีวิต ผ่านกระบวนการต่างๆ ภายใต้หลักสูตร ‘Youth Ready Work’ ขององค์กรศุภนิมิตสากล ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย โครงการดังกล่าวนี้ จัดทำขึ้นมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์กับเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่ไม่ได้รับการศึกษาต่อในระบบ ซึ่งหลังจากผ่านการเข้าร่วมโครงการฯ จะช่วยทำให้เยาวชนมีต้นทุนชีวิต มีทัศนคติและความคิดเชิงบวก มีความมั่นใจในอาชีพและอนาคตของตน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะเพิ่มโอกาสให้ได้รับการจ้างงานต่อไปในอนาคต

โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินโครงการฯ มีเยาวชนผ่านการอบรมหลักสูตร ‘Youth Ready Work’ แล้วกว่า 500 คน ได้รับการฝึกอบรมอาชีพจากสถาบันวิชาชีพชั้นนำที่ร่วมสนับสนุนโครงการฯ จำนวน 314 คน ในกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ กลุ่มช่างบริการ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มเสริมสวย กลุ่มบริการสุขภาพ เป็นต้น ได้รับการจ้างงาน มีอาชีพ และรายได้สามารถเลี้ยงดูตนเอง จำนวน 111 คน  ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 115 คน และศึกษาต่อด้านอาชีพในระดับที่สูงขึ้น จำนวน 88 คน ดร.สราวุธ กล่าวสรุป

 

ด้าน น้องมิ้น – ธนธรณ์ เอียการนา เยาวชนเจ้าของโมเดลร้าน “เทียนหยด” ธุรกิจของว่างไทยโบราณดิลิเวอรี่ รางวัลชนะเลิศการประกวดแผนธุรกิจ SME ปีที่ 3 กล่าวว่า ตนได้แรงบันดาลใจมาจากความต้องการอนุรักษ์เอกลักษณ์แบบไทยโบราณให้ยังอยู่ในสังคม และข้อจำกัดในการหาบริโภคขนมไทยโบราณ ซึ่งมักต้องเดินทางไปร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างหรูหรา บวกกับความสนใจของตนเองที่ชื่นชอบการทำอาหาร จึงเป็นที่มาของโมเดลธุรกิจที่มีชื่อว่า “เทียนหยด” ซึ่งเป็นไอเดียธุรกิจของว่างไทยโบราณแบบดิลิเวอรี่ โดยมีเมนูนำร่องได้แก่ “ช่อม่วง” ขนมไทยโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นขนมที่ต้องใช้ความประณีตในการจับจีบตัวแป้งหลังการห่อหุ้มไส้แล้ว ให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ ทำให้มีลักษณะขนมที่ดูนุ่มนวล อ่อนหวาน แฝงความมีศิลปะของขนมไทยชาววัง ตนกำลังเริ่มลองทำตลาด โดยอาศัยคุณพ่อที่ประกอบอาชีพเป็นแมสเซนเจอร์อาหารดิลิเวอรี่อยู่แล้ว โดยทุกครั้งที่คุณพ่อนำอาหารไปส่งให้กับลูกค้า ก็จะติดขนมช่อม่วงที่ทำเองไปให้กับลูกค้าได้ลองรับประทาน ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ รวมถึงยังได้นำเสนอสินค้าได้ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมการสั่งอาหารออนไลน์อยู่เป็นประจำอีกด้วย ปัจจุบัน ตนกำลังมองหาและพัฒนาสูตรเมนูของว่างไทยโบราณอื่นๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยจะนำเงินรางวัลที่ตนได้รับไปเป็นทุนสำหรับอุปกรณ์ประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และให้รองรับออร์เดอร์ในปริมาณมากได้ ทั้งนี้ ตนรู้สึกดีใจที่มูลนิธิซิตี้และมูลนิธิศุภนิมิตฯ จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งช่วยให้ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะได้เร็วกว่าคนในวัยเดียวกัน และเปิดแนวคิดการทำธุรกิจที่เหมาะสม ก่อนก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง  ธนธรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort