5,344
VIEWS

"บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" โมเดลธุรกิจใหม่ สร้างโอกาสการเข้าถึง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มระดับกลาง

Nov 29, 2019 -None-

ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสุขภาพเซกเมนต์โรงพยาบาลก็ทำให้เราได้เห็นมูฟเม้นต์ใหม่ๆ ของผู้เล่นในตลาด ซึ่งเกิดมาจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังมีช่องว่างให้สามารถขยายการเติบโตได้ เหมือนกับที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กำลังเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ "บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" ซึ่งนับว่าเป็นร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตร โดยมีเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าเซ็กเม้นต์ใหม่กลุ่มคนระดับกลาง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด รวมถึงเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เฟสแรกเตรียมเปิด "ศูนย์กระดูกสันหลังและศูนย์ข้อ" ร่วมกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เป็นต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

เภสัชกรหญิง อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า “โมเดลธุรกิจใหม่ บำรุงราษฎร์ เฮลท์  เน็ตเวิร์ก เป็นความร่วมมือของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตรที่เข้มแข็งของเรา ที่มองเห็นถึงการขยายฐานลูกค้า สร้างการเข้าถึงไปยังกลุ่มตลาดใหม่ๆ โดยเราได้เริ่มต้น ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งมอบการรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยและเสริมสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน”

นพ.สุธร ชุตินิยมการ ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก ยังได้อธิบายต่อไปอีกว่า “จนถึงปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) แล้วจำนวน 58แห่ง หลังจากที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้เริ่มสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร "บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" ในปี 2559 ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลภาคเอกชน ภาครัฐ และโรงเรียนแพทย์ โดยการทำงานกับเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการส่งต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางจากโรงพยาบาลพันธมิตรมาที่บำรุงราษฎร์เพื่อให้เกิดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง (Continuing of Care) อย่างไรก็ดี ทิศทางของบำรุงราษฎร์นับจากนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มความร่วมมือกับโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อเสริมพลัง (Empower) สร้างศักยภาพการแข่งขันแก่โรงพยาบาลพันธมิตรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกัน”

อย่างที่บอกว่าครั้งนี้เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ของ "บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" ที่จะเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ คือ กลุ่มคนระดับกลางทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด ตลอดจนกลุ่มผู้ซื้อประกันสุขภาพ โดยจะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ณ โรงพยาบาลพันธมิตร

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการทำงานของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในส่วนการดำเนินงานจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Joint Operation รวมถึงด้านเงินทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและรายได้ ที่จะมีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้กับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตร และมีแนวทางการรักษาผู้ป่วยบนมาตรฐานใกล้เคียงกัน นับเป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาลพันธมิตรได้เข้าถึงการรักษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอีกทางหนึ่งด้วย

นพ.สุธร กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นบำรุงราษฎร์จะเน้นการให้บริการใน 4 กลุ่มโรคหลัก คือ 1.โรคกระดูกสันหลัง 2.โรคข้อ 3.ผู้ป่วยวิกฤต และ 4.โรคตา ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์นั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงพยาบาลพันธมิตรว่าต้องการให้เข้าไปช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านใด

สำหรับการดำเนินงานจะเป็นในรูปแบบของการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร อย่างที่แรกได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์กระดูกสันหลังและศูนย์ข้อ" ร่วมกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการส่งมอบคุณภาพการรักษาที่ดีแก่ผู้ป่วยและสร้างการเติบโตไปด้วยกัน นับว่าต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

"แนวคิดหลักคือเราต้องการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่และเปิดตลาดในกลุ่มเป้าหมายใหม่เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเปิดตลาดใหม่เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจทั้งของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร โดยที่การดำเนินการทั้งหมดจะตั้งอยู่บนบริบทของโรงพยาบาลพันธมิตรที่จะบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้มีต้นทุนและค่าบริการที่สามารถแข่งขันได้"

โดยที่ผ่านมา การทำงานระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร พบว่า โรงพยาบาลพันธมิตรต้องการการสนับสนุนจากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน เช่น โรงพยาบาลหนึ่งอาจมีความชำนาญการผ่าตัดทั่วไป แต่ก็สามารถเพิ่มการผ่าตัดเฉพาะด้านในระดับที่สูงขึ้นได้ โดยทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตรเองที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนทำให้โรงพยาบาลพันธมิตรมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของตัวเองมากขึ้น ขณะที่บำรุงราษฎร์เองก็เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีความชำนาญการในการรักษาโรคในระดับสูง

เมื่อลงลึกไปยังข้อมูลจากโครงสร้างประชากรพบว่าปัจจุบันอัตราการขยายตัวของคนระดับกลางมีมากขึ้น ความเป็นเมืองขยายไปยังพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และโครงสร้างประชากรของสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging Society) ดังนั้นจะพบว่ามีความต้องการบริการทางการแพทย์ที่สูงมาก

ทั้ง 2 เหตุผลบวกกับการนำจุดแข็งของทั้งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตรมารวมกันก็จะช่วยส่งมอบคุณค่าแก่ผู้ป่วยและสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปพร้อมๆ กันได้เป็นอย่างดี

"การสร้างพันธมิตรของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์หลังจากนี้จะเน้นไปที่การทำงานร่วมกัน เพราะเดิมอาจเป็นการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่หลังจากนี้จะเริ่มทำงานร่วมกันเข้มข้นมากขึ้น มีการลงทุนร่วมกัน แบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้ความสัมพันธ์ลึกขึ้นกว่าเดิม เมื่อพันธมิตรแข็งแรง เราก็แข็งแรงขึ้นตามไปด้วย"

ด้าน จอห์น ลี โกะชุน ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่เมื่อเทียบกับบำรุงราษฎร์หรือโรงพยาบาลอื่นๆในประเทศไทย เนื่องจากเพิ่งก้าวจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่อุตสาหกรรมการแพทย์เมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลในการดูแลจำนวน 8 แห่งและกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งภายในสิ้นปีนี้ การทำงานร่วมกับพันธมิตรเพราะใช้ความแข็งแกร่งของทั้ง 2 ฝ่ายในการยกระดับคุณภาพการให้บริหารก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สำคัญในการทำธุรกิจยุคนี้

"เราเชื่อว่าศูนย์กระดูกสันหลังและศูนย์ข้อ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายไปสู่โรงพยาบาลอื่นๆ ในเครือของเราอีก เพราะการมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันในเชิงของการให้บริการและการเติบโตทางธุรกิจซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือคนไข้ของเรา คนไข้ของเราที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆจะได้รับบริการที่ดีจากโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯที่จับมือร่วมให้บริการกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นี่คือภาพที่เราต้องการ"

นอกเหนือจากการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์แล้ว รูปแบบความร่วมมือกันในลักษณะนี้ยังส่งผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมเพราะสิ่งสำคัญที่สุดของโมเดลนี้คือการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลภาครัฐ ในขณะเดียวกันยังทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าเดิม และเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

bodrum escort
antalya escort