10,590
VIEWS

จบ 8 เดือน สถานการณ์สื่อยังวิกฤติ สิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ อาการน่าห่วง

Sep 14, 2017 S.Worapol

อย่างที่เราติดตามสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสื่อในช่วงที่ผ่านก็พอจะทราบกันดีว่า เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค ภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินที่หมุนเวียนในอุตสาหกรรมลดลงในทุกปี

โดย ภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI ได้ออกมาประเมินสถานการณ์หลังจากจบ 8 เดือนแรกของปีนี้ว่า “เรามองว่าภาพรวมของทุกสื่อในปีนี้ถือว่าซบเซามากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยการเติบโต ติดลบ 16.6% โดยเราเชื่อว่าหลังจากเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงพระราชพิธี คือเดือน พฤศจิกายน และ เดือนธันวาคม แบรนด์จะเริ่มกลับมากระตุ้นตลาดอีกครั้ง ทำให้ตัวเลขอาจจะโตขึ้นอีก 3% ปิดสิ้นปีที่ติดลบ 13% เป็นเม็ดเงิน 8.7 หมื่นล้านบาท”

สำหรับผู้ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุด ยังคงเป็น ยูนิลีเวอร์ โตโยต้า  และ พีแอนด์จี และหากไม่นับรวมหน่วยงานภาครัฐอุตสาหกรรมที่มีการใช้เงินมากสุดคือ กลุ่มรถยนต์ (ปิกอัพ, รถยนต์นั่ง, รถเอสยูวี) สมาร์ทโฟน Soft Drinks และ Personal Care

ทีวี เค้กก้อนใหญ่ ที่ใครๆ ก็ต่างแย่งชิง

แน่นอนว่าเม็ดเงินกว่าครึ่งของตลาดรวมถูกโยนมาที่ทีวี แต่ภายในตลาดนี้มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเช่นกัน จากช่องหลัก 6 ช่อง กลายมาเป็น 24 ช่อง ทำให้ผู้เล่นต่างก็เเย่งชิงพื้นที่เพื่อขอส่วนแบ่งจากเม็ดเงินก้อนนี้

เมื่อมีผู้เล่นมากก็ทำให้ราคาโฆษณาไม่ได้เป็นมาตรฐาน กลุ่ม Leader ที่ทำโดยเฉลี่ยทำเรตติ้งต่อปีในระดับ 1.35 – 2 ประกอบด้วยช่อง 3 (HD), ช่อง 7, ช่อง Workpoint ทำให้มีอำนาจการต่อรองที่ค่อนข้างสูง

ส่วนกลุ่ม Challenger อย่างช่อง Mono, ช่อง 8, ช่อง ONE, ไทยรัฐทีวี, อมรินทร์ทีวี ที่ทำเรตติ้งในระดับ 0.35 – 0.75 และ Follower อย่าง ช่อง 3SD, ช่อง 9, Now 26, PPTV, True4U, GMM 25, 3 Family ก็ยังคงต้องหาจุดต่างเพื่อทำให้ Advertiser สนใจ

“แต่สิ่งที่ทุกช่องต้องให้ความสำคัญคือ พฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภค ที่กว่า 30% หายไปจากการดูสด ผู้บริโภคมีทางเลือกในการดูย้อนหลังจากช่องทางต่างๆ มากมาย ถึงแม้ว่าจะดูสดก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูผ่าน TV อีกต่อไป ทำให้ทั้งช่อง แบรนด์ เอเยนซี่ ก็ต้องคิดหาโมเดลในการนำเสนอสื่อโฆษณาให้ตรงจุดกับพฤติกรรมของลูกค้ามากที่สุด”

ทำให้เราเห็นว่าช่องที่มีการปรับตัวก็จะมีการวางรูปแบบการออกอากาศของรายการแตกต่างกันระหว่างบนทีวีแลออนไลน์ นั่นคือการปรับตัวของช่องเพื่อแชร์รายได้หลักที่หายไป นำส่วนของออนไลน์ที่เป็นโอกาสใหม่เข้ามาเติมเต็ม

สิ่งพิมพ์ทรุดหนัก คนรับสื่อทางดิจิทัล

แน่นอนว่าในบรรดาทุกกลุ่มของสื่อ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่มีอัตราการเติบโตต่ำสุดและยังคงมีแนวโน้มที่ลดลงในทุกๆ ปี ช่วงปีสองปีที่ผ่านมาสิ่งที่สะท้อนอุตสาหกรรมนี้ได้ชัดเจนมากที่สุดคือการปิดตัวลงของหัวหนังสือหลายๆ เล่มทั้งหัวไทย และต่างประเทศ รวมถึงการประกาศรายได้ที่ขาดทุนกันระแนระนาด

จากตัวเลขเราก็จะเห็นว่าเม็ดเงินของตลาดรวมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก แต่สัดส่วนที่หายไปของสิ่งพิมพ์นั้น อาจจะย้ายไปที่ช่องทางดิจิทัลหรือช่องทางอื่นๆ ที่มีการเติบโตขึ้น ทั้งสื่อนอกบ้าน สื่อในโรงหนัง และ Instore

ช่วงเปลี่ยนผ่านแบบนี้คงต้องเปลี่ยนตัวเองกันมากหน่อย มีคนเชื่อว่าสิ่งพิมพ์จะไม่ตาย เราก็เชื่ออย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ยุคสมัย และคนรับสื่อ !!! 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.