11,720
VIEWS

ตามดู “ไลน์ ทีวี” ทำอย่างไรเมื่อ “โลกของคนดูทีวี” เปลี่ยนไป

Dec 09, 2019 R.Somboon

ว่ากันว่า เทคโนโลยีที่เข้าถึงตัวเราอย่างรวดเร็วนั้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการในการเสพสื่อของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน จากอดีตที่ดูคอนเทนต์ผ่านหน้าจอทีวีแบบดั้งเดิม ก็มีการดูคอนเทนต์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้บริโภคมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคเลือกที่จะรับคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของตน มากกว่าที่จะรับคอนเทนต์สำหรับแมสทั่วๆ ไป รวมทั้งเลือกรับชมในเวลาที่สะดวกตามความต้องการของตัวเองอีกด้วย

 

รัญชิตา ศรีวรวิไล ผู้อำนวยการนีลเส็นมีเดียประเทศไทยให้ความเห็น เคยออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไป ต้องยอมรับว่าดิจิทัลมีความสำคัญขึ้นเร็วมาก ทำให้เส้นแบ่งระหว่างทีวีดั้งเดิมกับดิจิทัลตอนนี้เบลอมาก ในช่วงหลังมีแพลตฟอร์มต่างๆ เข้าถึงผู้ชมได้เยอะมาก ทั้งดูสด ดูย้อนหลัง และดูออนไลน์ ส่งผลให้คนรับชมผ่านจอทีวีลดลง แต่แพลตฟอร์มวิดีโอ หรือทีวีออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะชีวิตคนปัจจุบันอยู่กับหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ หรือคอมพิวเตอร์

 

เขายังบอกอีกว่า ข้อมูลการสำรวจเรทติ้งการรับชมสื่อทุกแพลตฟอร์มในสหรัฐอเมริกาของนีลเส็น สะท้อนชัดเจนว่าช่วง 10 ปี ดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คนใช้เวลาในการเสพสื่อมากขึ้น จากที่ในปี 2012 คนใช้เวลากับสื่อ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสังเกตได้ว่ากลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี จะเสพสื่อผ่านหลายช่องทาง โดยช่องทางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ สมาร์ทโฟน ขณะที่การสำรวจพฤติกรรมการเสพสื่อในเอเชียแปซิฟิค พบว่า คนชอบดูย้อนหลัง เพราะสะดวก สามารถดูได้ต่อเนื่อง โดยสิ่งที่คนดูต้องการคือ อยากให้มีคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงการดูบนหน้าจอใหญ่ที่ทำให้ได้รับอรรถรสมากยิ่งขึ้น

ส่วนในประเทศไทย จากการสำรวจการเข้าถึงสื่อของคนไทยทั่วประเทศ โดยแบ่งช่วงอายุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ อายุ 35 ปีขึ้น และอายุ 12-35 ปี พบว่ากลุ่มคนอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปยังรับชมผ่านจอทีวีอยู่มาก แต่ยอดการใช้อินเทอร์เน็ตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การรับชมผ่านจอทีวีมีแนวโน้มลดลงแต่ยังไม่มากนัก ขณะที่กลุ่มคนอายุ 12-35 ปี แม้จะเสพสื่อผ่านจอทีวีและอินเทอร์เน็ตใกล้เคียงกัน แต่มีการใช้อินเทอร์เน็ตทุกวันใน 5 กิจกรรมหลัก คือ การเล่นโซเชียล, ใช้แชท, อ่านหนังสือพิมพ์, ดูทีวีย้อนหลัง และดูข่าวต่างประเทศ จึงมีแนวโน้มการเสพสื่อผ่านจอทีวีลดลงมากกว่า เมื่อลงลึกถึงพฤติกรรมของคนดูทีวีออนไลน์ พบว่า 98% จะดูรายการย้อนหลัง และ 2% ดูไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งจะต้องเป็นรายการที่จำเป็นต้องดูสดจริงๆ เช่น การแข่งขันกีฬา รายการแข่งขันต่างๆ ในรอบชิงชนะเลิศ สิ่งที่น่าสนใจคือ มีการใช้เวลาในการดูย้อนหลังถึง 58 นาที และมีการเข้าใช้งานดูย้อนหลังถึง 20 วันต่อเดือน โดยมีการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ 94%, คอมพิวเตอร์ 3% และแท็บเล็ต 3%

 

 

เมื่อพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การวัดเรทติ้งจึงต้องเปลี่ยนตามไม่ได้วัดเฉพาะแค่สื่อทีวีอย่างเดียวแต่จะต้องวัดจากหลายแพลตฟอร์มด้วยกัน ซึ่งนีลเส็นเริ่มวัดเรตติ้งดิจิทัลคอนเทนต์ของ LINE TV ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2018 พบว่ามีอัตราการเติบโตรวดเร็วมาก นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ชมที่ไม่นับซ้ำ เพิ่มขึ้นถึง 1.7 เท่า, จำนวนยอดวิวเพิ่มขึ้น 30% และสามารถเข้าถึงคนไทยได้เพิ่มมากขึ้นถึง 5% จากจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศ และจากการสำรวจพฤติกรรมของคนไทยที่ดูทีวีกับดู LINE TV ในอายุ 18-34 ปี พบว่ามีสัดส่วนคนดูทีวีอยู่ที่ 57%  ส่วนคนดู LINE TV อยู่ที่ 47%

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือยังมีกลุ่มผู้ชมที่เลือกดู LINE TV อย่างเดียวสูงถึง 17% แสดงให้เห็นว่า หากแบรนด์ทำการสื่อสาร หรือซื้อโฆษณาในทั้งทีวีปกติ และ LINE TV จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้นอีกด้วย

ในอดีตแบรนด์สินค้า นักการตลาด และเอเจนซี่ มักทุ่มซื้อโฆษณาไปในสื่อทีวีมากที่สุด แต่เมื่อโลกเปลี่ยน แม้แต่ช่องทีวียังผันตัวเองมาสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้นจนไม่มีเส้นแบ่งระหว่างสองโลก เหลือเพียง “โลกของคนดู” ดังนั้นการวางคอนเทนต์ให้เข้าถึงคนดูให้มากที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัลใครๆ ก็ซื้อโฆษณาได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตสินค้าโอท็อป หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก สามารถเป็น  Advertiser ซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น LINE TV เพื่อให้การทำตลาดและการขายเข้าถึงคนทั่วประเทศ หรือแม้แต่ทั่วโลกก็ได้ เพียงสิ่งสำคัญนักการตลาดต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีความหมายตอบโจทย์ มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคเนื่องจากทุกวันนี้มีคอนเทนต์มากมายหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้มีทางเลือกในการเสพคอนเทนต์ ดังนั้น ผู้บริโภคจะเปิดรับคอนเทนต์ที่สนใจและชอบเป็นหลัก

“สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ เส้นระหว่างสองโลกนี้เบลอมาก เส้นแบ่งแทบจะไม่มีแล้วกลายเป็นโลกของคนดู ช่องทีวีผันไปสู่ช่องทางดิจิทัล อย่าง LINE TV ก็มีคอนเทนต์เหมือนกับทีวี คนไม่ได้เสพสื่อน้อยลง แต่แพลตฟอร์มวิดีโอมีบทบาทมากขึ้นและช่วยเพิ่มการเอาเวลาจากเราไปมากขึ้น บ่งบอกว่าการมีช่องทางที่เข้าถึงคอนเทนต์ได้มากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วมาเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมได้หลายรูปแบบมากขึ้น ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้น แพลตฟอร์มออนไลน์จึงเข้ามาเพิ่มโอกาส เพราะชีวิตคนอยู่กับหน้าจอค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ตรงนี้เป็นโอกาสที่เราจะเข้าถึงกลุ่มคนมากกว่าสมัยก่อนที่อยู่เฉพาะหน้าจอทีวี”

 

ด้าน กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนท์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่เปิดให้บริการแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ LINE TV ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากผู้ชมดีมากและได้สร้างพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ไทยแบบใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ชม จำนวนคอนเทนต์ และจำนวนพาร์ทเนอร์ รวมถึงจำนวนยอดวิวโดยเฉลี่ยต่อคอนเทนต์ ที่ล้วนขยายเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี จนล่าสุดมีคอนเทนต์รวมบน LINE TV มากกว่า 1,000 คอนเทนต์โดยยอดวิวที่เติบโตขึ้นมาจากคอนเทนต์หลักอย่างละคร และซีรีย์ต่างๆ ทั้งแบบย้อนหลังจากช่องทีวี หรือแบบออริจินัลที่เรียกว่า LINE TV Originals”

ในวันนี้ทาง LINE TV ได้โฟกัสที่กลุ่มคนดูที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพหรือเมืองหลักเท่านั้น แต่เป็นการโฟกัสที่ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องการจัดการตารางชีวิตของตัวเองได้ อยากดูคอนเทนต์เมื่อไรก็ดูได้ทันที เลือกดูตามความต้องการและความสะดวกของตนเอง เรียกว่าทุกคนสามารถสร้างไพร์มไทม์ในการรับชมคอนเทนต์ของตนเองได้ เป็นการ Personalize ตามความต้องการของผู้ชมแต่ละคนให้มีอิสระในการรับชมตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง และที่สำคัญคือ ดูฟรี”

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมผู้ชมของ LINE TV ช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุดก็คือ 15.00 – 18.00 น. ทั้งวันธรรมดาและสุดสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการรับชมรายการทีวีของ LINE TV เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว ถือว่าเป็นช่วงที่คนดูทีวีปกติค่อนข้างน้อย ไม่ได้มีคอนเทนต์ปังๆ บนช่องทีวีมากนักเพราะผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงเดินทางอยู่นอกบ้าน LINE TV จึงสามารถเข้ามาช่วยทลาย Pain Point ในการรับชมของผู้ชมระหว่างเดินทาง หรือช่วงที่เริ่มมีเวลาว่างหลังเลิกเรียนหรือเลิกงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งคือสิ่งที่ LINE TV ต้องการจะบอกผู้ชมว่าทุกคนสามารถสร้างไพร์มไทม์ของตัวเองได้ และบอกกับผู้ผลิตคอนเทนต์และอุตสาหกรรมโฆษณาว่า คนดูไม่ได้เลิกดูรายการทีวี เพียงแต่เราต้องเข้าใจกับพฤติกรรมที่ใหม่ที่เป็น New Normal ของผู้ชม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ LINE TV”

ปัจจัยที่จะช่วยให้ LINE TV ขยายฐานผู้ชมได้เร็วขึ้นนั้น คือการพัฒนารอบด้าน ทั้งแง่ของ 1. ความหลากหลายของคอนเทนต์ ควบคู่ไปกับ 2. การพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ชมมากขึ้น ทั้งรองรับการสตรีมมิ่งขึ้นทีวีผ่าน Chromecast และเปิดให้ดาวน์โหลดแอพ LINE TV ทั้ง Apple TV และ ใน Android TVและ 3.การพัฒนาระบบการค้นหาคอนเทนต์ให้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีการเพิ่ม Tab ใหม่อีก 2 Tab คือ 100 ล้านวิว Tab และ Movie Tab

“LINETV ยังคงมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์สำหรับคนไทย โดยเป็นฮับของคอนเทนต์ที่หลากหลาย ครบทุกความต้องการของทุกกลุ่มคนดู พร้อมขยายฐานกลุ่มคนเมืองสู่กลุ่มแมส และจะไม่หยุดพัฒนาคอนเทนต์และฟีเจอร์ต่างๆ มั่นใจว่าจะขึ้นแท่นเป็นผู้นำทีวีออนไลน์สำหรับคนไทยอย่างแท้จริง” กณพ กล่าวทิ้งท้าย

แอพพลิเคชั่น

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle