3,486
VIEWS

เอพี ไทยแลนด์ แบรนด์นักคิดที่ไม่หยุดนิ่ง The Superstar Company แห่งธุรกิจอสังหา

Dec 18, 2019 -None-

มาถึงเวลานี้ การเป็นแบรนด์นักคิดที่ไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของ เอพี ไทยแลนด์” ได้สร้างผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ตามมา จากความสามารถในการคว้ารางวัลบริษัทอันดับที่ 1 ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้บริโภคให้ความยอมรับจากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Company 2019 มาครองได้สำเร็จ

แต่หากเรายังจำกันได้ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เอพี  ไทยแลนด์ ก็ยังเป็นเจ้าของรางวัลแบรนด์อันดับที่ 1 ในใจผู้บริโภคในหมวดอสังหาริมทรัพย์ จากผลสำรวจของ BrandAge Thailand’s Most Admired Brand 2019 ซึ่งนั่นทำให้ เอพี ไทยแลนด์ เป็นบริษัทอสังหาเพียงแห่งเดียวที่สามารถควบอันดับ 1 ในทั้ง 2  รางวัลดังกล่าว

คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มักจะกล่าวอยู่เสมอถึงความสำเร็จของ เอพี ไทยแลนด์ ว่าเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง “นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน” โดยผ่านการผสมผสานประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ากับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

คำดังกล่าวไม่ใช่แค่คำพูดที่ดูสวยหรู แต่เอพี ไทยแลนด์ ลงมือปฏิบัติจนเกิดขึ้นจริง จนลูกบ้านรู้สึกได้ถึงนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ไม่เช่นนั้นในปีที่ผ่านมา เอพี ไทยแลนด์ คงไม่สามารถทุบสถิติยอดขายรวมอยู่ที่ 41,298 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายถึง 104% นับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้บริษัทขยับขึ้นเป็นเบอร์ 2 ที่ทำรายได้สูงสุดของตลาด

New Normal Creator

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นแบรนด์นักคิดที่ไม่หยุดนิ่งนี่เอง เป็นแต้มต่อให้เอพี เป็นดีเวลลอปเปอร์เบอร์ต้นๆ ที่สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับธุรกิจอสังหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารพื้นที่ หรือ Space Management ตั้งแต่ยุคแรกๆ สะสมเป็นความเชี่ยวชาญในด้านของการ Utilization พื้นที่มา 28 ปี เพราะเอพี มองว่าทุกส่วนของบ้านคือพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นผนัง เพดาน หรือทุกส่วนของบ้านควรสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ซึ่งแนวคิดนั้นสะท้อนออกมาเป็นวิธีคิดในการออกแบบพื้นที่ต่างๆ ในที่พักอาศัยของเอพี

ไม่เฉพาะแต่ที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมในทุกๆ มิติของการอยู่อาศัย จนออกมาเป็นโปรดักต์ที่ออกแบบโดยคำนึงถึง Space Utilization ผ่านกระบวนการความเข้าใจ Demographic ของลูกค้าแต่ละกลุ่มในแต่ละโลเกชั่น

แน่นอนว่า ความครอบคลุมในทุกๆ มิติของการอยู่อาศัยทำให้เอพี จำเป็นต้องคิดค้นพัฒนาโปรดักต์และบริการบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาด

“เป้าหมายคือการสร้าง “นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน” อสังหาริมทรัพย์ในมุมของเอพี ไทยแลนด์ ในอนาคตจึงไม่ได้จบแค่การสร้างบ้าน การออกแบบห้องนอน หรือแค่การสร้างอรรถประโยชน์ให้กับพื้นที่ในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ เพียงเท่านั้น หากแต่ยังต้องทำความเข้าใจกับความต้องการที่ยังไม่ได้ถูกตอบสนอง (Unmet Needs) ที่แม้แต่ตัวผู้บริโภคเองก็อาจจะยังไม่รู้ว่านั่นคือ ความต้องการที่แท้จริงของตัวเองควบคู่ไปกับการนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาช่วยตอบโจทย์เพื่อบรรลุเป้าหมายกับการสร้างคุณภาพสินค้าที่นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกบ้านในแต่ละโครงการของเอพี”

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ เอพี ได้มีการตั้งหน่วยงาน “เอพี ดีไซน์ แล็บ”  ขึ้นมาเพื่อค้นหาว่าความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไร ด้วยกระบวนการทำงานที่เรียกว่า Empathy Design ทำให้ลูกค้าได้รับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดในทุกด้าน

“เอพีเป็นรายแรกๆ ที่คิดทำอสังหาริมทรัพย์ให้ครบวงจร โดยใช้ความต้องการของลูกค้าเป็นแกนหลัก จนกระทั่งทุกวันนี้ เราก็มีกระบวนการที่ทำความเข้าใจและเข้าถึง Unmet Needs ของคนที่มองหาบ้านและคอนโดมิเนียมออกมาให้ได้ เป็น Unmet Needs ที่เขาไม่เคยรู้ว่าเขาอยากได้ แต่เป็นสิ่งที่เอพีต้องไปค้นหา และแปลข้อมูลออกมาเพื่อพัฒนาโครงการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะตอบสนอง โดยคำว่าเพื่อคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดในทุกด้านถูกเซตเป็นไกด์ไลน์เพื่อให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจในองค์รวมแล้ว คนทำงานทั้งหมดของเอพีไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก มาร์เก็ตติ้ง หรือส่วนอื่นๆ ก็จะรู้หน้าที่ว่าสำหรับแบรนด์ที่เป็น Thinker แบบเอพีต้องนึกถึงสิ่งใดก่อน”

นอกจากนี้ยังคำนึงถึง Quality Of Life ของลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างนั่นทำให้เกิดการพัฒนา Innovation ต่างๆ ตามมา ไม่เฉพาะแค่ Product แต่ยังเป็นเรื่องของ Smart Living ที่ติดอยู่กับตัวบ้าน ยกตัวอย่าง เช่น Smart Locker ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเมื่อเวลาที่มีของมาส่ง ลูกบ้านสามารถไปรับของได้ที่ Locker ของตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านนิติบุคคลซึ่งมีเวลาปิดเปิดที่จำกัด Smart Locker จึงเป็น Solution หนึ่งที่ทำให้ลูกบ้านมีความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งสะท้อนภาพของการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ

ล่าสุด เอพี ยังคงเป็นดีเวลลอปเปอร์รายแรกที่เริ่มสร้างเมืองในบริบทใหม่ให้กับวงการอสังหา เป็นพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต กับการสร้างมาสเตอร์แพลนเพื่อการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ เคียงคู่ไปกับแนวคิดการสร้างป่าในเมือง ที่นอกจากการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยในการออกแบบพื้นที่แล้ว ยังศึกษาและทำความเข้าใจต่อการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างคนเมือง และธรรมชาติ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ควบคู่กับการออกแบบเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโครงการเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ในการเพิ่มระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่าง คนเมือง สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ใหญ่ และระบบนิเวศต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ดี มีสุขภาพกายและใจที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ที่นำมาซึ่งการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อย่างมีคุณภาพโดยเริ่มจากโครงการ LIFE สาทร เซียร์รา เพื่อเป็นต้นแบบแห่งการอยู่อาศัยแนวตั้งที่ยั่งยืนและสมดุล

Happiness Workplace

ในอีกแง่หนึ่ง การที่เอพีเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัดทั้งในแง่รายได้ และรางวัลที่ได้รับการยอมรับจากเวทีต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า องค์กรขนาดใหญ่อย่างเอพีที่มีพนักงานกว่า 2,000 คน ประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ และคนทำงานในหลายเจนเนอเรชั่น มีวิธีการหลอมรวมทางวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งได้อย่างไร

คุณอนุพงษ์ กล่าวว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เอพีได้ปรับวิธีการทำงาน โดยพยายามทำใน 3 เรื่อง ได้แก่ การนำเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาใช้ให้เป็นประโยชน์และสร้างอินโนเวชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์องค์กรด้านการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า แต่สิ่งสุดท้ายที่สำคัญมากกว่านั้น และซื้อไม่ได้ด้วยเงินคือ บุคลากร ซึ่งเป็นเรื่องที่เอพี ไทยแลนด์ มุ่งเน้นเป็นอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรให้คนทำงานมีความสุข

“ถ้าคนในองค์กรทำงานอย่างมีความสุข เขาย่อมมีพลังงานที่จะสร้างคุณภาพชีวิตให้คนอื่นได้ซึ่งการทำงานอย่างมีความสุข ไม่ได้แปลว่าทำงานไม่หนัก หรือทำงานแล้วไม่มีปัญหา แต่ผมจะบอกพนักงานเสมอว่า ให้เขาประเมินตัวเองว่า ตื่นมาแล้วอยากไปทำงานมั้ย เพราะบางครั้งปัญหาหรืออุปสรรคมันคือความท้าทายที่สนุกเหมือนกัน ดังนั้น คำถามว่า ตื่นมาแล้วยังอยากไปทำงานอยู่มั้ย จึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ให้พวกเขาฝึก Outward Mindset สัก 6 เดือน วัตถุประสงค์หลักของผม คืออยากให้พนักงานฝึกเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อองค์กร แต่องค์กรจะเป็นผลพลอยได้ถ้าคุณมีความสุขในการทำงาน และเข้าใจความต้องการของคนอื่นที่ต้องร่วมทำงานด้วย”

นั่นหมายความว่า Outward Mindset กลายเป็นเบื้องหลังที่ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานนั่นเอง และถูกนำมาใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดยร่วมมือกับเทอรี่ วอร์เนอร์ อาจารย์นักวิจัยด้านจิตวิทยา ผู้ก่อตั้งสถาบัน Arbinger Institute ประเทศสหรัฐอเมริกาในการออกแบบการอบรมจนสร้างจุดเปลี่ยนให้กับเอพี ให้กลายเป็นองค์กรที่ใช่สำหรับพนักงานเพื่อออกโปรดักต์ที่ใช่ให้กับลูกค้า และสร้างแบรนด์ที่ใช่ครองใจผู้บริโภค

“Outward Mindset เข้ามามีบทบาททำหน้าที่เป็นกลไกในการเชื่อมโลกเก่ากับโลกใหม่ รวมถึงเชื่อมใจคนจากหลายหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขปราศจากความขัดแย้งเพราะในทฤษฎี Outward Mindset คือการมองคนให้เป็นคน เพราะแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องคนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ก็ตาม แต่องค์กรทุกแห่ง โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่จะมีคอร์ปอเรทไซโล ต่างคนต่างมีกลุ่มก้อนของตัวเองซึ่งไม่ต่างไปจากการแบ่งกลุ่มคนในรุ่นต่างๆ ที่ผ่านมาผมมักเจอกับปัญหาฝ่ายการเงินไม่เข้าใจฟรอนท์ไลน์ต่างคนต่างไม่เข้าใจกันเหมือนกัน แต่ทั้ง 2 ฝั่งต่างมีดีด้วยกันทั้งคู่ Outward Mindset จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการมองคนเป็นคน แปลว่าเวลามีปัญหาขัดแย้งแต่ละฝ่ายให้เริ่มต้นมองเขาด้วย 3 ประเด็นนี้ก่อน คือ คนๆ นั้นมีจุดประสงค์อะไร หรือต้องการอะไรใน Objective, มีความต้องการหรือ Need อะไร และความท้าทาย Challenge ของเขาคืออะไร ซึ่งการจะเข้าใจ 3 เรื่องนี้ได้ต้องอาศัยการถามเยอะๆ ฟังเยอะๆ เพื่อให้เกิดการทำความเข้าใจ ถ้าสามารถตอบ 3 ข้อนี้ได้ก็จะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจกัน ซึ่งผมใช้ Outward Mindset เป็น Key Ingredient ขององค์กรที่บังคับให้ทุกคนต้องเรียนและฝึกจนเกิดเป็นนิสัยในการทำงานร่วมกัน”

ในขณะที่ Outward Mindset ถูกนำมาใช้เป็นตัวเชื่อมในด้าน Soft Skill คุณอนุพงษ์ก็ยังนำ Stanford Design Thinking มาเป็นแกนหลักของบริษัทอีกแกนหนึ่งเพื่อเป็นตัวช่วยในด้าน Hard Skill ผ่านการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ให้พนักงานเอพีต้องเรียนเช่นกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการทางความคิดที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์ใหม่ๆ โดย Stanford Design Thinking ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ Empathy/Define/Ideate/Prototype/Test เกิดเป็นการเรียนรู้ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า  Fail Fast, Fail Cheap, Fail Forward

“การจะคิดค้นนวัตกรรมได้ต้องอาศัยความกล้า ทฤษฎีของ Design Thinking เขาสอนไว้เลยว่า Fail Fast, Fail Cheap, Fail Forward คือไม่ต้องไปกลัวมัน จะล้มก็ให้มันล้มไป ขอให้ล้มเร็ว จะได้จ่ายถูกที่สุดเท่าที่จะถูกได้ แต่สิ่งที่สำคัญ นั่นคือการตั้งถามตัวเองว่า คุณเรียนรู้อะไรจากการล้มนั้น เพื่อที่คุณจะลุกขึ้นมาใหม่ แล้วเอาสิ่งที่เรียนรู้มาทำให้คุณเดินต่อไปได้ นั่นแหละคือการล้มไปข้างหน้า ดังนั้น เรื่องการคิดเรื่องนวัตกรรมจึงไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”

อีกทางหนึ่งถือได้ว่า Outward Mindset +Design Thinking ซึ่งเป็น The Key Ingredient ที่จะมาผ่าทางตัน และรับมือกับกระแส Disruptive ที่กำลังคุกคามในหลายอุตสาหกรรม

“การรักษาความเป็นผู้นำ นับวันจะเป็นเรื่องยากเพราะเมื่อไหร่ที่คุณเป็นที่หนึ่ง คุณจะตกเป็นเป้าทันทียิ่งในยุคนี้ คู่แข่งไม่ใช่หน้าเดิม แต่มาได้จากทุกช่องทางดังนั้นเรื่องของการมองไปข้างหน้า จะเป็นแค่การวางแนวทางหรือวิชั่นแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป คุณจะต้องรู้ความหมายอย่างลึกซึ้งก่อนวางวิชั่น และแม้หากว่ารู้จักและวางวิชั่นได้แล้วก็ตาม ก็ต้องรู้วิธีเดิน หรือหาทางเดินไปสู่วิชั่นนั้นให้ได้ ผมว่านี่คือปัญหาใหญ่ ประเด็นคือ วิชั่นจะลอยอยู่กลางอากาศไม่ได้ หรือจะก๊อบปี้ตามแนวทางซิลิคอลวัลเล่ย์ไม่ได้ คุณจะต้องรู้ทางเดิน สิ่งที่ผู้นำต้องทำคือ เปิดตาดูโลกซึ่งไม่ใช่ใบเดิมอีกต่อไป จะต้องรู้ว่าโลกไปทางไหน” คุณอนุพงษ์ กล่าว

ต้นปีที่ผ่านมา เอพีจึงได้มีการประกาศนำพาองค์กรก้าวสู่ศักราชใหม่ที่มากกว่าธุรกิจพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด AP World, A Vision for Quality of Life พร้อมเปิดตัว 3 Disruptive Business ได้แก่ SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต, VAARI ดำเนินธุรกิจสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตและ CLAYMORE ดำเนินธุรกิจการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ นอกจาก Property Business ที่มีอยู่ ได้แก่ เอพี ไทยแลนด์ ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, BC ที่ปรึกษาด้านการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร และ SMART บริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า 3 ธุรกิจใหม่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์และเติมเต็มให้วิสัยทัศน์การมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคมให้สำเร็จลุล่วง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเอพี ไทยแลนด์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยล่าสุด “เคลย์มอร์” พัฒนานวัตกรรมบริการ 2 ด้านสำคัญ ภายใต้ชื่อ “KATSAN” ผู้คุ้มกันส่วนตัวอัจฉริยะ (Personal Guardian) ตลอด 24 ชั่วโมง และ “HOMEWISER” ผู้เชี่ยวชาญประจำบ้าน ด้วยแนวคิดการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ในขณะที่ “เอสอีเอซี” เป็นอีกธุรกิจของเอพีที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถของคนในองค์กร และคนในสังคม ผ่านการสร้างนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้อย่าง “YourNextU” นวัตกรรมและระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่โดดเด่นด้วย Learning Buffet Model โมเดลเพื่อการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ด้วยหลักสูตรเพื่อการพัฒนาศักยภาพแบบรอบด้านกว่า 300 หลักสูตร ทั้งแบบในคลาสเรียน และออนไลน์

สำหรับก้าวต่อไปของ เอพี ไทยแลนด์ ยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอเทรนด์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตเพื่อตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์เอพีในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง

“เอพีเชื่อว่าพื้นที่ที่ดีที่สุด คือพื้นที่ที่เราแบ่งปันความสุขกับใครอีกคนเราจึงพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับเทรนด์ Multi Generation Living โดยให้ความสำคัญกับแนวโน้มการอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลายช่วงอายุ ตั้งแต่เจนเนอเรชั่นเบบี้บูม
ไปจนถึงเจนเนอเรชั่น อัลฟา หรือเด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2553 ดังนั้นบทบาทของพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใช้ต้องตอบโจทย์มากกว่าการอยู่อาศัย แต่ต้องได้รับการออกแบบ จัดวางทุกองค์ประกอบอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์แต่ละวัย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และเอื้อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสร้างสรรค์เรื่องราวแห่งความสุขในแบบฉบับของตัวเอง และแบ่งปันความสุขให้กับคนรอบข้าง ท่ามกลางกระแสสังคมก้มหน้าที่กำลังลดทอนความสัมพันธ์ของมนุษย์ลง”

“เราต้องการเชื่อมโยงมุมมองและวิธีคิดในการออกแบบพื้นที่สำหรับคนทุกรุ่นในสังคม ให้เกิดเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เกิดการเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ของคนรอบตัว ก่อเกิดเป็นชุมชนที่มีคุณภาพ”

ยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่ต้องการมุ่งเน้นการผสานแนวคิดการออกแบบพื้นที่ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและใส่ใจในการร่วมสร้างสังคมคุณภาพ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort