7,359
VIEWS

บีเอ็มดับเบิลยู ใส่ความเป็น JOY ในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการขับขี่

Dec 18, 2019 -None-

ความมุ่งมั่น “ขับเคลื่อนด้วยความรักและหลงใหล” ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการสร้างสรรค์สู่ทุกๆ ด้านของชีวิตลูกค้าด้วยการใช้ทักษะด้านวิศวกรรมและความสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการอันร่วมสมัย พร้อมด้วยคุณภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร และมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นผ่านนวัตกรรม และทำกิจกรรมการตลาดให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ล้วนส่งผลให้  “บีเอ็มดับเบิลยู” กลายเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคชื่นชอบเป็นอันดับ 1 จากผลการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2019

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า บีเอ็มดับเบิลยู เป็นองค์กรที่ใส่ความเป็น JOY ในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างสุนทรียภาพในการขับขี่และประสบการณ์เกี่ยวกับแบรนด์ให้กับลูกค้า โดยที่ผ่านมาบริษัทใช้หลักการของนวัตกรรมในการขับเคลื่อนองค์กรพร้อมรองรับอนาคต โดยเฉพาะยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์สู่ยานยนต์แห่งโลกอนาคต คือ ACES ซึ่งได้แก่ Autonomous ระบบขับขี่อัตโนมัติ Connected ระบบเชื่อมต่อครบวงจร Electrified ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และ Services/Shared การให้บริการ

ด้านการสร้างแบรนด์นั้น “JOY” เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ที่ บีเอ็มดับเบิลยู มุ่งสร้างความสุขที่มากยิ่งขึ้นในปี 2020 ผ่านโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ด้วยกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่จะมีขึ้นทั้งในประเทศและทั่วโลก

ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเป็นพันธมิตรที่มั่นคงในการสร้างประโยชน์และคุณค่าในระยะยาวแก่สังคมผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ Care4Water ส่งเสริมชุมชนที่ขาดแคลนทั่วไทยให้มีน้ำสะอาดใช้ ตลอด 4 ปีที่ดำเนินโครงการ ได้มอบระบบกรองน้ำกว่า 6,000 ฟิลเตอร์ ให้แก่ชุมชน 70 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ชาวบ้านในชุมชนราว 600,000 คน และมีเป้าหมายที่จะบริจาคเครื่องกรองน้ำให้ได้ตามเป้าหมายทั้งหมดเป็น 9,520 ฟิลเตอร์ ภายในสิ้นปี 2564

“เรายังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาฝีมือด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ BMW Service Apprentice Program ครอบคลุมการเรียนรู้ด้านทฤษฎี การอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู และร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ สนับสนุนการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาของไทย และสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะและความสามารถระดับสูง ยกระดับศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังได้ร่วมพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ ในโครงการ BMW Dual Excellence Program เพื่อปูรากฐานทักษะวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ซึ่งเป็นสหวิทยาการเชิงประยุกต์ เพื่อสานต่อการพัฒนาศักยภาพอาชีวศึกษาไทยทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติให้แข็งแกร่ง ทั้ง 2 โครงการนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมแล้ว 250 คนจากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก วิทยาลัยการอาชีพบางแก้วฟ้า วิทยาลัยเทคนิคชุมแพ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ โดยจะขยายไปยังวิทยาลัยเทคนิคอื่นๆ อีกในอนาคต”

ในเวลาเดียวกัน ก็ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมงานวิ่งเพื่อการกุศล SO FIT SO FUN RUN ร่วมกับโรงแรมโซฟิเทล แบงคอก เพื่อระดมทุนบริจาคช่วยเหลือองค์กรแคร์ฟอร์ วอเตอร์ และมูลนิธิแฮนด์อะครอสเดอะ วอเตอร์ ในการจัดหาน้ำสะอาดให้กับชุมชนผู้ขาดแคลนและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ การมอบเงินจากโครงการ BMW Golf Cup International รอบคัดเลือกให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ และมินิ ประเทศไทย ได้สนับสนุนมูลนิธิชัยพัฒนา โดยการมอบรายได้จากการจัดกิจกรรม MINI CONVOY & JOHN COOPER WORKS TRACK DAYS อีกด้วย

แน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์ การบริการ และกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีต่อองค์กรนั้น ย่อมมาจากวัฒนธรรมขององค์กรที่เข้มแข็ง ซึ่งผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กล่าวถึงแนวทางการทำงานของที่นี่ว่า ถูกตั้งอยู่บนค่านิยมหลัก 5 ประการ ซึ่งเป็นแนวทางที่พนักงานทุกคน พันธมิตรและลูกค้าปฏิบัติต่อกันเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ประการแรกคือ ความรับผิดชอบ ผ่านการตัดสินใจอย่างแน่วแน่และเด็ดขาดบนหลักการของความรับผิดชอบ เพื่อให้การทำงานดำเนินไปได้อย่างมีอิสระและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สองคือ เห็นคุณค่าของกันและกัน ทบทวนการกระทำต่อกันและกัน มีคำติชมและแสดงความยินดีให้แก่กันในยามที่ประสบความสำเร็จ สามคือ ความโปร่งใส ซึ่งที่นี่มิเพิกเฉยต่อข้อกังวลและมีกระบวนการตรวจสอบในทางสร้างสรรค์ และดำเนินการจัดการด้วยความซื่อสัตย์ สี่คือความไว้เนื้อเชื่อใจ พึ่งพากันและกัน เพื่อการทำงานที่รวดเร็วทันการณ์และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสุดท้ายคือ การเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงและต้อนรับโอกาสใหม่ๆ รวมทั้งไม่หยุดนิ่งในการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จในรอบปีนี้ทำให้บีเอ็มดับเบิลยูเป็นแบรนด์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยได้มีการเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำในเซ็กเมนต์ลักชัวรี่ ด้วยการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู 8 Series ใหม่ในช่วงปลายปี 2018 เติบโตอย่างต่อเนื่องสู่ต้นปี 2019 ด้วยการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X7 ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล X และเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา ส่วนดีไซน์ใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ ชาวไทย และล่าสุดก็ได้เปิดตัวสมาชิกใหม่ในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู M อย่างบีเอ็มดับเบิลยู X3 M และบีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ ด้านนวัตกรรมนั้นก็ได้ปฏิวัติการให้บริการของเราด้วยระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ที่มีนวัตกรรม AI มาช่วยให้ผู้ขับสื่อสารกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตอบรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ปีนี้ยังเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปี ของมินิด้วยแคมเปญใหม่และกิจกรรมหลากหลายสำหรับลูกค้าในไทย ทั้งการเปิดตัวมินิ Hatch Ice Blue Edition รุ่นพิเศษ, มินิ Cooper S Hatch 60 Years Edition การเปิดตัวเทคโนโลยีเชื่อมต่อ MINI Connected และการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำเพื่อร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมพิเศษ

โดยในด้านการผลิต บีเอ็มดับเบิลยู แมนูเฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ได้ดำเนินกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศไทย ซึ่งเป็นการร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์กรุ๊ป เสริมความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพให้กับโรงงานในระยอง และแสดงถึงความมุ่งมั่นในการช่วยให้พันธกิจของประเทศบรรลุเป้าหมายด้านเดินทางสัญจรอย่างยั่งยืนด้วย

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ได้ยกตัวอย่างการทำงานขององค์กรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า มาจากความมุ่งเน้นพัฒนาความเชี่ยวชาญในการผนวกประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นเข้าด้วยกัน ในขณะที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าอยู่นั้น ก็ยังได้ออกแบบระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายให้สามารถอยู่ภายในโครงสร้างของรถยนต์รุ่นเดียวกันได้ และปรับกระบวนการผลิตของโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ในที่ต่างๆ ให้สามารถรองรับการผลิตในรูปแบบดังกล่าวนี้ด้วย ดังนั้นลูกค้าสามารถคาดหวังได้ว่า รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่างๆ ในอนาคต จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบสันดาปภายใน ระบบปลั๊ก-อินไฮบริด หรือระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

สำหรับเป้าหมายการทำงานในปีหน้านั้น ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์และบริการระดับพรีเมียมในประเทศไทยและเอเชีย บีเอ็มดับเบิลยูยังคงมุ่งสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็นหลัก โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับตลาดนั้นๆ ส่งเสริมให้เกิดการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในประเทศ และสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าทุกท่าน ด้วยการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้พนักงานทุกคนในแต่ละทีมรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองอย่างอิสระ และไม่ลังเลที่จะมีส่วนร่วมอันเหนือกว่าความคาดหวังขององค์กร เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณค่าที่เพิ่มขึ้น ความร่วมมือกันก็เป็นศูนย์กลางในการทำงาน ไม่หยุดเมื่อเกิดปัญหา แต่มองหาวิธีแก้ไข

“ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรามีพื้นที่ทำงานที่เปิดโล่ง กำจัดห้องทำงานที่แยกกันเป็นห้องๆ เพื่อขยายโอกาสในการทำงานและสร้างสรรค์ไอเดียร่วมกัน สร้างแรงบันดาลใจและมีตัวอย่างจากเพื่อนร่วมงานของเราในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์และเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าขององค์กรเรานั่นเอง”

“ความแข็งแกร่งอันโดดเด่นของเราไม่เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอของเรา นั่นก็คือ สุนทรียภาพแห่งการขับขี่หรือ Driving Pleasure ให้ลูกค้าของเราไว้วางใจในบีเอ็มดับเบิลยูที่สามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการขับขี่ให้กับลูกค้าของเรา ในฐานะแบรนด์ เราให้ความสำคัญต่อสิ่งที่ลูกค้าปรารถนา ด้วยการมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และช่วงเวลาอันน่าจดจำที่ยากจะลืมเลือนได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นมากกว่าประสบการณ์การขับขี่ทั่วๆ ไป”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.