7,967
VIEWS

6 วิธีการแก้ปัญหา PM2.5 ในจีนที่ได้ผล และไทยควรนำมาปรับใช้

Dec 23, 2019 P.Patikom

จีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างร้ายแรงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจจนมองข้ามเรื่องของความยั่งยืนไป

รัฐบาลจีนเพิ่งมาตระหนักและเร่งหาทางแก้ไขอย่างจริงจังในช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา โดยมีการออกมาตรการหลายๆ อย่าง เพื่อหาทางลดปัญหามลพิษทางอากาศให้ได้มากที่สุดก่อนปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง เพราะรู้ดีกว่าหากยังปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนถึงวันนั้น ยักษ์ใหญ่อย่างจีนจะเสียหน้าและกลายเป็นเป้าโจมตีอย่างแน่นอน

มาตรการหลายๆ อย่างที่ทยอยออกมาของรัฐบาลจีนนั้น มีทั้งเชิงบังคับและส่งเสริม เรียกว่าใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง

ผลที่ตามาาก็คือ ปัญหามลภาวะทางอากาศลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เราลองมาดู 6 วิธีการรับมือและแก้ปัญหาผลภาวะทางอากาศหรือ ฝุ่น PM2.5 ในประเทศจีนกัน

 

1. เลิกรถเมล์เก่า ใช้รถเมล์ไฟฟ้า

ทุกวันนี้ระบบขนส่งมวลชนของจีนพัฒนารุดหน้าไปไกลมาก การเดินทางระหว่างเมืองก็มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านเมืองใหญ่ๆหลายเส้นทาง ส่วนการเดินทางในเมืองนอกจากรถไฟใต้ดินแล้ว จีนก็ยังมีรถเมล์ รถแท็กซี่ที่เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าวิ่งให้บริการเป็นจำนวนมาก การยกเลิกใช้รถเมล์แบบน้ำมันมาใช้รถไฟฟ้าของจีนมีการวางแผนมาอย่างดี

จากการเก็บตัวเลขเฉพาะเมืองเสินเจิ้นเพียงเมืองเดียว รัฐบาลเริ่มมีการสนับสนุนการใช้รถบัสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2012 โดยเริ่มนำรถเมล์ไฟฟ้าออกมาวิ่งจำนวน 277 คัน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 16,359 คัน ในปี 2017 คิดเป็นจำนวนที่มากขึ้นถึง 60 เท่าตัว

ในยุคที่ยังใช้รถเมล์น้ำมันดีเซล พบว่ามลภาวะของเสินเจิ้น เกิดจากการปล่อยไอเสียของรถบัสเกือบ 20% จากจำนวนยานพาหนะทั้งหมดในเมือง เพราะเป็นรถที่ใช้งานมานาน พอเปลี่ยนมาใช้ระบบรถไฟฟ้าปัญหาดังกล่าวก็ลดลงไปได้อย่างมากมาย

รัฐบาลจีนได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้า อาทิ AYB ออกแบบรถสาธารณะรุ่นใหม่บางรุ่นให้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย เพื่อที่รถดังกล่าวจะได้ไม่ต้องจอดรอขณะชาร์จไฟ เพราะรัฐบาลรู้ดีว่ารถสาธารณะจะมีการใช้งานเกือบจะตลอด 24 ชั่วโมง การที่ต้องมาจอดรถเพื่อชาร์จไฟจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

2.  ห้ามขี่มอเตอร์ไซค์​ในเมือง ให้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า​แทน

ด้วยความที่รัฐบาลมีอำนาจในการสั่งการได้ทันที จีนใช้วิธีสั่งห้ามประชาชนขับขี้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันในเมืองใหญ่ทันทีหลายสิ 10 เมือง โดยใช้กฎหมายบังคับใช้ให้เปลี่ยนมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแทนทั้งหมด โดยมีมาตรการจูงใจเรื่องการลดราคาช่วย

 

3. ส่งเสริมรถไฟฟ้า

ทุกวันนี้ประเทศจีนยังคงใช้รถยนต์เชื้อเพลิงอยู่ แต่ทางรัฐบาลก็มีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ด้วยการออกนโยบายภาษี รวมถึงยอมออกเงินช่วยเหลือให้กับคนที่ต้องการซื้อรถไฟฟ้ามาใช้งาน นอกจากนี้แล้วจีนยังพัฒนาสถานีสำหรับชาร์จไฟกระจายทั่วเมืองเป็นจำนวนมาก

ใครที่มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนในตอนนี้เราจะสังเกตเห็นป้ายทะเบียนรถยนต์ในจีนมี 2 สี คือ ป้ายทะเบียนสีฟ้าสำหรับรถทั่วไป และป้ายทะเบีนยสีเขียวสำหรับรถไฟฟ้า

 ปัจจุบันนี้ จีนมีรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ของตัวเองหลายแบรนด์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น BYD, MG, BEIQI

ในปี 2018 ที่ผ่านมาจีนมียอดขายรถไฟฟ้าในประเทศมากกว่า 1.2 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 56% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งโลก

เป้าหมายของจีนนั้น ต้องการจะเลิกการจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วประเทศให้ได้ในปี 2025

 

4. พัฒนาระบบจักรยานเช่า

จีนมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกใช้กับระบบขนส่งมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นระบบการเช่าจักรยานในเมืองที่สามารถชำระค่าเช่าแบบรายเดือนหรือรายครั้งได้ผ่านสมาร์ทโฟน โดยผู้เช่าสามารถจ่ายเงินแล้วสแกน QR Code รถที่ต้องการขับเพื่อปลดล็อก และสามารถขับไปจอดที่ไหนก็ได้ในเมืองในจุดที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้

วิธีนี้สามารถช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลไปได้อย่างมาก เพราะผู้บริโภคสามารถเดินทางด้วยระบบรถไฟใต้ดินหรือรถเมล์แล้วเช่าจักรยานเพื่อขับระยะสั้นๆ ไปยังจุดหมายปลายทางได้โดยไม่เหนื่อยจนเกินไป

 

5. ปิดโรงงานเก่า

ด้วยระบบการปกครองของจีนที่เป็นสังคมนิยม ทำให้จีนสามารถออกมาตรการเร่งด่วนอะไรได้หลายๆอย่าง หลังจากที่จีนมีการกำหนดมาตรฐานในการปล่อยไอเสียของโรงงานใหม่ รัฐบาลจีนก็มีการตรวจสอบโรงงานเก่าอย่างเข้มข้น โรงงานไหนที่ไม่ได้มาตรฐานจะถูกสั่งปิดชั่วคราวเพื่อปรับปรุง หากยังไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานก็จะถูกสั่งปิดแบบถาวร

 

6. ปลูกป่าอย่างจริงจัง

สมัยก่อนใครที่เคยเดินทางไปปักกิ่ง จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ปักกิ่งต้องเจอปัญหาพายุทรายที่พัดมาจากทะเลทรายทางตอนเหนือทุกปี ซึ่งทางรัฐบาลจีนแก้ปัญหาโดยการปลูกต้นไม่เพื่อช่วยสกัดกั้นฝุ่นที่พัดลงมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือกว้างประมาณ 60 เมตร เป็นระยะทางยาวถึง 800 กิโลเมตร ในส่วนของถนนที่ตัดใหม่ รัฐบาลจีนก็ปลูกต้นไม้ใหญ่ขนาบข้างไปตลอดเส้นทาง บางช่วงของถนนมีการปลูกต้นไม่ซ้อนกันถึง 5 แนว

การปลูกต้นไม้ใหม่อย่างกว้างใหญ่ไพศาลนี้ช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่ง

กาง Action Plan 2020

แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศแผนก่อนหน้านี้ ซึ่งเปิดตัวในเดือนกันยายน 2013 อาจเป็นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลมากที่สุดของจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้จีนสามารถปรับปรุงคุณภาพอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดเป้าหมายลดฝุ่น PM2.5 ในภูมิภาคสำคัญ ซึ่ง PM2.5 ต้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างปี 2013 ถึง 2017 โดยในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River Delta) ลดลง 15 % และ ในกรุงปักกิ่ง ลดลง 33 %

ในกรุงปักกิ่งสิ่งนี้หมายถึงการลดระดับ PM2.5 จาก 89.5µg/m (85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ลงเป็น 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในการทำเช่นนั้นปักกิ่งได้ปิดสถานีพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และห้ามคนในพื้นที่โดยรอบกรุงปักกิ่งเผาถ่านหินเพื่อให้ความร้อน มาตรการเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายสูงและเป็นที่ถกเถียงกัน แต่พวกเขาสามารถทำให้เมืองบรรลุระดับ PM2.5 เฉลี่ยต่อปีที่ 58µg / m³ ลดลง 35 %

เมืองและจังหวัดอื่นๆ ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน ในท้ายที่สุดกลุ่มเมืองที่ใหญ่ที่สุด 3 แห่งของจีน (ปักกิ่ง เทียนจิน เหอเป่ย  Pearlและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี) ล้วนเป็นเป้าหมายในการดำเนินการตามแผนงานแก้ปัญหามลพิษ

ถึงกระนั้นก็ตาม ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในจีนยังไม่ลดถึงระดับตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่กำหนดค่า PM2.5 เฉลี่ยต่อปีที่ 10µg / m³  และ ณ สิ้นปี 2017 มีเพียง 107 เมืองจาก 338 เมืองในระดับเขตการปกครองของจีน และระดับการปกครองที่สูงกว่า ที่ได้ถึงมาตรฐานชั่วคราวขององค์การอนามัยโลกที่ 35µg / m³

มาตรการแก้ไขปัญหาด้านมลพิษของจีนตามแผนงานเดิมเพิ่งจะหมดอายุลงไปเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา แต่จีนก็มีแผนงานใหม่สำหรับมารองรับการแก้ไขปัญหามลพิษในอากาศที่เรียกว่า Action Plan 2020

แผนงานใหม่ของจีนในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ  มีรายละเอียดมากขึ้น และครอบคลุมจำนวนเมืองมากขึ้นกว่าแผนงานเดิมอีก

จีนได้ออกแผนปฏิบัติการใหม่สามปี 2018-2020 สำหรับการเอาชนะสงครามมลพิษเพื่อนำท้องฟ้าสีครามกลับมา (2018 - 2020 Three-year Action Plan for Winning the Blue Sky War) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศระยะที่ 2

แผนใหม่นี้จะต้องลดฝุ่น PM2.5 ลงอย่างน้อย 18 % จากระดับ PM2.5 บนพื้นฐานของปี 2015 ในเมืองและเขตปกครองต่างๆ

จากข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่าใน 338 เมืองที่เป็นเขตการปกครอง หรือระดับการปกครองที่สูงกว่านั้น 231 เมือง ค่า PM2.5 ยังไม่ลดลงถึงมาตรฐานรัฐบาลจีนในระดับซึ่งอนุญาตให้เฉลี่ย 35µg / m³ (เทียบเท่ากับมาตรฐานชั่วคราวของ WHO)

แผนปฏิบัติการ 3 ปี จะมีผลกับเมืองเหล่านี้ทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบแผนปฏิบัติการปี 2013 ที่กำหนดเป้าหมาย PM2.5 สำหรับกลุ่มเมืองของปักกิ่ง - เทียนจิน – เหอเป่ย และ Pearl และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี

 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กว่า 70 เมืองได้ลดมลพิษทางอากาศลงอย่างมาก ในช่วงแผนปฏิบัติการแรกที่ได้บรรลุเป้าหมายใหม่แล้ว ดังนั้นสำหรับเมืองเหล่านี้แผนใหม่จะไม่ให้แรงจูงใจมากขึ้นในการดำเนินการ 

ส่วนเมืองที่ไม่เคยมีแผนปฏิบัติการเหล่านี้มาก่อน เช่น หลินเฟน (Linfen) ในมณฑลซานซีจะถูกบังคับให้ปรับปรุงคุณภาพอากาศ

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ว่าทุกเมืองดังกล่าวข้างต้นจะบรรลุเป้าหมายการลด PM2.5 ลง 18 % แต่ก็ยังคงมีมากกว่า 200 เมืองที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 35³g / m³ แห่งชาติในปี 2020 และแผนปฏิบัติการ 3 ปี ไม่ได้บ่งชี้ว่าพวกเขาจะทำอย่างไร

โฟกัสโอโซน

แผนปฏิบัติการใหม่มุ่งเน้นที่โอโซนซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อสารประกอบอินทรีย์ระเหย (Volatile Irganic Compounds - VOCs) ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจนออกไซด์ การดำเนินการตามแผนใหม่เพิ่มเป้าหมายสำหรับ VOCs และไนโตรเจนออกไซด์  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10 % และ 15 % ตามลำดับในปี 2020 (บนพื้นฐานปี 2015)

เพราะแม้ว่าโอโซนในชั้นบรรยากาศจะบล็อกการทำลายของรังสีอัลตราไวโอเลต แต่โอโซนในระดับพื้นดินอาจทำให้เกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจ

ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า มลพิษโอโซนในประเทศจีน ปัจจุบันยังไม่รุนแรงโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ Hao Jiming ศาสตราจารย์แห่งคณะวิชาสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัย Tsinghua และสมาชิกของ Chinese Academy of Engineering บอกกับ chinadialogue ว่าระดับโอโซนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

แต่มีสัญญาณว่ามลพิษโอโซนในประเทศจีนกำลังแย่ลง อุณหภูมิที่สูงขึ้นหมายถึงมีการสร้างโอโซนมากขึ้น ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River Delta) ที่ร้อนชื้นนั้น ปัจจุบันโอโซนเป็นมลพิษหลักมากกว่า PM2.5  ส่วนภูมิภาคอื่นๆ ในจีนหลายแห่งจะประสบกับมลพิษโอโซนในช่วงฤดูร้อน กรีนพีซได้คำนวณระดับโอโซนเฉลี่ยทั่วประเทศจีนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสูงกว่าปีที่แล้ว 11 %

Zhang Jianyu หัวหน้าผู้แทนสำนักงานกองทุนป้องกันสิ่งแวดล้อมของปักกิ่ง (Beijing office of the Environmental Defense Fund) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนของสหรัฐฯ กล่าวกับสื่อ chinadialogue ว่า ในสหรัฐอเมริกาปัญหามลพิษโอโซนในระดับพื้นดินกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่เด่นชัดมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นแก้ไขปัญหา สหรัฐฯได้ลดระดับโอโซนโดยการกำหนดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์

 ในแผนแก้ป้ญหามลพิษในอากาศฉบับใหม่ของจีน มีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นในแผนใหม่คือ การเปลี่ยนแปลงในการต่อสู้เพื่อ "ท้องฟ้าสีฟ้า" ในแผนใหม่นี้ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Pearl (Pearl River Delta) ไม่ได้ถูกอธิบายว่าเป็นภูมิภาคสำคัญอีกต่อไป แต่จะถูกแทนที่ด้วยที่ราบเฟนเหว่ย (Fen-Wei Plains) ซึ่งรวมถึง นครซีอานและบางส่วนของมณฑลส่านซี เหอหนาน และชานซี (Shaanxi, Henan และ Shanxi)

ที่ราบเฟินเหว่ยได้รับผลกระทบจากมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในระดับสูงสุดของประเทศ ในขณะที่ระดับ PM2.5 ก็เป็นระดับที่สูงที่สุดในประเทศด้วย

Li Ganjie หัวหน้ากระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ในขณะที่ภูมิภาคสำคัญอื่นๆ มีการปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่ราบเฟนเหว่ย ก็แย่ลงและต้องการความพยายามในการแก้ปัญหามากขึ้น ในเมืองสำคัญของภูมิภาคซีอานระดับ PM2.5 เพิ่มขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 2015 ถึง 2017 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง

เช่นเดียวกับเหอเป่ย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคปักกิ่ง - เทียนจิน - เหอเป่ย ภูมิภาคนี้อาศัยถ่านหินเป็นพลังงานและเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมหนักที่ก่อมลพิษ 

แผนปฏิบัติการ 3 ปี ต้องการลดปริมาณการใช้ถ่านหินของที่นี่ลงในปี 2020 ห้ามการเผาถ่านหินขนาดเล็กเพื่อให้ความร้อนในฤดูหนาว และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษในปี 2019

Fu Lu ผู้อำนวยการ Clean Air Asia ของจีน กล่าวว่า สถานะใหม่ของที่ราบเฟนเหว่ย จะทำให้การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐบาลท้องถิ่นโดยรัฐบาลกลาง เข้มข้นขึ้น และจะให้การสนับสนุนทางการเงินและทางเทคนิคมากขึ้น ส่งเสริมการจัดสรรทรัพยากรและศักยภาพในการใช้ทรัพยากร ในพื้นที่ยากจนเหล่านี้

 

ผลกระทบต่อสภาพอากาศ

หลังจากการปฏิรูปปี 2018 ความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ได้เปลี่ยนไปสู่กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม แผนปฏิบัติการ 3 ปี ระบุว่าการจัดการมลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจีนกำลังมาพร้อมกัน

แผนดังกล่าวเรียกร้องอย่างชัดเจนสำหรับ “การลดการปล่อยมลพิษโดยรวมที่ประสานกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

แผนปฏิบัติการ 3 ปี ใช้มาตรการที่มีรายละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแหล่งที่มาของมลพิษและปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านในด้านพลังงานในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง ตัวอย่าง เช่น มี 11 ดัชนีและมาตรการสำหรับที่ราบเฟนเหว่ย รวมถึงการขนส่งทางรถไฟและการผลิตพลังงานความร้อนที่สะอาด

มาตรการเหล่านั้นเกิดจากการวิจัยตามเป้าหมายที่กำหนด หน่วยงานวิจัยของกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมได้ทำการประเมินผลประโยชน์ร่วมของสภาพภูมิอากาศจากวิธีการต่างๆ เพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศในเมือง

จากนั้น จึงเสนอมาตรการที่มีประโยชน์ร่วมมากที่สุด ตัวอย่าง เช่น ความร้อนที่ดีขึ้นในเมืองอุตสาหกรรมภาคเหนือ เตาเผาสร้างความร้อนที่ที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาด และการจัดการกับการเผาถ่านหินขนาดเล็ก

แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษในอากาศแผนใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยและประสบการณ์มากกว่ารุ่นก่อน He Kebin ซึ่งเป็นสมาชิกของ Chinese Academy of Engineering และคณบดีของโรงเรียนสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย Tsinghua (Tsinghua University’s School of the Environment) กล่าวว่า การประเมินที่ดำเนินการหลังจากแผนปฏิบัติการครั้งแรกหมดอายุ ได้ระบุแหล่งที่มาของหมอกควันและองค์ประกอบของมันลงไปในระดับเซ็คเตอร์ - พลังงาน (Sector-level – Energy) อุตสาหกรรมการขนส่งและอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์ในการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและกำหนดเป้าหมายมากขึ้น

Cr : chinadialogue

source

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle