7,734
VIEWS

ฟู้ดแพชชั่น “คน” สร้างองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

Jan 06, 2020 -None-

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขันในธุรกิจอาหารถือว่าสนุกและมีสีสันค่อนข้างมาก หลายแบรนด์ปรับตัวตามพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ชื่อของฟู้ดแพชชั่น (Food Passion) ผู้บริหารเชนร้านอาหารแบรนด์ดังอย่างบาร์บีคิวพลาซ่า จุ่มแซ่บฮัท ฌานา (Charna) สเปซ คิว (Space Q) และ เรดซัน (Red Sun) โดดเด่นขึ้นมาอยู่ในใจของผู้บริโภคจนได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในธุรกิจอาหารจากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2019 ด้วยปัจจัยซึ่งคุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด มองว่าเกิดจากบุคลากรที่มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มศักยภาพ

“เรามายืนอยู่ตรงนี้ และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคได้ ส่วนสำคัญมาจากการที่เรามีคนทำงานที่มี Value ตรงกัน พนักงานในองค์กรเรามีความเชื่อที่ตรงกัน ซึ่งเมื่อมาอยู่รวมตัวกันทำให้ความเชื่อนั้นมีความแรงกล้ามากขึ้น”

ฟู้ดแพชชั่น เป็นองค์กรที่สื่อสารเรื่องของความเชื่อมาอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิดที่มองว่าองค์กรไม่ได้แค่อยู่ในธุรกิจอาหารแต่อยู่ในธุรกิจซึ่งมีหน้าที่ดูแลให้ทุกคนมีความสุขโดยมีมื้ออาหารเป็นสื่อกลาง การจะทำให้ผู้คนมีความสุขได้พนักงานในองค์กรต้องมีความสุขก่อนจึงจะส่งมอบความสุขให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้ามีความสุขกลับมาใช้บริการซ้ำ ทำให้องค์กรเกิดความแข็งแรงก็สามารถกลับมาดูแลให้พนักงานมีความสุขต่อไปเช่นกัน

“เมื่อเรามีความเชื่อแบบนั้นเราจึงสื่อสารเรื่องของความเชื่อไปสู่คนทำงานของเรา ดึงดูดให้คนที่ต้องการสร้างความสุขแก่ผู้อื่นเข้ามาทำงานอยู่ด้วยกันมีความเชื่อที่เหมือนกัน เกิด Mindset ที่ต้องการสร้างงาน สร้างสิ่งดีๆ จนเป็นวัฒนธรรม ซึ่งเมื่อมีการทำสิ่งดีเกิดขึ้นแล้วมีคนเห็นก็เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งดีๆ อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง เช่น เรามีโครงการนู๋ทำได้ ซึ่งเป็น Innovation Project สำหรับน้องพนักงานทุกคนในองค์กรสามารถเข้ามาร่วมช่วยกันคิดโปรเจ็กต์ตาม Theme แต่ละปี โดยมีการจัดทีมพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นพี่ในออฟฟิศที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นๆ มาช่วย ส่งผลให้เกิดบรรยากาศดีๆ ในการทำงานร่วมกัน น้องๆ ก็เกิดประสบการณ์การทำงานที่ดี มองเห็นศักยภาพของตัวเอง สุดท้ายก็ทำให้เกิด Action เกิดทักษะการทำงานที่ดีส่งผลให้เกิดโครงการใหม่ในองค์กรมากมาย”

วิธีคิดและกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกันมีความสำคัญ และส่งผลให้พนักงานในองค์กรไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกัน คุณชาตยา เสริมว่าแนวคิดหลักการในการทำงานของพนักงานฟู้ดแพชชั่น มี 3 ข้อ

ข้อแรก “Outward Mindset พนักงานมี Mindset จะส่งผลต่อพฤติกรรมและการทำงาน เพราะเราให้ความสำคัญกับคน จึงพยายามดึงศักยภาพของคนให้มีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพ การมีทีมเวิร์คที่ดีจะเกิดขึ้นได้คนทำงานต้องมีมุมมองที่ดีต่อกัน เข้าใจการทำงาน มีความต้องการจะช่วยเหลือกันเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของแต่ละคนรวมทั้งเป้าหมายขององค์กร เรื่องนี้เป็น Soft Skill ที่สำคัญมากๆ ในการทำงาน

ข้อสอง Design Thinking คือแนวคิดในการทำงานโดยมี Human Center ซึ่งคำว่า Human ในที่นี้รวมทั้งส่วนของลูกค้าและพนักงานในองค์กร เราต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับเขาจริงๆ  ว่าความต้องการของคนเหล่านั้นคืออะไร ไม่ใช่เราคิดแล้วทำออกไปโดยที่ลูกค้าไม่ได้ต้องการ ตัวอย่าง เช่น เราใช้แอพพลิเคชั่น Que Q เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเลือกร้านที่อยู่ในรัศมี 200 เมตรจากตัวเขา ในกรณีที่ร้านของเราคิวยาว นี่เป็นวิธีคิดที่เรามองว่าไปสู่สิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า เราใช้วิธีคิดนี้ในการเข้าถึง User Journey

ข้อสุดท้าย Culture ซึ่งผสมผสานระหว่าง Outward Mindset และ Design Thinking รวมทั้ง Innovation โดยเราเรียกว่า ACTIVE Culture เป็นเรื่องของการร่วมกันรับผิดชอบ มี Customer Centric คือมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มี Strong Team Relationship ที่มี Outward Mindset เข้ามาใช้ มีเรื่องของ Innovation ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น และ Value Change เปลี่ยนแปลงได้เสมอไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต สุดท้ายคือทุกคนต้อง Enjoy หรือมีความสุข กับสิ่งที่ทำ”

ที่ผ่านมา แบรนด์ร้านอาหารในเครือทั้งหมดของฟู้ดแพชชั่น ปล่อยแคมเปญทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค แต่แคมเปญที่ถือว่าโดดเด่นและเป็นแคมเปญนำร่องในการนำลูกค้าเข้าสู่ Digital Experience อย่างเต็มตัวก็คือ แคมเปญล่าไข่บาร์บีกอน ของบาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่ง คุณชาตยา มองว่าเนื่องจากลูกค้ามีไลฟ์สไตล์อยู่บนออนไลน์มากขึ้น สิ่งแรกที่ปรับก่อน คือเรื่องของบัตรสมาชิกบาร์บีกอนที่เปลี่ยนจากการขายบัตรสมาชิกแบบเดิมเป็นให้ลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านเป็นสมาชิกผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการสะสมแต้มรับคูปองส่วนลดต่างๆ จากนั้นปลายปีจึงปล่อยแคมเปญล่าไข่บาร์บีกอนให้ลูกค้าสะสมแต้มเพื่อแลกรางวัลทางแพลตฟอร์มดิจิทัลตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้

นอกจากนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า และแบรนด์ในเครือ มีการทำ Collaborate กับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างสีสันตลอดช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกันของบาร์บีคิวพลาซ่ากับพิซซ่าฮัท ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารเหมือนกัน หรือร่วมมือข้ามธุรกิจกับต่างอุตสาหกรรม เช่น การที่แบรนด์ใหม่อย่างฌานา จับมือกับเกษตรกรรุ่นใหม่สรรหาวัตถุดิบที่ดีเข้าร้านเพื่อผู้บริโภค หรือการจับมือกับสตาร์ทอัพอย่าง Local Alike ซึ่งเป็น Local Tourism โปรโมทโปรดักต์อย่าง Local Aroi เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงวิถีชุมชนผ่านอาหาร โดยใช้พื้นที่ของร้านฌานาในการจัดดินเนอร์อาหารชุมชน เพื่อบอกเล่าวัฒนธรรมการทานอาหารท้องถิ่นรวมทั้งนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

ล่าสุดคือ การขยับเข้าสู่ธุรกิจดิลิเวอรี่โดยใช้แนวคิด Wasteless Delivery ที่ต้องการลดขยะ Single-use Plastics ที่เกิดจากธุรกิจดิลิเวอรี่ โดยจับมือกับ 3 พันธมิตรอย่าง Duni เจ้าของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากชานอ้อย, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการวน ที่เข้ามาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างสร้างสรรค์ บนแนวคิดของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy และ GrabFood ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ ผลักดันการสร้างมาตรฐานใหม่ของฟู้ดดิลิเวอรี่ที่ไม่สร้างภาระให้กับโลก

เป้าหมายการเติบโตของฟู้ดแพชชั่น ใน Step ถัดไป คุณชาตยา มองว่า การยกระดับความเชื่อให้มากขึ้นไปกว่าเดิมให้เป็น Evolution ขององค์กรเป็นสิ่งที่ต้องไปให้ถึง

“องค์กรเราเชื่อในเรื่องของความสุข แต่เราก็อยากให้ความสุขยั่งยืนกับทั้งพนักงาน องค์กร ลูกค้าและคนในสังคม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราค่อยๆ ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เรากำลังจะทำคือเรื่องของการส่งความสุขตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำหรือ Happy Supply Chain ที่คัดสรรวัตถุดิบดีๆ ส่งมอบแก่ลูกค้าในขณะที่ช่วยดูแลเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยให้ความรู้ในการปลูกผักโดยเฉพาะกระหล่ำปลีที่บาร์บีคิวพลาซ่าใช้เป็นจำนวนมากอย่างปลอดภัยเพื่อยกระดับมาตรฐานคู่ค้าของเรา เรื่องเหล่านี้เป็นการยกระดับความเชื่อของเราจากความเชื่อเดิมคือเราจะดูแลผู้คนให้มีความสุข โดยมีมื้ออาหารเป็นสื่อกลางเป็นการดูแลผู้คนและโลกใบนี้ให้มีความสุขผ่านอาหารที่ดีต่อสุขภาพและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ Innovation”

ถึงวันนี้ Food Passion จะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคแต่คุณชาตยา มองว่า ยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไปอีก

“เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นเบอร์ 1 แต่เราก็ดีใจที่มีการวัดผลอย่างเป็นระบบทำให้เราทราบและสามารถนำไปพัฒนาการทำงานของเราต่อได้ ได้รู้ว่าส่วนไหนที่เราทำดีอยู่แล้วส่วนไหนที่เราควรปรับปรุง ที่ฟู้ดแพชชั่นเรามีแนวคิดเรื่องของ Underdog Spirit เรามี Spirit ของเบอร์ 2 ตลอดเวลา เราไม่ได้มองว่าเราเก่งที่สุดแต่มองว่าต้องมีคนที่เก่งกว่าและเราต้องพัฒนาต่อไป”

นั่นเป็นเหมือนคำสัญญาว่าถึงแม้จะอยู่ในฐานะผู้นำแต่ฟู้ดแพชชั่น ก็จะไม่หยุดพัฒนาเพื่อดูแลผู้คนและโลกใบนี้ให้มีความสุขผ่านมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

bodrum escort
antalya escort