3,901
VIEWS

เรียนรู้การปรับตัวจาก “ดอกบ๊วย” ที่ปรับตัวก่อนเปลี่ยนแปลงเสมอ

Jan 09, 2020 S.Worapol

การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของเทคโนโลยีดิจิทัล เรียกได้ว่าเข้ามาปฏิวัติวงการในทุกอุตสาหกรรมและทุกองค์ประกอบในการทำธุรกิจจริงๆ ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสายงานวิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมคิดภายใต้หัวข้อ “The Rise of the Platform Economy” ไว้อย่างน่าสนใจ ในงาน Krungsri Business Forum 2019 - “Platform Economy: The New Business Revolution” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ Krungsri Business Empowerment บริการความรู้และเครือข่ายธุรกิจที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าธุรกิจกว่า 800 รายของกรุงศรีเพื่อแบ่งปันมุมมองในการทำธุรกิจรวมถึงแนวทางการเสริมศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจจากแนวคิด Platform Economy เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

ความน่าสนใจของหัวข้อนี้คือการยกตัวอย่างกรณีศึกษาเพื่อมาเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจได้อย่างเห็นภาพ โดยดร.สมประวิณ ได้เริ่มต้นด้วยการทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นภาพเดียวกันจากรูปแบบของ ตลาด

โลกของเรารู้จัก ตลาด และ การแลกเปลี่ยน” มาตั้งแต่ 700 ปีก่อน แต่รูปแบบธุรกรรมของการซื้อขายในวันนั้น กับวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง อย่างปากคลองตลาด แหล่งรวมร้านค้าปลีกดอกไม้ที่สำคัญของประเทศ ที่มีร้านค้ากว่า 1,500 ร้าน

ดร.สมประวิณ ตั้งคำถามว่า ถ้าเราจะไปซื้อดอกไม้ เราจะเลือกอย่างไรใน 1,500 ร้านนี้ แน่นอนว่า เราต้องดูว่าจะซื้อไปทำอะไร ดูว่าร้านไหนมีคุณภาพที่ดี และราคาที่เหมาะสม 

แต่ในความเป็นจริงแล้วมีข้อจำกัดเกิดขึ้นมากมายในการเลือกซื้อ อาจจะทำให้เราเลือกร้านที่ใกล้ตัวมากที่สุด นั่นสะท้อนให้เห็นว่าเราตัดสินใจทำธุรกรรมการซื้อขายบนข้อจำกัด เราไม่สามารถเห็นข้อมูลของร้านต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน จนทำให้ไม่สามารถประเมินว่าร้านไหนคือสินค้าที่ดีที่สุดตามที่เราต้องการ

มาวันนี้ ตลาด” ถูกสร้างพื้นที่ใหม่ ที่เรียกว่า ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีสิทธิ์เลือกว่าร้านไหนคือร้านที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา โดยไม่ถูกจำกัดด้วยปัจจัยบางอย่าง

เมื่อตลาดเปลี่ยน ระบบเปลี่ยน ดร.สมประวิณ ก็ได้อธิบายต่อไปถึงการจัดสรรด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มที่จะเปลี่ยนในสามมิติ คือ ตลาด, สินค้า และ Ecosystem

เรื่องของตลาด โลกของข้อมูลและออนไลน์ จะเอื้อให้เกิดการรีวิวผ่าน Social Reputation เราสามารถประเมินคุณภาพ ราคา บริการของร้านต่างๆ ในตลาดผ่านการเปรียบเทียบได้อย่างเสรี กฎเกณฑ์แบบเดิมถูกทำลายไป ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจบนข้อมูลเดียวกัน

สินค้า วิธีการมองสินค้าจะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบของการ Sharing Economy เมื่อก่อนเราตีราคาสินค้าจากความเป็นเจ้าของ แต่วันนี้การตีราคาเปลี่ยนไปเป็นการตีราคาตามที่ใช้จริง

สุดท้าย Ecosystem ในระบบธุรกรรมการซื้อขายก็เปลี่ยนไปทั้งหมด ผู้ผลิตสามารถเลือกได้ว่าใครจะเป็นผู้ส่งสินค้าไปยังร้านค้าและผู้บริโภค ในขณะที่ผู้ซื้อก็เลือกร้านได้ วันนี้ทุกคนขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์ม ได้ทำลายกำแพงกั้นทั้งหมด โดยเชื่อมโลกเข้ามาไว้รวมกัน เป็นการเปลี่ยนหน้าตาของโลก สู่ตลาดยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับโอกาสและความท้าทาย แต่ ดร.สมประวิณ ก็พยายามชี้ให้เราเห็นถึงโอกาสที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เราสามารถใช้ Data มาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ อย่าง Netflix ที่เข้าใจพฤติกรรมการดู และได้นำข้อมูลเหล่านั้นมากระตุ้นให้เกิดการดูคอนเทนต์บน Netflix มากขึ้น หรืออย่าง Coke ที่ใช้ Data ของลูกค้ามาเป็นตัวกำหนดการผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการขายและบริการ

ดร.สมประวิณ อธิบายต่อว่า นอกจาก Data Driven แล้ว การคิดแบบ Customer Centric ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่จะทำให้เราสามารถสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่การส่งมอบบริการแบบ Seamless ตั้งแต่ต้นจนจบ การสร้างสินค้าและบริการที่ตอบสนองเฉพาะบุคคลแบบ Personalize เนื่องจากการได้ Data ที่ครบในทุกมิติ และสุดท้ายคือการได้มาซึ่ง Loyalty ต่อแบรนด์

ดร.สมประวิณ ทิ้งท้ายผ่านกรณีศึกษาของ Nintendo ไว้อย่างน่าสนใจว่า Nintendo ที่เรารู้จักกันดีในนามของบริษัทเกมชั้นนำของโลก เริ่มต้นจากการผลิตเกมไพ่แบบญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Hanafuda

Nintendo เป็นบริษัทที่มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา จนวันนี้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีความก้าวล้ำมากๆ สาระสำคัญที่ ดร.สมประวิณ กำลังบอกก็คือ โลกมีการเปลี่ยนแปลง และการปรับตัวก่อนการเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่ Nintendo ทำอยู่เสมอ

การตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยี กับความเข้าใจความชื่นชอบการเล่นเกมของคน 2 สิ่งที่ผนวกกันจนทำให้ Nintendo ประสบความสำเร็จได้จนถึงวันนี้

ดร.สมประวิณ ได้หงายไพ่ Hanafuda ขึ้นมา 1 ใบเพื่อเป็นข้อคิดส่งท้ายให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคนคือไพ่ ดอกบ๊วย

ดอกบ๊วย เป็นดอกไม้ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะออกในช่วยปลายฤดูหนาว ดอกบ๊วยมักขึ้นก่อนดอกไม้อื่น นั่นสอนให้เราเรียนรู้ถึงการปรับตัวที่ต้องปรับก่อนคนอื่นเสมอ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.