เอสซีจี รักษ์น้ำ The Journey เรียนรู้สร้างฝายชะลอน้ำ สานต่อธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตชุมชนยั่งยืน

Sep 20, 2017 -None-

เอสซีจีเป็นองค์กรตัวอย่างที่ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรน้ำมาเนิ่นนาน และทำอย่างต่อเนื่องจริงจัง สอดคล้องกับแนวความคิดโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 หลายพันโครงการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต และความอยู่ดีกินดีของประชาชน ล้วนเป็นการต่อยอดจากโครงการตั้งต้นในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น

จากแรงบันดาลใจดังกล่าวนำมาซึ่งการทำกิจกรรม “เอสซีจี รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” ของเอสซีจีกับกลุ่มเยาวชนและชุมชน เพื่อร่วมสานต่อพระราชปณิธานด้วยการนำองค์ความรู้และหลักปฏิบัติของการสร้างฝายชะลอน้ำที่ได้จากการร่วมกิจกรรมไปขยายผลสู่ความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กิจกรรมรักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย เป็นการสานต่อในโครงการ "เอสซีจี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต" นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม และต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ก่อเกิดอาชีพ สร้างรายได้ และความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน โครงการต้นแบบดังกล่าวยังถือเป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ปลุกพลังบวกของเยาวชน และผู้นำชุมชนจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ให้ร่วมเดินตามแนวทางพระราชดำริ ที่ทรงตั้งพระทัยมั่นในการทรงงานเพื่ออนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติผ่านการสร้างฝายชะลอน้ำสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้อยู่ดีกินดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

"พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งว่า อันที่จริงชีวิตของเรานั้นก็ผูกพัน และขึ้นกับธรรมชาติทั้งสิ้น ถ้าหากไม่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ และป่า เราก็จะไม่มีอาหารกิน ไม่มียารักษาโรค ไม่มีสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือน" ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการกิจการเพื่อสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าว

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การเดินทางของ “รักษ์น้ำ The Journey”จึงแบ่งเป็นเป็น 2 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ประกอบด้วยพื้นที่ที่ใช้เป็นแหล่งศึกษา 2 แห่งด้วยกัน ได้แก่ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบแนวทางการสร้างฝายชะลอน้ำ ให้กลุ่มผู้นำชุมชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และขอนแก่น เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน  เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นโครงการในพระราชดำริยุคแรก ๆ ที่มีการสร้างฝายธรรมชาติ เพื่อเก็บกักน้ำบริเวณผิวดินเอาไว้ จากน้ำ ก็ขยายผลสู่ป่า

"ที่นี่เป็นต้นแบบของการฟื้นฟูป่า ที่เห็นผลประจักษ์แล้ว และเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่กลุ่มผู้นำชุมชน และเยาวชน เข้ามาศึกษาดูงานในโครงการพระราชดำริ และมีแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นที่จะสานต่อพระราชปณิธาน ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนด้วยการขยายผลสู่ชุมชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งหมดจะทำให้กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน” ดร.สุเมธ กล่าว

แหล่งศึกษาต่อมาอยู่ในพื้นที่ป่ารอบโรงงาน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด และป่าของชุมชนโดยรอบโรงงาน ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างฝายชะลอน้ำ พลิกฟื้นจากพื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง และถูกแผ้วถางทำลายกลับคืนสู่ธรรมชาติสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ปี  เพื่อให้ชุมชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้การทำงานของชุมชนต้นแบบได้สัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อนำความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในชุมชนของตัวเอง และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สมาชิกในชุมชนต่อไป 

จากนั้นก็เป็นการสานต่อในระยะที่ 2 โดยให้ตัวแทนชุมชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำความรู้เรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำมาขยายผลในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างถูกวิธีและเหมาะสม

เริ่มที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชุมชนบ้านน้ำพุ อำเภอทุ่งสง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการร่วมสร้างฝายชะลอน้ำโดยตัวแทนชุมชนและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งเป็นการริเริ่มการเตรียมความพร้อมรับปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก รวมถึงปัญหาน้ำแล้งในภาคใต้ซึ่งเริ่มเป็นปัญหาในพื้นที่แล้ว

ในขณะที่พื้นที่กาญจนบุรีนั้นเกิดขึ้นที่ป่าชุมชนบ้านเขามุสิ อำเภอหนองปรือ  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ร่วมกันพลิกพื้นที่ป่าชุมชนที่เคยแห้งแล้งเพราะการตัดไม้ รวมถึงประสบปัญหาน้ำท่วม ด้วยการเริ่มสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ชีวิตป่าคืนกลับมา ป่ามีความชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตจากป่า ชาวบ้านก็มีรายได้เสริมจากการเก็บหน่อไม้ เห็ดโคน ผักหวาน ไปขายตามฤดูกาล หรือกินกันในครัวเรือน สามารถลดรายจ่าย มีเงินเก็บออม และพึ่งพาตัวเองได้อย่างมั่นคง

“นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือของพลังของชุมชนและเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการตระหนักรู้ แก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วยตนเองให้ประสพผลสำเร็จ และขยายผลต่อไป จนเกิดการบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยกิจกรรม  “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” ระยะที่ 2 มีแผนที่จะเข้าไปในขอนแก่นเป็นจังหวัดต่อไป” คุณอาสา สารสิน ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าว

นี่เป็นเพียงหนึ่งในโครงการของเอสซีจี ที่นอกจากผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับองค์ความรู้เรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว สิ่งที่พวกเขาได้รับกลับไปบ้าน ยังมีเรื่องของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มผู้นำชุมชนต้นแบบด้านการบริหารจัดการน้ำ การทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ

ที่สำคัญยังได้รับแรงบันดาลใจและกำลังใจในการนำความรู้ทั้งหมด กลับไปถ่ายทอดตามบทบาทของตัวเองให้กับคนอื่น ๆ ขยายผลสู่ครอบครัว และชุมชนของพวกเขาต่อไปได้ เท่ากับเป็นการช่วยส่งต่อแรงขับเคลื่อนในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน สู่อีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.