7,284
VIEWS

สู่ยุคใหม่โลกธุรกิจ จับตา "การตลาดโลกสวย" รับมืออย่างไรในวันที่ผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม

Jan 13, 2020 N.Rotchana

การทำการตลาด Green Marketing ไม่ได้ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ยังเข้าไปมีบทบาทกับเศรษฐกิจ สังคม และผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดคำถามว่า ทุกวันนี้สิ่งที่เราเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลาสติก ไฟป่า หรือฝุ่น PM 2.5 เป็นเพราะธรรมชาติกำลังลงโทษ หรือแค่กำลังจะเรียกร้องให้คนหยุดพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นต้นเหตุของการทำลายสิ่งแวดล้อม

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) ได้เปิดข้อมูลงานวิจัยการตลาดโลกสวย  Voice of Green: เพื่อโลก เพื่อเรา  ทาง BrandAge Online จึงจะสรุปผลวิจัย ให้เพื่อนๆทราบ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการทำการตลาดต่อไป

จากข้อมูลผลวิจัย จำนวน 1,252 คน พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 74% มีโอกาสเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นการใช้ผลิตภัณฑ์อีโค่ การพกแก้วน้ำ หรือหลอดไปเอง การลดการใช้ถุงพลาสติกหันมาพกถุงผ้าแทน เป็นต้น อีกทั้งมีจำนวนผู้บริโภคถึง 37.6% เป็นกลุ่มผู้บริโภคเพื่อโลกสวยที่มองหาเฉพาะผลิตภัณฑ์อีโค่เท่านั้น พร้อมที่จะใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่มีแนวโน้มตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และบริการที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงทัศนคติการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้โลกสวยด้วยไลฟ์สไตล์รักษ์โลกของตนเอง ส่งผลให้ทุกธุรกิจเผชิญความท้าทาย และต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาด ให้เท่าทันเทรนด์รักษ์โลกของกลุ่มผู้บริโภคโลกสวยในยุคปัจจุบัน”

กลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2563 ได้แก่ สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ  สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองคนรุ่นใหม่

จากผลการวิจัยสามารถจัดกลุ่มผู้บริโภคได้ 4 ประเภท แบ่งเป็น

1. สายกรีนตัวแม่ ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความตั้งใจทำทุกอย่าง และยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม มีจำนวน 37.6%

2. สายกรีนตามกระแส กลุ่มที่มีพฤติกรรมตามกระแสการใช้สินค้าอีโค่ แต่ยังขาดทัศนคติในด้านความต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในระยะยาว มีจำนวน 20.8%

3. สายสะดวกกรีน ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความเข้าใจเรื่องความจำเป็นในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีพฤติกรรมที่เคยชินกับการบริโภคแบบเดิมๆ และยังไม่มีความกระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยน มีจำนวน 15.7%

4. สายโนกรีน ยังไม่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม และยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพราะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก มีจำนวน 26.0% 

ผลวิจัยยังระบุอีกว่า ผู้บริโภคที่อายุมาก โดยเฉพาะคนกลุ่ม Baby boomer (อายุ 55-73 ปี) มีแนวโน้มเป็นสายกรีนตัวแม่สูงสุด ตามมาด้วยผู้บริโภคกลุ่ม Gen X (อายุ 39-54 ปี) Gen Y (อายุ 23-38 ปี) และ Gen Z (อายุต่ำกว่า 23 ปี) ตามลำดับ เนื่องจากยิ่งผู้บริโภคที่มีอายุมาก จะยิ่งมีความพร้อมทางด้านรายได้ และมีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อรวมผู้บริโภค 3 สายกรีน คือ สายกรีนตัวแม่ สายกรีนตามกระแส และสายสะดวกกรีน ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อการบริโภคโลกสวยได้ ซึ่งเป็นโอกาสของนักการตลาดที่จะสร้างสรรค์สินค้า บริการ และแคมเปญ เพื่อเข้าถึงความต้องการนี้

กลยุทธ์ ENVI กระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม

โดยกลยุทธ์ ENVI เป็นการทำการตลาดโลกสวย ที่จะช่วยทำให้กลุ่มผู้บริโภคสายโนกรีน และสายสะดวกกรีน ตระหนักถึงการบริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประกอบด้วย

E: Early ปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่

สำหรับผู้บริโภคกลุ่มในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ยังไม่ค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม  ภาครัฐ และองค์กรธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ผู้บริโภคในกลุ่มนี้

N: Now or Never ปัญหาสิ่งแวดล้อมควรแก้ไขทันที

เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติผู้บริโภคที่ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมน้อย นักการตลาดจึงควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ

V: Viral สื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง

นักการตลาดควรใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการสื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง และแพร่หลาย

I: Innovative ใช้นวัตกรรมในการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อม

การดึงนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ การใช้วัตถุดิบสำหรับอิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณสมบัติอนุรักษ์มากขึ้น การใช้ระบบดิจิทัลในการผลิต เป็นต้น  

จับตา 4 เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลกมาแรง

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังระบุอีกว่า องค์กรธุรกิจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจับตามองมากขึ้น องค์กรที่ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคในปี 2563 ประกอบด้วยธุรกิจที่มีสินค้า หรือบริการต่อไปนี้

สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ เช่น ธุรกิจสตาร์ทอัพแบรนด์ Moreloop ที่นำเศษผ้าที่เหลือจากการตัดมารวมกัน และนำเศษเหล่านั้นมาตัดเป็นเสื้อผ้าใหม่เพื่อลดขยะ

สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น ธุรกิจศูนย์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจร้าน Refill Store เติมเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น เป็นต้น

สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ไบโอ และธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนพืชให้มีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ เป็นต้น

สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองคนรุ่นใหม่ เช่น กระเป๋าผ้าใบดีไซน์สุดติสต์ยี่ห้อ Freitag และแพคเกจจิ้งอาหารกินได้ เป็นต้น

ปีนี้จะเป็นอีกปีที่การทำการตลาด Green Marketing จะกลับมาเป็นกระแสมากขึ้น เห็นได้จาก จากนโยบายงดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ทำให้ได้รับเสียงสะท้อนทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญ ที่นักการตลาดจะต้องคว้าโอกาสเร่งทำกลยุทธ์ การทำการตลาดออกมาสอดรับกับนโยบายให้ทัน ท่ามกลางกระแสที่ผู้บริโภคกำลังตื่นตัว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle