เหตุผลที่แบรนด์ลูกค้าเริ่มย้ายการทำงานกับ Agency มาใช้ระบบ In-house

Jan 13, 2020 BrandAge Team

แบรนด์ลูกค้าที่ทำระบบแบบ In-house ไม่ใช่ปรากฏการณ์อะไรใหม่ แต่เป็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการทำงานแบบนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ส่งผลต่อ Agency ที่เป็นความท้าทายมากขึ้นกับการทำงานแบบโปรเจคต่อโปรเจคและการลดลงของการจ้างแบบ Agency of record หรือ AOR แต่แบรนด์ลูกค้าไม่ได้หันมาทำงานแบบ In-house เพื่อเลิกจ้าง Agency แบบถาวร เว็บไซต์ Digiday จึงได้ทำการสำรวจว่าฝั่งแบรนด์ลูกค้ากำลังทำอะไรอยู่ ในตอนนี้

ทำไมแบรนด์ลูกค้าถึงเริ่มหันมาทำ In-house

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว 38% ของนักการตลาดฝั่งแบรนด์ 214 คนที่สำรวจโดย Digiday กล่าวว่า ที่ทำธุรกิจแบบ In-house เพราะมันควบคุมและจัดการได้มากขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้น่าแปลกใจ เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแบรนด์ระดับโลกอย่าง Procter & Gamble (P&G) เริ่มทำ In-house ด้วยตัวเองและลดการทำงานระหว่าง Agency ลง

Marc Prichard ผู้อำนวยการด้านแบรนด์ของ P&G กล่าวว่าจะขอกลับมาจัดการและดูแลเรื่องเหล่านี้แทน Agency เพราะมีเห็นถึงศักยภาพในการควบคุมด้านการตลาดเอง เนื่องจากการตลาดเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การทำงานต้องรวดเร็วมากในปัจจุบัน และมันเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทที่มีความสามารถในการทำงานแบบ In-house ที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ทันทีแทนที่จะต้องมารอประสานงาน กับ Agency

เกิดอะไรใน In-house

Mailchimp บริษัทการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนทำการตลาดออนไลน์ทั่วโลก ได้ยุติความสัมพันธ์กับ Agency โฆษณาอย่าง Droga5 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ตามรายงานของ Digiday ก่อนหน้านี้ Mailchimp กำลังผลิต Marketing Content โดยใช้ In-house ของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เริ่มเปลี่ยนยังมีบริษัทการตาดอย่าง NHL, Getty Images และ Electrolux ก็ได้เริ่มหันมาทำ In-house กันแล้ว

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานักการตลาดที่ทาง Digiday ได้ทำการสำรวจบอกว่า เริ่มที่จะซื้อ Programmatic Ad Buying In-house มากขึ้นโดยมีถึง 37% ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเริ่มทำในปี 2019 ในการประชุมสุดยอดการซื้อทางโปรแกรมของ Digiday ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Bayer ได้แชร์เพิ่มเติมว่าทางบริษัทประหยัดงบประมาณได้อย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์ หลังจากย้ายโปรแกรมมาทำแบบ In-house

ซึ่งมันไม่ใช่แค่การประหยัดงบประมาณเท่านั้น แต่การทำงานแบบ In-house ยังเกี่ยวกับฟังก์ชั่นการตลาดที่หลากหลายนั้น ง่ายและน่าผิดหวังน้อยกว่าในการพยายามทำงานกับทีมงานของ Agency ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ

แต่แบรนด์ลูกค้ายังไม่ทิ้ง Agency ไปไหน

ไม่ใช่ว่าการเริ่มที่จะทำงานแบบ In-house แล้วบริษัทจะไม่จ้างงาน Agency โดยทั่วไปแบรนด์ลูกค้ายังคงพึ่งพา Agency สำหรับบริการที่หลากหลายและงาน Creative Production อยู่ จากการวิจัยของ Digiday พบว่า 61% ของแบรนด์ลูกค้าที่มีทีม In-house ยังคงร่วมงานกับ Agency สำหรับงาน Creative Production อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นแบรนด์ลูกค้าก็ลดจำนวนการทำงานของ Agency ลงอย่างแน่นอน

การช่วยเปลี่ยนระบบมาเป็น In-house ของบริษัท

การตั้งทีม In-house ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน ในขณะที่นักการตลาดส่วนใหญ่หรือกว่า 71% กล่าวว่า ทางบริษัทไม่ได้จัดสรรงบมาช่วยในการทำ In-house และได้มีการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานแบบ In-house ที่ปรึกษาหรือแม้แต่หน่วยงานที่เคยทำงานด้วยเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนมาทำงานแบบ In-house ผ่านเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ความท้ายทายของ In-house

ความยากลำบากในการรวมทีม In-house เข้าด้วยกันจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัท ซึ่ง 62% ของนักการตลาดที่สำรวจโดย Digiday การหาและจ้างคนที่มีความสามารถเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดเมื่อพูดถึงการย้ายมาทำ In-house เมื่อพูดถึงการค้นหาความสามารถสำหรับทีม In-house ความสามารถในการเขียนโปรแกรมอาจเป็นเรื่องยากในการหา แน่นอนว่าเมื่อความสามารถนั้นเป็นส่วนหนึ่งของทีม In-house แล้ว ยังจะต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมโปรแกรมการตลาดต่างๆ ที่ Agency เคยทำไว้ก่อนหน้า และเพื่อเพิ่มความสามารถของ In-house นั้นให้เร็วขึ้น รวมถึงความสามารถของบริษัทในการดึงดูดบุคลากร

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort