เมืองอาโอโมริ โชว์ศิลปะจากนาข้าว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

Mar 06, 2017 S.Vutikorn

ก่อนหน้าที่ชาวบ้านในหมู่บ้าน Inakadate เมืองอาโอโมริ (Aomori) ซึ่งอยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชูมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์คที่คนส่วนใหญ่รู้จัก คือ ปราสาทฮิโรซากิ ที่มีเทศกาลชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะฮอนชู

            นอกเหนือจากฤดูการท่องเที่ยวแล้วอาโอโมริ แทบจะไม่เป็นเมืองในใจของนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก

            เหตุผลมาจากเมืองอาโอโมรินั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกร

            ยิ่งกับหมู่บ้าน Inakadate แล้ว นักท่องเที่ยวแทบจะไม่เคยได้ยินชื่อเลย

            คิดดูแล้วกัน...ขนาดสถานีรถไฟที่หมู่บ้านยังมีคนมาใช้บริการน้อยเสียจนไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ

            ใครที่จะไปท่องเที่ยวในหมู่บ้านนี้จะต้องซื้อตั๋วไปและกลับจากสถานีต้นทาง

กระทั่งในปี 1993 สมาคมพัฒนาเมืองและกรรมการหมู่บ้านได้เกิดแนวคิดที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรทั่วไปอย่าง “ข้าว” ให้เกิดเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของหมู่บ้านขึ้นมา

ในช่วงเวลานั้นคนในหมู่บ้านที่ส่วนใหญ่เป็นชาวนาและเกษตรกร มองเห็นคุณสมบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งของรวงข้าวที่ปลูกนั่นก็คือ “สีที่แตกต่างกัน” ซึ่งถ้านำมาจัดวางให้ดีก็สามารถสื่อความเป็นภาพได้

            ศิลปะจากนาข้าวจึงได้เริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น...

เชื่อไหมว่า ในปีแรกของการทำศิลปะจากนาข้าว เพราะความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน อาทิ ไม่มีหอคอยให้นักท่องเที่ยวดูในมุมสูง ไม่มีร้านค้า ร้านอาหารที่จะมารองรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับการขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำมีนักท่องเที่ยวทราบข่าวน้อยมาก

ในปีนั้นที่มีคนทราบข่าวและเดินทางมาดูเพียง 140 คน เท่านั้น

            แต่ชาวเมืองอาโอโมริก็ไม่ย่อท้อ และยังคงทำศิลปะจากนาข้าวอย่างต่อเนื่องทุกปีๆ

            นานวันเข้า ศิลปะจากนาข้าวในเมืองอาโอโมริก็เริ่มเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนสำนักข่าวทั้งในและต่างประเทศเริ่มมีการเดินทางมานำเสนอให้คนได้รับทราบ

            ในที่สุดศิลปะจากนาข้าวก็กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองอาโอโมริ

            ถือเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจ

            ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาดูศิลปะจากนาข้าวมากถึง 340,000 คน

เรียกว่าจากเมืองที่แทบไม่มีใครรู้จัก อาโอโมริ กลายเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต้องวางแผนเป็นจุดแวะหากต้องการเดินทางจากโตเกียวขึ้นไปเกาะฮอกไกโด หรือเดินทางจากเกาะฮอกไกโดลงมาเกาะฮอนชูในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดในการชมศิลปะจากนาข้าว

มาจนถึงปัจจุบัน พบว่าประเทศญี่ปุ่นมีการทำศิลปะจากนาข้าวมากกว่า 100 แห่งแล้ว แต่ มร. คาไซ ยูกิโอะ กรรมการสมาคมพัฒนาเมือง กล่าวว่า ที่อาโอโมริทำศิลปะจากนาข้าวได้ละเอียดสุดในประเทศ เพราะมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

            จนถึงวันนี้ชาวนาในหมู่บ้าน Inakadate มีการพัฒนาการทำศิลปะบนผืนนาโดยใช้ข้าวถึง 7 สายพันธุ์  เพื่อให้ทุ่งนาสามารถแสดงเฉดสีได้มากกว่า 7 โทนสี

            นั่นหมายความว่า ภาพศิลปะจากนาข้าวจะมีรายละเอียดมากขึ้น

ในทุกปีกรรมการสมาคมพัฒนาเมืองจะมีการคัดเลือกภาพทั้งจากที่คนในท้องถิ่นส่งเข้ามา และกรรมการสรรหาจำนวนหลายร้อยภาพให้เหลือเพียง 20 ภาพ เพื่อจะนำมาทำเป็นงานศิลปะบนผืนดิน

ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันทางสมาคมพัฒนาเมืองได้มีการร่วมมือกับสื่อมวลชน ค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์เพื่อคัดเลือกภาพพิเศษมาจัดทำ เหตุผลก็เพื่อการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ทางสมาคมพัฒนาเมืองเองก็ยังมีการเปิดรับอาสาสมัครมาปลูกข้าวทุกปี ซึ่งทำให้กระแสการท่องเที่ยวเริ่มต้นตั้งแต่ข้าวยังไม่ถูกปักลงบนผืนดินเลยด้วยซ้ำ ในปีที่ผ่านมามีอาสาสมัครมาช่วยดำนาปลูกข้าวมากกว่าหนึ่งพันคน และในปีนี้ทางสมาคมพัฒนาเมืองก็ประกาศแล้วว่าจะรับสมัครอาสาสมัครจำนวน 1,200 คน

การทำศิลปะบนนาข้าวนี้ในช่วงการปลูก 20 วันแรก คนทั่วไปจะไม่สามารถทราบได้ว่า ภาพที่คัดเลือกมานั้นเป็นภาพอะไร นักท่องเที่ยวจะต้องรอให้ข้าวเติบโตเกิน 20 วันก่อน ถึงจะพอเดาว่าภาพนั้นเป็นโครงร่างอะไร

เสน่ห์การเที่ยวชมศิปละจากนาข้าวนั้นอยู่ที่สร้างการอยากรู้อยากเห็นของคน เพื่อให้นักท่องเที่ยวติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าวจนกว่าจะเป็นภาพที่สมบูรณ์

            ถือเป็นแรงดึงดูดจากธรรมชาติที่ได้ผลจริงๆ

            หากมองย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หมู่บ้าน Inakadate ที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีร้านอาหาร หรือสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวเลย

แต่ถึงวันนี้ หมู่บ้าน Inakadate เจริญขึ้นมาก มีร้านอาหารเปิดขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีร้านค้าชุมชนที่สามารถนำเอาสินค้าเกษตรมาจำหน่าย มีการสร้างหอคอยให้นักท่องเที่ยวได้ชมภาพนาข้าวในมุมสูง

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.