Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos porn videos film porno swinger Xvideos Boa Foda Porno Doido Sexlog Xnxx Voglioporno

โออิชิ 2020 “ดิสรัปท์ตัวเอง” เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

Jan 24, 2020 R.Somboon

ว่ากันว่า ผู้เล่นสัญชาติไทยที่ดีเอ็นเอของแบรนด์มีความเป็นญี่ปุ่น ถือเป็น “Disruptor” ที่เข้ามาสร้างมิติใหม่ให้กับตลาดที่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่โออิชิเข้ามาทลายกรอบจนสามารถขยายฐานการบริโภคอาหารญี่ปุ่นของคนไทยจาก “นิช” ที่เป็นกลุ่มบนๆ ไปสู่ตลาดแมสที่กว้างมากขึ้นด้วยกลยุทธ์การขายแบบบุฟเฟ่ต์ จนทำให้คนไทยสามารถบริโภคอาหารญี่ปุ่นในราคาไม่สูงนักเหมือนในอดีต

เช่นเดียวกับ การผลักดันให้ตลาดชาเขียว ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องดื่ม Refreshing หรือช่วยดับกระหาย 1 ใน 3 ตลาดใหญ่ของบ้านเรารองจากน้ำอัดลม และน้ำเปล่าบรรจุดขวด

แต่ความท้าทายในการทำธุรกิจในทศวรรษที่ 3 ของผู้เล่นรายนี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่จะต้องแข่งขันกับคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับคลื่นดิสรัปชั่นที่เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ต้องปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

 

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า โออิชิมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องมาตลอด ความท้าทายจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปท่ามกลางความท้าทายของคลื่นดิสรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้บริโภคให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความพรีเมียม ทั้งยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของ โออิชิ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะต้องก้าวตามให้ทัน พร้อมพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค

โออิชิ พยายามที่จะ “ดิสรัปท์ตัวเอง” ก่อนที่จะถูกดิสรัปท์ ซึ่งการดิสรัปท์ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังต้องรวมถึงการเข้าใจผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนไปอีกด้วย

“โออิชิ กรุ๊ป พร้อมพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค อาทิ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภค (Health & Wellness) การพัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ขณะเดียวกัน ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารบริการต่างๆ ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น”

ในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของโออิชิถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มียอดขายรวม(ต.ค.61 – ก.ย.62) 13,631 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 8.2% มีกำไรรวม 1,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% แบ่งเป็น ยอดขายในส่วนของเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% มีกำไร 869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% ยอดขายในกลุ่มอาหาร 7,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% มีกำไล 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.4%

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2563 นี้ มีการวางแนวทางให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจคือ ร้านอาหาร แพ็กเกจฟู้ด และเครื่องดื่ม มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

นงนุช บอกว่า แม้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาจะมีออกมาแบบน่าพอใจ แต่เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา และนำ เสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างการเติบโตด้านยอดขาย และกำไร กุญแจสำคัญ คือ การขยายฐานลูกค้า การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค  การขยายช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าอย่างกว้างขวาง การเพิ่มปริมาณส่งออก รวมไปถึงการบริหารที่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล

“อย่างการทำธุรกิจร้านอาหาร การที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ต้องมาจากลูกค้าเดิมๆ ที่ยังคงเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่จะสร้าง Experience อย่างไรให้ประทับใจเขา โดยเราต้องไม่ตกขบวนหรือโดนดิสรัปท์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่หากต้องการลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีแบรนด์หรือร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในส่วนที่แบรนด์เดิมยังเข้าไปไม่ถึง เช่นเดียวกับตลาดเครื่องดื่ม การเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องขยายฐานเข้าไปในตลาดใหม่ๆ อย่างการส่งออก ส่วนตลาดในประเทศ นอกจากการดึงคนดื่มกลุ่มใหม่ๆ แล้ว ยังมีเรื่องของการเติบโตจากการกินแชร์ของคู่แข่งขัน นวัต กรรมทั้งในแง่ของโปรดักต์และการตลาด จึงเป็นหัวใจสำคัญ”

 

เดินหน้าขยายฐานตลาดเครื่องดื่ม

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกลยุทธ์สู่ความเป็นที่ 1 อย่างยั่งยืนว่า โออิชิในฐานะผู้นำตลาดยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการกระตุ้นการบริโภคด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ไล่ตั้งแต่ การขยายฐานผู้ดื่ม โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานผู้บริโภคใหม่เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ด้วยการใช้แพลต ฟอร์มเกมผ่านแคมเปญ OISHI x ROV ซึ่งได้ทำให้ฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในช่วงอายุ13-24 ปี เพิ่มขึ้น การขยายฐานพรีเมียมตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และผู้บริโภคที่เล็งเห็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าจากธรรมชาติพร้อมยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด โออิชิ กรีนที จึงเดินหน้าขยายตลาดชาพร้อมดื่มพรีเมียม ส่งหนึ่งในที่สุดของชาเขียวระดับพรีเมียม ดีต่อสุขภาพ โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ ชาเขียวที่ได้รับการยกย่องจากชาวญี่ปุ่นว่าเป็นหนึ่งในชาที่หายาก และให้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำจากยอดอ่อนใบชาแท้นำเข้าจากไร่ชารางวัลจักรพรรดิ ประเทศญี่ปุ่น  สุดท้าย การขยายตลาดส่งออก จากเดิมส่งออกเพียง 13 ประเทศ ปัจจุบันสามารถขยายการส่งออกได้ถึง 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแผนการขยายตลาดมุ่งสู่ผู้นำระดับโลก

“ตลาดส่งออกเรามีการเติบโตค่อนข้างดี โดยสัดส่วนของยอดขายจากการส่งออกเพิ่มขึ้นจากไม่กี่เปอร์เซ็นต์เป็น 25% ซึ่งเราจะผลักดันให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความแข็งแกร่งในตลาดหลักคือกัมพูชาและลาว การสร้างความเป็นผู้นำในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขายในระดับภูมิภาค และสร้างความพร้อมของบุคลากรในการทำงานในต่างประเทศ”

 

ธุรกิจอาหาร

เติบโตด้วยการสร้างโอกาสใหม่ๆ

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในธุรกิจร้านอาหารของโออิชิ จะดำเนินการภายใต้ 4 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจ ประกอบด้วย

1.Growth Engine : สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ผ่านการดำเนินงานเชิงรุกอย่างรอบด้าน ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ ๆ การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เหมาะสม น่าสนใจ และการขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงและขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (เพิ่มเติมจากการสั่งซื้อผ่านทางโทร. 1773)  ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งได้แก่ โออิชิดิลิเวอรี่ดอทคอม (www.oishidelivery.com) ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่นชั้นนำของไทยอย่าง แกร็บฟู้ด (GrabFood) ไลน์แมน (LINE MAN) และฟู้ดแพนด้า (foodpanda)

2.Re-engineering Brand’s Business Model : ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ให้มีความทันสมัยตามเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น นำเสนอรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ !!! ชาบูชิ “บริการ 24 ชั่วโมง” รับวิถีคนเมือง “สังคมคนนอนดึก” (Sleepless Society) ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

3.Reinvented Customers Experience : สร้างคุณค่าตราสินค้า ผ่านสินค้าและบริการ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ น่าประทับใจ แก่ผู้บริโภค

4.Spin-off Brands : พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เสิร์มแกร่งพอร์ต ทั้งร้านอาหารและร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ได้แก่ โฮว ยู (HOU YUU), ซากาเอะ (SAKAE) จับกลุ่มลูกค้าระดับบน และ โอโยกิ (OYOKI) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ อร่อยเข้มข้นระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านขนมหวานแบรนด์แรกของโออิชิ โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการสาขาแรก ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ (ชั้น B) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพร้อมเดินหน้าขยายสาขาที่ 2 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์   เร็ว ๆ นี้

 

ด้าน เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง พร้อมทาน ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้มีคุณภาพ มีความสะดวกในการบริโภค และมีความหลากหลายของประเภทอาหาร เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้าง จึงมีแผนรองรับการขยายตัวของตลาด ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ไล่ตั้งแต่

1. Brand Building & Communication สร้างตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมสร้างภาพลักษณ์ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น

2. Innovation พัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและโดดเด่น ทั้งรูปแบบ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และหีบห่อ/บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

3. Channel & Market Expansion สร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายหลักอย่างร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มฟู้ด เซอร์วิส ด้วยการซินเนอร์ยี่ระหว่างพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือไทยเบฟ รวมทั้งขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้นทั้งอาเซียนและสหภาพยุโรป

การเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจนี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นการเพิ่มพลังในเรื่องของการ Synergy ทั้งจากธุรกิจในเครือของโออิชิ กรุ๊ป เอง และการ Synergy กับบริษัทในเครือไทยเบฟ ซึ่งได้เห็นมาแล้วจากการทำตลาดร่วมกันของชาเขียวกับแพ็กเกจฟู้ด และแพ็กเกจฟู้ดกับร้านอาหารที่มีการครีเอทสินค้าใหม่ๆ ผ่านเมนูยอดนิยมในร้านโออิชิ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ คือ แผนกลยุทธ์หลักของโออิชิ กรุ๊ป ที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย VISION 2020 พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน

 

โออิชิ กรุ๊ป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort