3,228
VIEWS

AIS Brand for All Generations พัฒนาโปรดักต์และเซอร์วิส จากอินไซต์เพื่อทุกเจน

Mar 14, 2020 -None-

ความสำเร็จตลอด 9 ปีในฐานะแบรนด์ในหมวดระบบผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดจากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand ย่อมแสดงให้เห็นว่าเอไอเอสได้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริงและสามารถสื่อสารไปยังแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้ถูกจุด ทั้งๆ ที่มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการมากถึง 42 ล้านเลขหมาย

คุณศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์เอไอเอส หรือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหัวใจหลักมาจากความพยายามที่จะเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคจริงๆ และถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะถ้าเข้าใจลูกค้าแล้ว ก็จะทำให้เอไอเอสสามารถพัฒนาโปรดักต์

และเซอร์วิสหรือออกแคมเปญการตลาดที่ตรงกับความต้องการหรือแม้กระทั่งสื่อสารได้ตรงตามความสนใจของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยในปีที่แล้วเป็นปีที่เอไอเอสมี Movement ค่อนข้างเยอะ โดยด้านการตลาดมีการสร้างโปรดักต์และเซอร์วิสใหม่ๆ ที่ตรงความต้องการมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็สื่อสารแคมเปญในแพลตฟอร์มต่างๆ คอยสร้างสีสันให้กับอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา

“วันนี้ความท้าทายการทำงานในฐานะนักการตลาดเราต้องครีเอทสิ่งใหม่ๆ เพื่อดึงความสนใจจากผู้บริโภค ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาอินไซต์ว่า ผู้บริโภคอยู่ตรงไหน รับสื่ออะไร เพราะเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และเปลี่ยนตลอดเวลาจริงๆ ไม่ได้แปลว่าแคมเปญที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจะนำมาเป็นแพทเทิร์นใช้ในครั้งต่อไปอีกได้ ทุกอย่างไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคิดปุ๊บแล้วต้องทำเลยแบบ Real Time Marketing และทุกครั้งที่ทำอะไรออกมา

ก็ตามต้องเป็น First Mover นั่นแปลว่าเราต้องหากิมมิก หารูปแบบที่ไม่ซ้ำไปจากเดิม เพราะถ้าทำซ้ำนอกจากจะไม่ได้การันตีว่าจะสำเร็จได้แล้ว ยังแสดงว่าไม่ใช่ First Mover ดังนั้นความยากของการทำงานจึงเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ หรือมอนิเตอร์กันแบบเสี้ยววินาที วันนี้เวลาเราจะออกแคมเปญอะไรก็ตาม เราต้องศึกษาตลาดและคาดการณ์ไปก่อนล่วงหน้าว่าควรจะต้องออกมาเป็นแบบไหนแล้วคนถึงจะสนใจ”

พรีเซ็นเตอร์เป็นกลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งที่ดึงความสนใจของผู้บริโภคได้และเอไอเอสก็เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่ามีพรีเซ็นเตอร์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในปีที่แล้วเอไอเอสออกแคมเปญใหญ่ใช้พรีเซ็นเตอร์ 12 คน เพื่อฉลองการก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 30 แต่ในปริมาณที่เยอะนั้น เอไอเอส ก็สื่อสารออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยตอกย้ำว่าโปรดักต์และเซอร์วิสถูกคิดค้นและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ

“หลายคนบอกว่าเอไอเอสมีพรีเซ็นเตอร์หลากหลาย เรื่องนี้เรามองว่าส่วนหนึ่งเป็นการดึงความสนใจมายังแบรนด์ได้ แต่ถ้าเราไม่ได้มีโปรดักต์และเซอร์วิสที่โดนใจลูกค้า กลยุทธ์นี้ก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจะต้องไปด้วยกัน อย่างในกรณีที่เราดึงลิซ่า BLACKPINKมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แม้ลิซ่า BLACKPINK จะไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์เอไอเอสเพียงแบรนด์เดียว แต่หากเรา Utilize ได้อย่างถูกต้อง ย่อมทำให้ผลตอบรับออกมาดี จากที่เราทำการสำรวจหลังจากออกแคมเปญพบว่ามีคนเข้าใจในสิ่งที่เอไอเอสต้องการจะบอกเยอะขึ้นจากแคมเปญลิซ่า BLACKPINKและยังทำให้แบรนด์เป็นที่สนใจในวงกว้างกว่าเดิม นั่นหมายความว่าวันนี้เราไม่ได้สร้าง Voice เฉพาะแค่ในประเทศแล้ว แต่ยังใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของลิซ่า BLACKPINK ในระดับสากลไปสร้าง Voice ในต่างประเทศด้วย”

ในเวลาเดียวกันแคมเปญเครือข่ายที่เข้าใจทุกเจนเนอเรชั่น (The bestnetwork for all generations) ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วก็ช่วยมาตอกย้ำว่าเอไอเอสเข้าใจอินไซต์ของคนทุกเจนถึงได้มีโปรดักต์และเซอร์วิสที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนทุกเจน โดยเอไอเอสใช้ “น้องอุ่นใจ” มาเป็นตัวแทนในการส่ง Message ถึงโปรดักต์และเซอร์วิสที่เข้ามาซัพพอร์ตลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ล่าสุดเอไอเอสได้มีการตอกย้ำเซ็กเม้นต์ในกลุ่ม Kids หรือเด็กอายุระหว่าง 5-12 ปี ที่เริ่มใช้ดีไวซ์เป็นเครื่องแรกผ่านแคมเปญการสื่อสารโดยใช้ “น้องปีใหม่–เด็กหญิงเอวาริณ” มาเป็นตัวแทนการนำเสนอโปรดักต์และเซอร์วิสที่เหมาะกับกลุ่มนี้

“แคมเปญนี้เราให้น้องปีใหม่ - เด็กหญิงเอวาริณ ใส่สมาร์ทวอทช์ เพราะนอกจากจะเป็นดีไวซ์ที่เหมาะกับเด็กแล้วยังเป็นทางเลือกที่ให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้ตลอดเวลาด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานวิดีโอคอล หรือแชร์โลเกชั่น เพราะเราอยากบอกว่าเป็นดีไวซ์ที่สร้างความอุ่นใจได้  แต่อีกทางหนึ่งแคมเปญนี้เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ในเมื่อเรารู้ว่าลูกค้ามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เราควรต้องสื่อสารออกไปมากกว่าความเร็วของเครือข่าย ซึ่งอันนั้นเป็นมาตรฐานที่เราต้องทำอยู่แล้ว แต่การสื่อสารแค่ความเร็วในวันนี้มันไม่พอ ต้องเป็นแบรนด์ที่สร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับผู้บริโภคด้วย”

การเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ในครั้งนี้ เอไอเอสไม่ลืมที่จะนำเสนอโปรแกรมที่เหมาะกับกลุ่ม Kids ภายใต้ชื่อโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” เป็นเครื่องมือป้องกัน และให้ความรู้แก่เด็กเพื่อสร้างความพร้อมในการเข้าไปสู่โลกอินเตอร์เน็ต โดยจะมีทั้งแบบทดสอบ DQ (Digital Quotient ) เพื่อทดสอบทักษะสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลทั้ง 8 ด้าน เช่น แนวโน้มพฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น (Bully) หรือวิธีตั้งรับปัญหาเมื่อถูกกลั่นแกล้ง รวมถึงความเหมาะสมของระยะเวลาการอยู่บนหน้าจอ (Screen Time Management)เป็นต้น และเพิ่ม AIS Secure Net Kids บริการที่ช่วยแจ้งเตือน ปกป้องเด็กจากภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน

“การทำแบรนด์ในวันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะให้ลูกค้ามาใช้สินค้าเรา หรือทำแคมเปญสร้างสีสันทางการตลาดอย่างเดียว แต่เราจะต้องดูแลใส่ใจเขาจริงๆ และต้องแสดงความรับผิดชอบบางอย่างออกไป ถึงจะเป็นแบรนด์ที่ดีในวันนี้ และทำให้เอไอเอสยังครองความเป็นที่หนึ่งอยู่”

นอกจากนี้การรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดจำเป็นต้องนำหน้าไปก่อนหนึ่งก้าวเสมอ ซึ่งเอไอเอสมีหลายกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เช่น การลอนช์แคมเปญNext G หลังจากเข้าสู่ยุค 4G ได้ไม่นาน

“ถ้าเราอยากเป็นผู้นำ เราต้องคาดการณ์ไปข้างหน้า หลายคนบอกว่าความเร็ว 4G ก็พอแล้วสำหรับวันนี้ แต่ทำไมเราถึงไม่หยุดในการพัฒนาเพราะเรามองว่า ทุกอย่างมันไปเร็ว อีก 3-5 เดือนความเร็วที่เป็นอยู่

อาจจะไม่พอแล้วก็ได้ เราจึงพัฒนาบริการไปรอความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไว้ก่อนอันนี้เป็นนวัตกรรมที่เราต้องการเป็น Digital Life Service Provider เพราะต่อไปลูกค้าอาจไม่ได้ใช้เครือข่ายแค่โทรหรือแชต เอไอเอสจึงมีหน้าที่เข้าไปเติมเต็มในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยการเอาเทคโนโลยีเข้าไป ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นแบบไหนเราจะต้องทำให้เครือข่ายมันเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาในทุกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งกำลังจะมีการประมูลเครือข่าย 5G แน่นอนว่าเอไอเอสจะมี Movement ด้านการตลาดเพิ่มมากขึ้นเพราะเมื่อมีการประมูล 5G แสดงว่าพฤติกรรมผู้บริโภคอาจจะต้องเปลี่ยนไปอีกหลังจาก 5G ให้บริการ แต่ที่ผ่านมาเอไอเอสมีการทดสอบการใช้งาน 5G มาโดยตลอด แม้ว่ายังจะไม่ได้ใช้จริงก็ตาม เพราะเราต้องการจะวัดตัวเองในแง่ของศักยภาพของเครือข่าย หรือคนของเราเองว่าเรามีความพร้อมแล้ว”

คุณศิวลี กล่าวถึงเป้าหมายการสื่อสารในปีนี้ว่าจะเป็นอีกปีที่เอไอเอสต้องการย้ำในฐานะ Brand for All Generations ด้วยการพัฒนาโปรดักต์และเซอร์วิสที่ออกแบบมาเพื่อคนในแต่ละเจน เช่นเดียวกับการสื่อสารที่ต้องยิงตรงไปให้ถูกจริตกับแต่ละเจน นั่นหมายถึงการเลือกมีเดีย แพลตฟอร์ม แพทเทิร์น คอนเทนต์ หรือภาษาจะเป็นแบบเดียวกันไม่ได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับการเตรียมพร้อมที่จะรับมือในแต่ละเจนที่ต่างกัน

“การจะเป็นแบรนด์ที่ไดนามิคจะต้องพัฒนาอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราค่อนข้างมั่นใจว่าเรามีจุดแข็งจากความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันรู้เป้าหมายเดียวกัน เกิดความสอดคล้องในการทำงานเป็นทีมและมี Fighting Spirit ของการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา”

เป็น Key Success นำพาให้แบรนด์เอไอเอสสามารถรักษาความเป็นที่ 1 ในตลาดได้อย่างยาวนาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

böcek ilaçlama erkek kol saati sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle