แบรนด์โตขึ้น แต่ทำอย่างไรให้สินค้าไม่แก่ตาม กรณีศึกษา สุราขาว รวงข้าว สู่ รวงข้าวซิลเวอร์

Oct 08, 2017 S.Worapol

ในชีวิตคนเราเมื่อเวลาเปลี่ยนสังขารก็เปลี่ยน การใช้ชีวิตก็เปลี่ยน โตขึ้น ประสบการณ์มากขึ้นไปตามกาลเวลา แต่ในโลกของการสร้างแบรนด์คุณจะคิดแบบเดียวกันกับธรรมชาติของชีวิตไม่ได้  เพราะยิ่งแบรนด์โตขึ้นมีอายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องทำให้แบรนด์ดู Fresh ดูเด็ก ดูทันสมัย สอดคล้องไปกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

และในคอนเทนต์ชิ้นนี้เราได้หยิบเอาเรื่องราวของแบรนด์สุราขาว ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี อย่างสุราขาวแบรนด์รวงข้าว แน่นอนว่าเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในแง่ของยอดขายและภาพลักษณ์ที่มีต่อกลุ่มเป้าหมายในตลาดระดับ D รวมถึงตลาดผู้ใช้แรงงาน 

จากรายงานของ IWSR (International Wine and Spirits Research) ได้รายงาน 100 อันดับสุราที่มีปริมาณยอดขายสูงสุดของโลก สำหรับ รวงข้าว (Ruang Khao) มียอดขายเชิงปริมาณ 31,200 ล้านลิตร อยู่ในตำแหน่งอันดับ 3 ของโลก

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อธิบายเพิ่มเติมว่า “ตลาดสุราวันนี้ใช้เรื่องของ GI มาเป็นจุดขายหลัก อย่างเตกีล่า จากแม็กซิโกก็ใช้เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักแบรนด์นี้ขึ้นมา เช่นเดียวกันสุราขาวของเราอย่างรวงข้าวก็มีเอกลักษณ์จุดเด่น มีเรื่องราวที่ยาวนานคงจะไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะไปเปิดตลาดต่างประเทศเช่นกัน”

แน่นอนว่ารวงข้าวเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในตลาด แต่การจะบุกตลาดใหม่ก็คงต้องกลับมาวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งจากภายใน และภายนอก ดูว่าลูกค้าเราที่ต้องการคือใคร สินค้า และแบรนด์จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในจุดไหนบ้าง

เพราะเป้าหมายคือการบุกตลาดประเทศ ภาพลักษณ์ของสินค้าที่ออกไปก็ต้องมีความเป็นพรีเมียม ความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่ให้สินค้าดูแก่ไปตามอายุของแบรนด์ ซึ่งอาจจะทำให้เป้าหมายครั้งนี้ล้มเหลวได้

จากแบรนด์ รวงข้าว Silver จึงถูกคิดออกมาเพื่อตอบโจทย์กับเป้าหมายใหม่ ตลาดใหม่ เพราะอย่างที่บอกคือ แบรนด์เดิม รวงข้าว เป็นแบรนด์ที่ครองใจตลาดระดับล่างอยู่แล้วบทบาทและสถานะคงจะไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย แต่การแตกไลน์ รวงข้าว Silver ออกมาไม่ใช่เป็นเพียงแค่การขยายตลาด หรือยกระดับของสินค้าสุราขาวเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้ Portfolio ของกลุ่มสินค้าแข็งแกร่งและมีโอกาสทางการตลาดที่จะทำให้ รวงข้าว Silver ทะลุทะลวงเข้าไปยังร้านอาหาร โรงแรม หรือพวกธุรกิจจัดเลี้ยงได้อีกด้วย 

ประภากร ทองเทพไพโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจสุรา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อธิบายความชัดเจนไปอีกว่า “ที่สำคัญคือ แผนขยายไปยังตลาดตลาดโลกมากขึ้น เบื้องต้นจะเริ่มทำตลาดประเทศเวียดนาม ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นจะเริ่มขยายตลาดกลุ่มประเทศอาเซียนในลักษณะต่างๆ ทั้งการตั้งผู้แทนจำหน่ายและอื่นๆ เช่น ประเทศเมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ ก่อนที่จะขยายไปยังกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ ในช่วงปลายปี 2561”

ในส่วนของรายละเอียด สุราขาว “รวงข้าว Silver” ปรับแพคเกจจากขวดสีน้ำตาลเป็นขวดใสพร้อมกล่องกระดาษและปรับรสชาติมีปริมาณแอลกฮอล์ 35 ดีกรีจากเดิม 40 ดีกรี ราคาปลีก 168 บาท ผลิตที่โรงงานกระทิงแดง จ.สมุทรสาคร

จุดสำคัญที่น่าจับตาคือการตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศของไทยเบฟ เพราะนั้นจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับไทยเบฟได้อีกเป็นกอง

แต่ความท้าทายสำคัญคือการที่จะทำให้ รวงข้าว Silver ที่กำลังนำเสนอนี้ ให้ตอบโจทย์ผู้คนในตลาดที่ใหญ่ขึ้น สลัดภาพลักษณ์ของสุราขาวตามร้านโชว์ห่วย เป็นสุราที่เทียบชั้นแบรนด์ระดับโลกต่อไป

แบรนด์ที่เติบโต เเข็งแกร่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์นี้จะเป็นคำตอบกับทุกๆ ตลาด ทุกๆ กลุ่มเป้าหมาย แต่เป็นการดึงเอาแก่นของแบรนด์มาผูกเรื่องราวเพื่อให้แนวคิดในการเกิดแบรนด์ใหม่ไม่ได้หลุดกรอบไปจากเดิม

ถึงตรงนี้ รวงข้าว Silver คงจะเป็นแนวทางในการสร้างแบรนด์เมื่อประสบปัญหาการเติบโตขึ้นอายุมากขึ้น เมื่อวันที่ รวงข้าว Silver ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เราจะมาวิเคราะห์กันถึงความสำเร็จอีกครั้ง 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.