ผ่าแนวคิด อาร์เอส กรุ๊ป เร็วกว่าได้เปรียบ ทุกความท้าทายคือ Normal

Jun 08, 2020 P.Narata

อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในช่วงไตรมาส 1/2563 ยังมีผลการดำเนินงานอยู่ในภาวะติดลบ เนื่องจากผลกระทบ จากวิกฤตเศรษฐกิจ และ COVID-19 โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังประสบกับภาวะขาดทุน หรือมีผลกำไรที่ลดต่ำลง ขณะที่อาร์เอส กรุ๊ป กลับเติบโตสวนกระแส และมีผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 186 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 184% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2562

นี่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนภาพให้เห็นว่า โมเดลธุรกิจในสไตล์ Entertainmerce ของอาร์เอส กรุ๊ป ที่ แตกต่างไม่เหมือนใคร คือกลยุทธ์ที่กำลังเดินมาถูกทาง เพราะเป็นกระบวนการที่สามารถควบคุม และบริหารงานได้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยการดึงศักยภาพของของสื่อ และธุรกิจบันเทิงที่มีอยู่ในมือออกมาใช้ให้มากที่สุด

พร้อมเปลี่ยน “ผู้ชมและผู้ฟัง” จำนวนหลายล้านคนให้กลายเป็น “ลูกค้า” มีการวิเคราะห์ฐานข้อมูลผ่าน เทคโนโลยีใหม่ๆ และการเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดจากทีมงานมืออาชีพ

รวมถึงการหาพันธมิตรที่เหมาะสมทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาส และเพิ่มความ ได้เปรียบทางการแข่งขัน นี่คือเหตุผลที่ทำให้ อาร์เอส กรุ๊ป ปรับเปลี่ยนองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และ วิสัยทัศน์องค์กรที่ต้องการสร้างความสุขให้ผู้คนด้วยความบันเทิง สินค้าและบริการใหม่ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละ กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนวัยหนุ่ม สาว คนทำงาน หรือคนสูงวัย รวมถึงการรีแบรนดิ้งที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

เพราะทุกความท้าทายใหม่ๆ คือเรื่องปกติ ที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆ

 

อาร์เอส กรุ๊ป ในบริบทใหม่

วันนี้ แม้ว่า อาร์เอส กรุ๊ป จะก้าวออกไปสู่บริบทใหม่แล้ว แต่หลายคนยังเข้าใจว่า อาร์เอส ยังทำแต่ธุรกิจสื่อ และบันเทิงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจสื่อ และบันเทิง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจทั้งหมดของอาร์เอส กรุ๊ป โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อาร์เอส ประสบความสำเร็จจากการทรานส์ฟอร์มธุรกิจบันเทิงไปสู่ธุรกิจคอมเมิร์ซ โดยมี พัฒนาการและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ขณะเดียวกัน อาร์เอส ก็ใช้เวลาเรียนรู้เข้าใจสภาพแวดล้อมของธุรกิจ พฤติกรรมลูกค้า ทำให้มองเห็นโอกาส อีกมากมาย และกลายเป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญในอนาคต จึงเป็นที่มาของการปรับโครงสร้างภายในและทีมงาน ใหม่ รวมถึงการรีแบรนดิ้ง กำหนดวิสัยทัศน์และวางกลยุทธ์เพื่อความพร้อมก้าวสู่โลกยุคใหม่ ที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน กับสถานการณ์ New Normal และเทคโนโลยีใหม่ๆ

ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของ อาร์เอส กรุ๊ป ประกอบด้วย

• 60% จากธุรกิจ Commerce เป็นการขายสินค้าภายใต้ RS Mall และ COOLanything ผ่าน Platform และช่องทางทั้งของ อาร์เอส และพันธมิตร ทั้งในส่วนของ On air จากช่อง 8 และช่องผู้นำทีวีดิจิทัล อื่นๆ วิทยุ COOLfahrenheit ทีวีดาวเทียม และออนไลน์ทั้ง LINE OA, Website และ Application รวมถึงการวางสินค้าของอาร์เอสผ่านโมเดิร์นเทรดต่างๆ ภายใต้การดูแลของบริษัท Lifestar

• 30% จากธุรกิจ Media สื่อทีวีดิจิทัล ช่อง 8 และ COOLfahrenheit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟังเพลงผ่าน คลื่นวิทยุและทางออนไลน์อันดับ 1 ของคนเมือง

• 10% จากธุรกิจ Music ผลิตเพลงผ่านค่าย RSiam และ Kamikaze ซึ่งรายได้หลักมาจากการบริหาร สินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมด อาทิ การฟังเพลงผ่านระบบดิจิทัล การบริหารศิลปินในค่าย การขายลิขสิทธิ์ เพลง รวมถึงกอีเวนท์ และคอนเสิร์ต

ต้องแตกต่างอย่างทรงพลัง

สำหรับโมเดลธุรกิจในรูปแบบ “Entertainmerce” เป็นการผสานธุรกิจ Entertainment ที่อาร์เอสมีความ เชี่ยวชาญด้านการทำคอนเทนต์อยู่แล้ว เพื่อเปลี่ยนผู้ชม หรือผู้ฟังให้กลายเป็นผู้ซื้อ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจ Commerce เติบโต เป็นการสนับสนุนและเชื่อมโยงธุรกิจในเครือเข้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและเบ็ดเสร็จ

ส่งผลให้ อาร์เอส กรุ๊ป มีความได้เปรียบ และนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนของธุรกิจ Commerce อาร์เอสเป็นทั้งเจ้าของสินค้า ผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างสรรค์คอนเทนต์ อีกทั้งยังคิดกลยุทธ์การตลาดและโฆษณา ผ่านช่องทางของตนเอง และพันธมิตร

ทุกสื่อของ อาร์เอส กรุ๊ป ที่เป็นแพลตฟอร์มการขายทั้งช่อง 8 และ COOLISM เป็นสื่อที่มีฐานผู้ชมและผู้ฟังมาก ในอันดับต้นๆ ของไทย ทำให้อาร์เอสรู้จักพฤติกรรมของลูกค้า และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การมีทีม Telesales/chat Agent กว่า 500 คน นับเป็นหลังบ้านที่ทรงพลัง และเป็นจุดแข็งสำคัญ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตทั้งในด้านการเก็บข้อมูลจากออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรม ปิดการขาย รวมถึงนำเสนอโปรโมชั่นให้ลูกค้าจนเกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

 

วันนี้ อาร์เอส กรุ๊ป กำลังก้าวไปสู New Era ที่เต็มไปด้วย New Normal เพื่อสร้าง New S-Curve ให้กับธุรกิจ โดยมีจุดเด่นในเรื่องต่างๆ คือ

1) โมเดลธุรกิจ Entertainmerce

2) เน้นการใช้ข้อมูล เพื่อเป็น Data-driven Company

3) การหาพันธมิตร Strategic Partnership

4) Mergers & Acquisitions

นอกจากนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียให้เติบโตไปด้วยกัน เริ่มจากซัพพลายเออร์ โดยอาร์เอส คัดสรรผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน พัฒนาสินค้า นำส่งสินค้าที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค เพื่อทำให้ซัพพลายเออร์สามารถเติบโต ไปพร้อมกันได้  ในส่วนของผู้บริโภคเอง จะได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้

ผลของการเติบโตของบริษัทที่เพิ่มขึ้นนั้น จะส่งต่อไปยังผู้ถือหุ้น และพนักงาน แม้ว่าหลายธุรกิจต้องลดสวัสดิการ หรือเงินเดือนพนักงานจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่อาร์เอสได้ปรับสวัสดิการของพนักงานเพิ่มขึ้นให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ รวมถึงส่งเสริมพนักงานให้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ตามหนึ่งในค่านิยมขององค์กร นั่นคือ Inquisitive หรือการใฝ่เรียนใฝ่รู้

เพราะอาร์เอสเชื่อว่า พนักงานเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการพัฒนาองค์กร และต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้ สอดคล้องกับ Passion to Win ซึ่งเป็นคติประจำองค์กร

จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 300 ล้าน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่วันนี้อาร์เอสขยับเป้าหมาย รายได้รับปี 2563 ไปที่ 4,250 ล้านบาท เติบโตกว่า 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน เป็นการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงการทำงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และมีจิตวิญญาณของนักสร้างสรรค์ ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ พร้อมปรับตัวตลอด เวลา และมุ่งมั่นในการเติมเต็มความสุขให้แก่ผู้คนมาทุกยุคสมัย

อาร์เอส จึงมั่นใจว่า เมื่อทุกอย่างเดินหน้าเต็มที่ จะส่งผลให้ธุรกิจแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ สามารถสร้างเม็ดเงินรายได้ทะลุหลัก 10,000 ล้านบาท ได้ตามตั้งเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2565

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.