4,416
VIEWS

เจาะลึก 7 Insight ผู้บริโภคชาวไทย โอกาสของแบรนด์ จาก New Normal สู่ Now Normal สู่ Next Normal

Jun 16, 2020 S.Worapol

หลายคนพูดถึงคำว่า New Normal และก็ต่างค้นหาคำตอบกันว่าอะไรคือ New Normal ของธุรกิจตัวเอง แต่ในมุมของ ดร. ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด กลับมองว่า ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเป็น “New Normal” ยังมีบางอย่างที่เป็นเพียงแค่ “Now Normal”

ประกอบกับทีมอินเทจ ได้ทำผลการศึกษา จาก 1,680 ตัวอย่าง ทำให้เห็น Insight ของผู้บริโภคที่เป็นมากกว่า New Normal เพราะในแง่ของแบรนด์ ทำให้เห็น 7 โอกาสของแบรนด์ที่มาจาก Insight ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

1. Same Crisis but Different Reaction among Gens

ความเหมือนในความต่างของพฤติกรรมแต่ละ Gen ทุก Gen เข้าใจเรื่องวิกฤตกับสถานการณ์ในครั้งนี้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างในแง่ของการแสดงออกและความรู้สึก

อย่างกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่มีความ “ตื่นตระหนก” มากสุด เพราะมีความกังวลเรื่องรายได้ เรื่องการลงทุนในอาชีพต่างๆ ในขณะที่ Gen Z ก็มีความ “ตื่นตัว” กับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วน Gen X อาจจะมีประสบการณ์ผ่านสถานการณ์วิกฤตมาหลายครั้งจึงทำให้พวกเข้า  รู้สึกถึงความ “ตระหนัก” ในเหตุการณ์นี้

2. Preventive care is the new consciousness

การดูแลรักษาป้องกันตัวเอง จะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาและให้ความสำคัญหลังจากนี้ ทั้งพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารเสริมอย่างวิตามินมากขึ้น หรือในมุมของการใช้ชีวิตประจำวันภายในบ้านที่กว่า 63%  บอกว่า อาบน้ำบ่อยขึ้น หรือแม้แต่การซักผ้าบ่อยขึ้นกว่า 51%

ดร.ดั่งใจถวิล อธิบายต่อว่า พฤติกรรมเหล่านี้ที่คงไม่ได้เป็น New Normal ตลอดไป พอเราผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปได้ พฤติกรรมคนก็น่าจะกลับมา ตอนนี้เป็นเพียง Now Normal เท่านั้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตามนี่คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้น ธุรกิจ หรือแบรนด์ในสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในเรื่อง “Preventive” ก็สามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์ลูกค้าได้

แบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงอย่าง Dettol ก็กลับทะยานขึ้นมามีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค นั่นสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้บริโภคที่มีความต้องการที่จะป้องกัน

3. Delivery becomes part of life, sweets is part of Thais daily consumption

เมื่อดิลิเวอรี่กลายเป็นความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภค แน่นอนว่าดิลิเวอรี่เป็นเทรนด์ที่มาแรงอย่างมากในอุตสาหกรรมร้านอาหาร แต่ก็ยังมีอุปสรรคอย่างมากที่จะทำให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นการปรับเมนูให้เหมาะสมกับช่องทาง การปรับกระบวนการทำงานเรื่องของครัวกลาง การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและเมนูอาหาร หรือแม้แต่การจัดส่ง

แต่เมื่อสถานการณ์บีบบังคับก็ทำให้ผู้เล่นในธุรกิจร้านอาหารกระโจนเข้าสู่ช่องทางดิลิเวอรี่อย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคได้ย้ายเข้ามาสู่ช่องทางนี้เกือบ 100% บางคนที่ไม่เคยใช้ก็ได้ใช้ บางคนที่ใช้อยู่แล้วก็ได้ใช้มากขึ้น

แน่นอนว่า สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย ขนมและของหวานก็ยังคงเป็นเมนูยอดฮิตแม้จะเป็นช่องทางดิลิเวอรี่ก็ตาม แต่ค่าจัดส่ง และความถี่ในการสั่ง กลายเป็นอีกหนึ่ง Pain Point ของลูกค้า ทำให้เราเห็นการปรับปรับของธุรกิจอย่างร้านชานมไข่มุกที่ขายกันเเบบลิตรกันไปเลย

แต่สุดท้ายแล้วยังไงคนก็ต้องกลับไปทานอาหารด้วยกันอยู่ดี อาจจะเป็นทั้ง New และ Now พร้อมๆ กันก็ได้

4. DIY = Opportunity for Enabling Brands

ผู้บริโภคยังแสวงหาอะไรก็ตามที่สามารถทำได้เอง แต่ต้องมีความง่าย และสามารถแชร์ให้โลกรู้ได้ “Easy & Presentable”

อย่างเคสหม้อทอดไร้น้ำมันก็เป็นกระแสฮิตในโลกออนไลน์อย่างมาก เราได้เห็นถึงความง่ายของการใช้งาน และทำออกมาแล้วน่าทาน สามารถแชร์ให้เพื่อนๆ บนโซเชียลได้

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสของแบรนด์ที่จะมาจับในเรื่องนี้ แต่อย่าลืมว่าต้อง “Easy & Presentable”

5. Self-empowering is consumers’ latent needs

ความเครียด ความเบื่อ ของผู้บริโภคที่อยู่บ้าน จะเปลี่ยนให้มาเป็นการเพิ่มศักยภาพหรือ Self-empowering ได้อย่างไร เพราะนี่คือความต้องการแอบแฝง (latent needs) ของผู้บริโภคที่ซ่อนอยู่

ทำให้คนจัดการความเครียด ความเบื่อหน่ายด้วยตัวเอง อย่างการเติบโตของ TikTok ก็สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่ใช่แค่ Social Need หรือแม้แต่การเรียนรู้เรื่องต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ก็เป็นเรื่องของ Self-empowering ที่เกิดขึ้น

6. Regardless of better today’s situation, consumers are still uncertain of the future

ผู้บริโภคยังรู้สึกถึงความไม่แน่นอนกับสถานการณ์ ถึงแม้ว่าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ก็ยังต้องมีความกังวลว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ผู้บริโภคยังรู้สึกเรื่องความระมัดระวังในการใช้เงิน ในการดูแลตัวเอง การใช้เงินอาจจะไม่หวือหวาเหมือนในสมัยก่อน จากข้อมูลก็จะพบว่า 37% วางแผนที่จะกู้เงินมาใช้สำรองรายจ่าย ในขณะที่ 65% เลือกที่จะผ่อนระยะยาวมากกว่า 1 ปี

7. Pleasure after pressure – now vs next needs state

ความโหยหาของผู้คนหลังเหตุการณ์วิกฤต การท่องเที่ยวในประเทศเป็นสิ่งแรกๆ ที่คนอยากจะทำกัน เนื่องจากปลอดภัยกว่าการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และการท่องเที่ยวภายในประเทศก็จะเป็นสิ่งที่มาขับเคลื่อนการขยับตัวของภาคธุรกิจต่างๆ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ทั้ง 7 Insight เป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจภาวะ ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ ยังไงลองเอาไปศึกษากันต่อภายในทีมนะครับ ว่าจะสามารถต่อยอดข้อมูลการศึกษาชุดนี้จากอินเทจได้อย่างไร เพื่อมองหา Next Normal ของธุรกิจในอนาคต

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.