ถอดกรณีศึกษา “วิลล่า มาร์เก็ท” กับ 3 จุดยืนที่แข็งแกร่งของซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

Jun 22, 2020 R.Somboon

ความน่าสนใจของวิลล่า มาร์เก็ท เชนซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลางค่อนมาทางเล็กที่มีจำนวนสาขามากกว่า 30 สาขา คงหนีไม่พ้นในเรื่องของความยืดหยุ่นในการปรับตัว จนสามารถยืนอยู่บนจุดแข็งของตัวเองพร้อมทั้งมีการ เติบโตได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องมาตลอด

วิลล่า มาร์เก็ท ที่อยู่ในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตในบ้านเรามากว่า 36 ปี สามารถเข้าไป “ปักธง” พร้อมกับสร้างการ รับรู้ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเมืองระดับบนๆ ในฐานะของการเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่นำเสนอสินค้าประเภทอาหารสด โดยเฉพาะสินค้านำเข้าประเภทเนื้อต่างๆ จากต่างประเทศ จนสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำได้อย่างเหนียวแน่น

ในยุคที่ซูเปอร์มาร์เก็ตยังไม่มีเรื่องของออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น หากมองเข้ามาที่จุดแข็งของ วิลล่า มาร์เก็ท จะพบว่า

1.ซูเปอร์มาร์เก็ตรายนี้สามารถยึดโลเกชั่นที่เป็น “ไพรม์ โลเกชั่น” ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นย่านสุขุมวิท ทองหล่อ อารีย์ หรือแม้แต่ย่านพระราม 4 ที่มีจุดเชื่อมต่อไปยังสุขุม 26 ซึ่งถ้าย้อนไปในช่วงกว่า 30 ปีที่แล้ว นอกจากวิลล่า มาร์เก็ท และฟู้ดแลนด์ ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตสแตนด์อะโลนแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นเชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในห้างสรรพสินค้า โดยถูก วางให้เป็นแมกเน็ตในการดึงคนเข้ามาช้อปในห้าง

2.การโฟกัสในเรื่องของอาหาร โดยเฉพาะบรรดาเนื้อนำเข้า กลายเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งที่ทำให้วิลล่า มาร์เก็ท กลายเป็นเดสทิเนชั่นของคนเมืองระดับบนที่ต้องมุ่งไปเมื่อต้องการที่จะซื้อสินค้าเหล่านั้น

3.ข้อดีของการเป็นผู้ประกอบการที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ทำให้มีความคล่องตัวในการปรับตัวเพื่อรับกับความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ถึงขนาดที่ว่า ผู้ก่อตั้งอย่าง สุรพงษ์ ภูสนาคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด นิยามตัวเองว่า “Small but Beautiful” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

 

 

ความท้าทายใหม่

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายครั้งใหม่ของวิลล่า มาร์เก็ท น่าจับตามองไม่น้อยว่าผู้เล่นรายนี้จะรับมือกับมันอย่าง ไร โดยเฉพาะกับการที่เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt ตลาดค้าปลีกของบ้านเรา การ Disrupt ในครั้งนี้ ทำให้เกิดความเปลี่ยน แปลงทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่สั้นลง และไม่มีเรื่องของระยะทางระหว่างร้านค้าปลีกกับผู้บริโภคอีกต่อไปแล้ว เพราะทุก อย่างสามารถทำได้เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส

ครั้งหนึ่ง พิศิษฐ์ ภูสนาคม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด เคยบอกกับเราว่า หากสรุปในเรื่องความท้าทายของวิลล่า มาร์เก็ท แล้ว จะมีด้วยกัน 2 เรื่องคือ

1.ทำอย่างไรให้ให้ฐานลูกค้าเดิมยังคงอยู่กับวิลล่า มาร์เก็ท

2.ทำอย่างไรให้สามารถขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ หรือคนในเจนใหม่ๆ ได้

“เป้าหมายทั้ง 2 ข้อที่กล่าวมา ทำให้ วิลล่า มาร์เก็ท ต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่การทำค้าปลีก ในยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของสโตร์ หรือออนไลน์ แต่ต้องเป็นออมนิแชนแนลที่ทั้ง 2 ช่องทางประสานกันอย่าง กลมกลืน การทรานส์ฟอร์มสู่ยุค 4.0 จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราจะทำต่อจากนี้ไป ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้ง สำคัญในรอบกว่า 30 ปีของวิลล่า มาร์เก็ท”

แม้จะเป็นรายเล็ก แต่ไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เพราะวิลล่า มาร์เก็ท เลือกใช้วิธีการ Collaboration กับพันธมิตรอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ที่เข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์ม ประกอบไปด้วย แอพพลิเคชั่น VPlus Wallet และเว็บไซต์ shoponline.villamarket.com เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคจากการ ใช้เงินสดมาสู่การชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

 

แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้ทุกองค์ประกอบของระบบเป็นประโยชน์กับลูกค้าของ วิลล่าอย่างแท้จริง สามารถใช้งานได้ง่าย มีความถูกต้องและปลอดภัย โดย VPlus Wallet เป็นแอพพลิเคชั่นแรกของกลุ่ม ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทยที่ให้ลูกค้าเติมเงินเข้าสู่กระเป๋าเงินและสามารถสะสมคะแนน (Loyalty Point) เพื่อแลก รับสิทธิประโยชน์ได้ภายในแอพพลิเคชั่น ส่วน  shoponline.villamarket.com เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสำหรับการซื้อขาย สินค้าที่เสมือนซื้อสินค้าจากสาขาของวิลล่า มาร์เก็ท ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และลูกค้ายังสามารถเลือกได้ว่าจะรับสินค้า แบบดิลิเวอรี่หรือรับผ่านสาขาที่ลูกค้าสะดวก พร้อมได้รับความสะดวกสบายในการชำระค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือตัดจากบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านบริการ SCB Payment Gateway บนหน้าเว็บไซต์ได้ทันที

หากมองเข้ามาในเรื่องของออมนิแชนแนลแล้ว พบว่า หากจะเป็นออมนิชาแนลที่สมบูรณ์แบบ ต้องประกอบ ไปด้วย 4 E ไล่ตั้งแต่

E – commerce ซึ่งวิลล่า มีการเปิดตัวเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ของตัวเอง เพื่อรองรับกับการช้อปปิ้งขอ ผู้บริโภค ในทุกที่ ทุกเวลา

E – logistic หรือเรื่องของการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค

E – finance ในเรื่องของเพย์เม้นต์ต่างๆ ที่มีพันธมิตรอย่างแบงก์ไทยพาณิชย์เป็นคนดูแลให้

E – data ในส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะเชื่อมโยงไปสู่การเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ซึ่งวิลล่า มาร์เก็ท เป็นรายแรกที่นำเรื่องของอีวอลเลต เข้ามาใช้ในการทำลอยัลตี้ โปรแกรม โดย VPlus Wallet ที่เปิดตัวมานี้ จะทำให้ สามารถดึงผู้บริโภคเข้ามาใช้จ่ายกับวิลล่าได้เป็นประจำ เพราะเป็นการเติมเงินเข้าสู่ VPlus Wallet ที่ในท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องเข้ามาใช้จ่ายกับวิลล่า มาร์เก็ทอยู่ดี

ปัจจุบันวิลล่า มาร์เก็ท มีลูกค้าที่เป็นสมาชิก VPlus Card มากกว่า 250,000 ราย ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้กำลังทยอย เปลี่ยนมาเข้าสู่ระบบสมาชิกบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าในปีนี้จะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น อีกจำนวน 100,000 ราย มีลูกค้าเติมเงินผ่าน VPlus Wallet จำนวน 20,000 ราย และซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ shoponline. villamarket.com จำนวน 50,000 ราย สนับสนุนให้ยอดขายของวิลล่า มาร์เก็ท ผ่านทางช่องทางอีคอมเมิร์ซ และสาขา มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี  

วิลล่า มาร์เก็ท คือ 1 ในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะแม้จะเป็นรายเล็ก แต่ก็สามารถหาที่ยืนที่แข็งแกร่งในตลาด ได้ถ้ามีการปรับตัวที่ดี ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของการ Collaboration ทำให้ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากมีการเลือกพันธมิตร ที่ดีเข้ามาช่วยกันพัฒนา....

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.