Unilever จะหยุดโฆษณาใน Facebook, Twitter ในสหรัฐฯ เพราะ Hate-Speech

Jun 28, 2020 P.Patikom

Unilever ยักษ์ใหญ่สินค้าคอนซูเมอร์ของโลก กำลังจะหยุดโฆษณาใน Facebook และ Twitter ในสหรัฐอเมริกาในช่วงที่เหลือของปี 2020 อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับ Hate-Speech (คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง) ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งสองนี้ Unilever เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุด ที่มีแผนงานจะดึงโฆษณาออกจากสื่อสังคมออนไลน์เพราะความกังวลเกี่ยวกับ คำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) เช่นเดียวกับ Verizon (บริษัทอเมริกัน ยักษ์โทรคมนาคม), Patagonia (บริษัทอเมริกัน ยักษ์ค้าปลีกเสื้อผ้า Outdoor) และอื่น ๆ

Unilever ได้กล่าวว่า จะหยุดการโฆษณาบน Facebook และ Twitter ในสหรัฐอเมริกาในช่วงที่เหลือของปี 2020 โดยอ้างถึงข้อกังวลว่า แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ทั้งสองยังทำไม่เพียงพอ ในการลบคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech)

ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Dove, Lipton, Hellmann's, Vaseline, Ben & Jerry's, และแบรนด์อื่น ๆ เป็นหนึ่งใน บริษัทที่ใหญ่ที่สุด ที่ประกาศแผนงานดึงโฆษณาจากโซเชียลมีเดียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะ คำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech)

กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม (Civil-Rights Groups) รวมถึงกลุ่มพันธมิตรต่อต้านการหมิ่นประมาท (Anti-Defamation League) และ NAACP (National Association for the Advancement of Colored People) ได้เป็นผู้นำในการออกแคมเปญคว่ำบาตรที่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่ Facebook เมื่อเดือนที่แล้ว และกำลังกดดันให้ผู้ลงโฆษณาหยุดทำธุรกิจกับ Facebook จนกว่าบริษัทจะเสริมความแข็งแกร่งในการบังคับใช้นโยบายต่อต้านคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) และการให้ข้อมูลผิด ๆ ซึ่งในช่วงแรกมี Verizon, Patagonia, North Face และ REI เข้าร่วมการคว่ำบาตร

Unilever กล่าวว่า กำลังดึงโฆษณาออกจากทั้ง Facebook และ Twitter เนื่องจากคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) บนแพลตฟอร์มที่กำลังนำไปสู่การเลือกตั้งในปี 2020, สำนักข่าว The Wall Street Journal ได้เป็นผู้รายงานเรื่องนี้ครั้งแรก ในรายงานยังบอกว่า บริษัทจะดึงโฆษณาออกจาก Instagram ซึ่งเป็นของ Facebook ด้วย

"มีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความแตกแยกและคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) ในช่วงเวลาการเลือกตั้งที่มีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายในสหรัฐอเมริกา" Unilever กล่าวในแถลงการณ์ และเสริมว่า "การโฆษณาบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้ จะไม่เพิ่มคุณค่าที่ดีให้แก่ประชาชนและสังคม"

ผู้บริหาร Unilever ได้บอกกับThe Wall Street Journal ว่า บริษัทต้องการให้ Facebook และ Twitter ลดคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) บนแพลตฟอร์มและจ้างที่ปรึกษาภายนอกเพื่อวัดความก้าวหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้ของพวกเขา

ในคำแถลงต่อ Business Insider โฆษกของ Facebook กล่าวว่า บริษัทจะดำเนินการทบทวนนโยบายคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) ต่อไป และดำเนินมาตรการที่มีอยู่เพื่อป้องกันการพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) ซึ่งรวมถึงการห้าม (Banning) ผู้คนจากองค์กร White Supremacist Organization (องค์กรที่ยึดถือลัทธิคนผิวขาวสูงส่งยิ่ง เชื่อว่าคนผิวขาวเป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่ดีเหนือกว่าเผ่าพันธุ์ของคนผิวสีอื่น ๆ) 250 คนไม่ให้เข้าใช้แพลตฟอร์ม และสร้าง AI เพื่อตรวจจับเนื้อหาคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) ที่ Facebook ได้ลบออกไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์

“เราลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี เพื่อให้ชุมชนของเราปลอดภัย และทำงานอย่างต่อเนื่องกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อทบทวนและปรับปรุงนโยบายของเรา” โฆษก Facebook กล่าว  "เรารู้ว่าเรามีงานต้องทำอีกมากและเราจะยังคงทำงานร่วมกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม และ GARM" (GARM หมายถึง Global Alliance for Responsible Media) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งทำงานร่วมกับ "ผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี และ นโยบายเพื่อดำเนินการต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวข้างต้นต่อไป"

ทางด้าน Sarah Personette รองประธานของ Twitter ฝ่าย Global Client Solutions กล่าวในการแถลงต่อนักธุรกิจว่า Twitter นั้น “เคารพ” ในการตัดสินใจของ Unilever และกำลังรวบรวมข้อเสนอแนะจากพันธมิตรที่ลงโฆษณา

"เราได้พัฒนานโยบายและความสามารถของแพลตฟอร์ม ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องและให้บริการการสนทนาสาธารณะ และเช่นเคย ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายเสียงเรียกร้องจากชุมชนที่ด้อยโอกาส และกลุ่มคนชายขอบ (คือ กลุ่มคนที่ถูกปฏิบัติอย่ำงไม่เป็นธรรม ไม่มีอำนาจต่อรองเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐาน การจัดสรรทรัพยากร อันเนื่องมาจากความแตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่ของสังคม)" Personette กล่าว "เราเคารพการตัดสินใจของพันธมิตรและจะยังคงทำงานและสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับพวกเขาในช่วงเวลานี้"

Cr : BUSINESS INSIDER

source

สื่อโฆษณา

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.