KTC สร้างประสบการณ์ใหม่ 'TapKTC' โมบายแอปฯ ระบบสแกนม่านตาแห่งแรกใน SEA

Oct 11, 2017 S.Ammarit

TapKTC ถือเป็นแอปพลิเคชั่นมือถือสำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่เปิดตัวมาแล้ว 5 ปี และได้มีการปรับปรุงพัฒนาอยู่ตลอดจนเกิดเป็น TapKTC โฉมใหม่ในปัจจุบัน โดยมีการเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ ตามความต้องการที่เกิดจากปัญหาของลูกค้าที่ถูกรวบรวมมาจากฐานข้อมูล พัฒนาออกมาเป็น TapKTC ที่สามารถตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า (Customer Experience) ได้ตรงจุด

ธศพงษ์  รังควร  ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “TapKTC ไม่ใช่แค่แอปฯสำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นแอปฯที่สามารถทำ Transaction ทางการเงินได้ด้วย โดยเราคิดใหม่และทำใหม่ทั้งหมด สำหรับ KTC เองการทำงานระหว่าง IT และ Business มีความใกล้ชิดกันมาก IT ไม่ใช่เบื้องหลังอีกต่อไป IT จะทำให้ดิจิตอลเกิดขึ้นได้ การทำงานร่วมกันระหว่าง IT และ Business คือสิ่งสำคัญ”
 
ซึ่ง 3 ปัจจัยที่ทำให้เราเปิดตัว TapKTC โฉมใหม่นี้ คือ
 
1. เทคโนโลยีทำให้เราสามารถทำในสิ่งที่เราคิดได้ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างความปลอดภัยและความง่ายในการใช้งาน เข้าด้วยกัน
2. ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟน นั่นหมายถึง อินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงทุกคนได้
3. Behavior และ Consumer พร้อม ทุกคนรู้จักแอปพลิเคชั่นบนมือถือแล้ว แต่ความยากคือ เราจะทำอย่างไรให้ TapKTC กลายเป็นแอปฯที่ทุกคนต้องการดาวน์โหลด 
 
ปริญญา อรรถพรมงคล  ผู้จัดการอาวุโส – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า “ลูกค้าของ KTC ทั้ง Personal Card และ Credit Card มีทั้งหมด 3,000,000 ราย ส่วน User ในแอปฯ TapKTC มี 600,000 ราย เป็นยอด Active User 250,000 ราย ซึ่งเราได้ตั้งเป้าว่ากลางปีหน้าจะมี User ในแอปฯทั้งสิ้น 2,000,000 รายด้วยกัน ตัวเลขของผู้ใช้แอปฯที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าการใช้บริการด้านอื่นๆ จะลดลง เพียงแต่แอปฯเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะสร้างความสะดวกสบายให้กับพวกเค้า รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะมีเฉพาะแอปพลิเคชั่น โดยสิ่งที่เราสร้างมาทั้งหมดก็เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ยุค Cashless Society อย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้นี้”
 

“สิ่งที่ KTC โฟกัสคือการสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า (Customer Experience)  เกิดเป็นแอพพลิเคชันที่ตอบโจทย์และมีคุณค่ากับผู้ใช้ เน้นให้ทุกฟังก์ชันมีประโยชน์ สะดวก และไม่เป็นภาระกับผู้ใช้งาน ตามแนวคิดใหม่ของแบรนด์ KTC คือ “ทำให้ง่าย” (Smart Simplicity) โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีกับสมาชิก (CX-Customer Experience) ผ่าน 3 แกนหลัก คือ 1. Smart Design ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ทันสมัย เรียบง่ายและสบายตา เมนูการใช้งานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สมาชิกสามารถพบข้อมูลและฟังค์ชันที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และเลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 2. Smart Process เน้นให้สมาชิกใช้เวลาทุกขั้นตอนบนแอพพลิเคชันให้น้อยที่สุด ตัดกระบวนการที่ยุ่งยาก (Customer Pain Points) และไม่จำเป็นออก เช่น การลงทะเบียน ที่ปรับให้เหลือแค่การกรอกข้อมูลเพียง 2 ฟิลด์ หรือหน้า My account ที่สมาชิกไม่จำเป็นต้องเพิ่มข้อมูลบัญชี ข้อมูลทุกผลิตภัณฑ์ของเคทีซีจะแสดงอัตโนมัติหลังลงทะเบียนเสร็จ โดยในทุกฟังค์ชันบนแอพพลิเคชัน สมาชิกจะสามารถทำสำเร็จโดยการกด (Tap) เพียงไม่กี่ครั้ง 3. Smart Move ใช้หลักการ Business Agility คือ ปรับเปลี่ยนและอัพเดทแอพพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ รวดเร็ว และต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ เป็นระยะ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของสมาชิกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้สมาชิกได้รับประสบการณ์ที่ดี และเกิดความประทับใจในระยะยาว” คุณเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี  ผู้จัดการอาวุโส – บริหารจัดการข้อมูลลูกค้า “เคทีซี” กล่าวเพิ่มเติม

“เคทีซียังเพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุด ด้วยทางเลือกใน การยืนยันตัวตนหรืออัตลักษณ์ (Biometrics) นอกเหนือจากการใช้รหัส (Pin) ที่เพิ่มความปลอดภัยด้วยแป้นพิมพ์ไดนามิค (Dynamic Keyboard) ในการล็อคอินเข้าใช้บริการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำรายการธุรกรรมการเงินผ่านโมบาย แอพฯ “TapKTC” ทั้งการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) และใหม่ล่าสุดกับเทคโนโลยีการสแกนม่านตา (Iris) กับบริการซัมซุง พาส (Samsung Pass) ซึ่งเคทีซีนับเป็นสถาบันการเงิน รายแรกและรายเดียวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่ 3 ของโลกที่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ โดยความร่วมมือกับซัมซุง ซึ่งผู้ใช้สมาร์ทโฟนซัมซุง แกแล็คซี่ (Samsung Galaxy) ที่มีอินฟราเรด สแกนม่านตา เช่น S8 / S8+ และ Note 8 สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยที่ข้อมูลทางชีวภาพของสมาชิกจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยที่คลาวด์ (Cloud) ในชื่อ FIDO (Fast Identity Online) ไม่เก็บที่อุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Devices) ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการ Log in เข้าใช้บริการ TapKTC ด้วย การสแกนม่านตา (Iris) กับบริการซัมซุง พาส (Samsung Pass) นั้น ปัจจุบันได้อยู่ในการทดลองให้บริการ Regulatory Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย และนับจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2561 “TapKTC” จะเป็นช่องทางสำคัญในการทำกิจกรรมการตลาดเชิงรุกเข้าถึงสมาชิกที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งเราเชื่อว่า “TapKTC” เป็นโมบายแอพพลิเคชันที่ดีที่สุดของวงการบัตรเครดิตในขณะนี้”

สิ่งที่ KTC ทำคือการสร้างโมบายแอปฯพลิเคชั่น จากปัญหาที่พบจากตัวผู้ใช้ นำมาพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไข อีกทั้งสร้างความแตกต่างด้วยการใส่เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนหรือ   อัตลักษณ์ (Biometrics) หรือ เทคโนโลยีการสแกนม่านตา (Iris) ที่ทำให้ TapKTC กลายเป็นแอปฯที่ล้ำสมัย 

แต่คำว่า “ล้ำสมัย” ในยุคนี้ไม่มีจริงแล้ว เพราะทุกอย่างในโลกดิจิตอลเปลี่ยนไปเร็วมาก และนี่คือความท้าทายที่ KTC ต้องไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าต่อไป
 
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.