17,106
VIEWS

“ทัศนคติ” และ “ความสามารถ” สองด่านแรกที่ Startup ต้องผ่านไปให้ได้

Oct 19, 2017 S.Vutikorn

สำหรับคนที่ยอมรับกับเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จ และเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเป็น Startup แล้ว อีกเรื่องสำคัญที่ต้องอธิบายให้ทราบก็คือ เหตุผลการจับคู่ของนักลงทุนที่มองลงมายัง Startup หลักๆ แล้ว จะมี 2 ประเด็นสำคัญเป็นด่านแรก นั่นคือ “ทัศนคติ” และ “ความสามารถ”

จากการพูดคุยกับนักลงทุนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Corporate Venture Capital (CVC),

Venture Capital (VC) หรือ Angel Investor เกือบทั้งหมดล้วนแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า...ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องการทั้ง 2 ด้าน

แต่หากจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ทุกคนจะมองจาก Attitude เป็นอันดับแรก แล้วถึงจะตามด้วย Skill เพราะถือว่าทักษะและประสบการณ์สามารถสอนเพิ่มเติมได้ หาก Startup นั้นมีพื้นฐานความสามารถที่แน่นหนา

เมื่อเป็นเช่นนี้ Startup จึงจำเป็นต้องเปิดใจว่าการจะเป็น Startup ที่ดีและดึงดูดนักลงทุน การทำตัวเป็น “น้ำที่เต็มแก้ว” ตลอดเวลาจะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและองค์กรแม้แต่น้อย

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร / กรรมการบริหารความเสี่ยงบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า โดยเฉลี่ยแล้ว Startup ของไทยจะมีความแตกต่างจาก Startup ในอเมริกาหรือยุโรปอย่างหนึ่ง คือ อายุเฉลี่ยในการเข้ามาเป็น Startup ของคนไทยจะต่ำกว่าเป็น 10 ปี โดยในต่างประเทศคนที่เริ่มต้นมาเป็น Startup จะมีอายุเฉลี่ยเกิน 35 ปีขึ้นไป ทำงานมาแล้ว 10 กว่าปี ส่วน Startup ไทยจะมีอายุเฉลี่ยเพียง 24-25 ปีเท่านั้น ซึ่งตรงนี้มีทั้งข้อดีและเสีย

ข้อดีก็คือ ทุกคนมีแรงบันดาลใจและความตั้งใจสูง แต่ข้อเสียก็คือ ขาดประสบการณ์ในการบริหารงาน และยิ่ง Startup รายไหนขาดประสบการณ์แต่มีความมั่นใจสูงเกินไปจนไม่ฟังใคร ก็ยิ่งเป็นด้านมืดที่จะทำให้ธุรกิจไปไม่รอด

“พอเริ่มต้นจากอายุน้อยไอเดียที่คิดมาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยติดดิน บางคนรู้สึกว่าไอเดียฉันดีแต่ลืมคิดว่าตลาดมีความต้องการไหม หรือตลาดอาจจะมีความต้องการแต่ว่าไซส์เล็กไปไม่สามารถเข้าสู่ตลาด Mass ได้ หรือบางครั้ง Startup ก็สามารถทำโมเดลที่เป็นตลาด Mass ได้ แต่ก็มักจะเป็นของแจกของฟรีอีก ซึ่งไม่ใช่ของที่คนจะจ่ายเงินให้ โมเดลของธุรกิจก็ผิดอีก เพราะฉะนั้นมันเปลี่ยนเป็นยอดขายหรือกำไรไม่ได้ ไอเดียดีๆ ก็พังหมด

ส่วนที่สองก็คือ พอเป็นจูเนียร์กันหมดก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องการบริหารการจัดการ เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อนแล้วต้องมาบริหารธุรกิจเอง ต้องดูทุกส่วนงานเหมือนเป็น CEO ฟังดูตำแหน่งมันเท่ แต่ความเป็นจริงสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตัวแล้วต้องไปเป็น CEO นี่คือปัญหาที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอด”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.