5,957
VIEWS

นมไทย-เดนมาร์ค ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม

Oct 24, 2017 S.Worapol

 “...การเลี้ยงโคนมและกิจการโคนมนี้เป็นสิ่งที่ยาก เพราะว่าผลิตผลที่เรามุ่งที่จะทำเป็นผลิตผลที่ถ้าไม่จำหน่ายทันที ก็อาจจะเสียไปเสียประโยชน์ไปและทำให้ล่มจมขาดทุนได้ ฉะนั้นกิจการนี้ จึงต้องศึกษาและเกี่ยวข้องกับวิชาการหลายด้าน..”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ณ โครงการเกษตรสวนจิตรลา ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๐

อาชีพการเลี้ยงโคนม นับว่าเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงมอบให้ประชาชนได้มีอาชีพทำกิน อีกทั้ง ทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มี คุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ ๙ แห่งประเทศเดนมาร์ค ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๕ จึงนับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย

จนกระทั่งรัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม ไทย-เดนมาร์ค จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)” เพื่อดำเนินบทบาทในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและพัฒนาอุตสาหกรรมนมต่อไป

การเกิดขึ้นของ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) มิได้เกิดขึ้นมาเพื่อแข่งขันในโลกของธุรกิจอุตสาหกรรมนม แต่เกิดขึ้นเพื่อสั่งสมองค์ความรู้และส่งต่อไปยังประชาชนให้มีอาชีพ เพื่อผลิตน้ำนมให้คนไทยได้บริโภคนมโคแท้ ๑๐๐ เปอร์เซ็น โดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หยิบยกมาในข้างต้น ว่า อาชีพโคนมมีความเกี่ยวข้องกับหลักวิชาการในหลายๆ ด้านที่ต้องศึกษา จึงทำให้ทั้งบทบาทหน้าที่ตั้งแต่วันแรกที่มีการก่อตั้ง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) มีภาระกิจในการเชื่อมโยงกับ ชุมชน เกษตรกร สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ เพื่อต่อเติมเรื่องราวต่างๆ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้ฉายมุมมองในภาพของภาระหน้าที่ของ อสค ตั้งแต่วันแรกที่มีการก่อตั้งองค์กรขึ้น ว่าเป้าหมายคือการเชื่อมโยงให้องค์กรส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร

 “โดยบทบาทภาระหน้าที่ขององค์กร ทำอยู่สองเรื่องหลักๆ  คือ การส่งเสริมอาชีพด้านการเลี้ยงโคนม และการแปรรูปวัตถุดิบให้ออกมาเป็นสินค้าในเชิงธุรกิจ ถ้าจะขยายความในส่วนแรกจะเห็นชัดเจนมากคือสิ่งที่ อสค มีทรัพยากรที่รองรับภาระหน้าที่ในการส่งเสริมให้ความรู้  เรามีฟาร์มโคนมที่ใช้เป็นคอกที่ใช้ในการสาธิตโคนมตลอดจนเป็นคอกที่ใช้อบรมคนให้มีความรู้ในเรื่องของการรีดนม หมายความว่า เกษตรผู้เลี้ยงโคนม ต้องมาผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ อสค มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการเลี้ยงโคนมมาอย่างยาวครบวงจร”

เมื่อเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีความรู้ที่จะทำอาชีพนี้ได้ ขั้นต่อไปคือต้องมีพื้นที่สำหรับทำฟาร์ม ซึ่งการจะมีฟาร์มได้ก็ต้องมีการลงทุนเช่นกัน ในอดีตที่ผ่านมา อสคจะสนับสนุน  เหมือนเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเพื่อหาเงินทุนมาสนับสนุนให้กับเกษตรกร อยู่ๆ จะมาเลี้ยงโคนมไม่ได้ คือต้องมีความรู้และต้องมีเงินทุนสามารถไปสร้างฟาร์มมีพื้นที่เพียงพอ 

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “แม้ว่า อสค จะไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาผลกำไร แต่เราก็ต้องมีผลกำไรเพื่อมาช่วยดูแลอาชีพของเกษตร ความช่วยเหลือก็ยังต้องลงไป ในเรื่องของการค้าขาย การดูแลเรื่องปศุสัตว์ ก็ยังเป็นหน้าที่หลักของ อสค  จะเห็นได้ว่า บทบาทหน้าที่ของเราที่ทำให้กับเกษตรกร คือการทำให้อาชีพให้พวกเขาได้เดินต่อไปแต่ในขณะเดียวกัน อสค เองก็มีภาระหน้าที่ในการต่อยอดอาชีพด้วยการนำวัตถุดิบที่ได้จากเกษตรกระบวนการแปรรูปและเข้าสู่วงจรของธุรกิจด้วยเช่นกัน” 

เนื่องจาก อสค มีข้อได้จำกัดหลายๆ อย่างเช่น นโยบายการใช้น้ำนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง อสค ใช้น้ำนมดิบจากเกษตรกรภายในประเทศ ใช้จากเกษตรที่ อสค ได้ฝึกอบรมให้ความรู้ จนตั้งเป็นฟาร์มขึ้นมา ซึ่งต้นทุนน้ำนมดิบจะแพงกว่า เมื่อเทียบกับเกษตรกรต่างขาติ เพราะมีต้นทุนในการเลี้ยงต่างกัน อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตนมพร้อมดื่มได้เพียงพอ ยังต้องนำเข้านมผงจากต่างประเทศ ซึ่งต้นทุนยังไงก็ถูกกว่าน้ำนมดิบที่ขายในประเทศ

“อสค ทำธุรกิจแข่งกับภาคเอกชน ด้วยจุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน ด้วยข้อจำกัดอะไรหลายๆ อย่าง แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถทำกำไรให้เทียบเท่ากับภาคเอกชน ในการใช้วัตดุดิบที่มีต้นทุนที่แตกต่างกัน บทบาททั้งสองด้าน ทั้งการส่งมอบองค์ความรู้และเข้าสู่การแข่งขัน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเราไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องธุรกิจแต่เราทำเพื่อสังคมและเกษตรกร”

ด้วยความที่ อสค มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ การดำเนินงาน การบริหารงานจึงมีลักษณะกึ่งๆ งานราชกาล นั่นบ่งบอกให้เห็นว่าการดำรงตนขององค์กร จะถูเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายรัฐ ไม่ใช่มาจากองค์กร จริงๆ ซึ่งบางครั้งถูกตีกรอบให้ อสค เดินผิดทาง ไปมุ่งสร้างผลกำไรโดยลืมที่จะหันมามองต้นน้ำว่า เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร หาก อสค มุ่งไปที่การแข่งขันทางธรกิจ

“เราไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่า อสค จะต้องมีกำไร เพราะในเเง่ของวัตถุประสงค์ทางธรกิจเราเสียเปรียบไม่ได้อยู่ในจุดที่เเข่งขันและสามารถสร้างผลกำไรได้ เราไม่ได้คิดว่าต้องเป็นเบอร์ 1 ของตลาด แต่สิ่งที่เราคิดคือ เราต้องเติบโตเพื่อรองรับน้ำนมดิบของเกษตรกร นั่นเป็นหัวใจสำคัญขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย”

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถสร้างสมดุลทั้งในเรื่องของนโยบาย และ เกษตรกร ถ้าเปรียบเทียบการบริหารก็เหมือนกับการขับรถที่เท้านึงต้องเหยีบเบรค ในขณะที่อีกเท้าก็ต้องเหยียบคันเร่งไปพร้อมๆ กัน

การมองภาพองค์กรของ อสค จะมีความแตกต่าง ด้วยความที่เป็น Social Enterprise ต้องไม่มองตลาดและการเเข่งขันแต่มองที่วัตถุดิบ มองที่ต้นทาง ว่าปริมาณน้ำนมดิบที่เกษตรกรสามารถผลิตได้นั้น อสค จะรับซื้อแล้วนำไปต่อยอดได้อย่างไร ซึ่งเป็นการมองสวนทางกับทางเอกชนอย่างชัดเจน การเติบโตของ อสค จึงเติบโตตามปริมาณของน้ำนมดิบ หาก อสค ไม่เติบโต เกษตรกร ก็เติบโตไม่ได้ ขณะเดียวกัน หากเกษตรไม่เติบโต อสค ก็ไม่สามารถเติบโตได้เช่นกัน

ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการบริหารจัดการเพื่อสร้างสมดุลดังกล่าวให้มากที่สุด ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เล่าให้เราฟังต่อว่า “เป้าหมายที่ชัดเจนของ อสค คือ ต้องการให้ นมไทย เดนมาร์ค เป็น นมแห่งชาติ ผ่านภาระกิจ 4 เรื่องคือ เป้าหมายทางการตลาด ต้องเติบโตไปถึงหมื่นล้านบาทจากปัจจุบันที่ มีประมาณ 8,400 ล้านบาท

ในขณะเดียวกัน อสค ก็ต้องแบรนด์ให้เป็น Top of Mind ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ด้วยการสื่อสารและกิจกรรมทางการตลาดใหม่ๆ  รวมถึงการสร้างให้เราเป็นองค์กรแห่งความรู้ในเรื่องการเลี้ยงโคนม เป็นศูนย์การเรียนรู้การของอุตสาหกรรมนมภายในประเทศ สุดท้ายคือการจะยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้มีมาตรฐาน โดยเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในการทำงาน เพราะเราเชื่อว่าคนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรจนนำพาเป้าหมายของไปให้ถึงจุดที่ต้องการได้

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถสร้างสมดุลทั้งในเรื่องของนโยบาย และ เกษตรกร ถ้าเปรียบเทียบการบริหารก็เหมือนกับการขับรถที่เท้านึงต้องเหยีบเบรค ในขณะที่อีกเท้าก็ต้องเหยียบคันเร่งไปพร้อมๆ กัน

นอกเหนือจากการสั่งสมองค์ความรู้เกี่ยวกับชีพโคนมเพื่อให้ อสค เป็นศูนย์กลางของข้อมูล ข่าวสาร วิชาการทางด้านการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศแล้ว อสค ยังได้เชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ทั้ง สถาบันการศึกษา ชุมชน ภาคธุรกิจ จนกระทั่งทำให้ ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ได้รวบรวมประวัติศาสตร์อันยาวนาน กว่าจะมาเป็น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ในปัจจุบัน

ชวลิต ขาวปลอด หัวหน้าฝ่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย  ได้อธิบายในเรื่องนี้ว่า “การท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ อสค มีจุดเเข็งคือ อาชีพของเกษตรกรที่นี่เป็นอาชีพพระราชทาน ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าอาชีพโคนมมีที่มาอย่างไร ซึ่งเรามีเปิดอบรมให้กับเกษตรกรผู้สนใตทุกปี ปีละหลายๆ รุ่น นิสิตนักศึกษา เกษตร สัตวเเพทย์ มาใช้สถานที่นี้มาเรียนรู้เรื่องโคนม นั่นเป็นในส่วนขององค์ความรู้

ส่วนฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ค พื้นที่ที่กว้างขวางติดถนนมิตรภาพทั้งสองฝั่ง เป็นสีเขียว เเป็นแหล่งโอโซนอันดับ โลกที่ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเขาใหญ่ค่อนเข้างเยอะ จึงเป็นโอกาส ที่ทำให้หลายคนได้จักแหล่งท่องเที่ยวของเรา

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเกิดขึ้นที่จังหวัดสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เราได้น้อมนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ชี้ให้เห็นว่านอกจากน้ำนมจะมีประโยชน์อย่างไรแล้ว ของเหลือ ของเสียจากน้ำนม จะทำประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร เป็นการเพิ่มเติมองค์ความรู้ที่พัฒนาสร้างอาชีพ ชุมชน ให้เกิดขึ้นภายในฟาร์มโคมนม-ไทยเดนมาร์ค”

เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการสานต่อพระราชปณิธานอาชีพการเลี้ยงโคนม ของ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเพียงเท่านั้น หากเเต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการต่อยอดแนวคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อบูรณาการทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องเข้ามารวมไว้ ณ ที่เเห่งนี้

รูปแบบการทำงานของ อสค สอดคล้องกับหลักทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ยึดเสมอว่า การเสีย คือ การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุข เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.