4,951
VIEWS

King of Kings โลกต่างชื่นชมพระบารมี ขนานนาม จอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

Oct 28, 2017 S.Worapol

ถ้ายังจำกันได้เมื่อปีที่แล้วมีการประชุมระดับโลกอย่าง “การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ” หรือ “ยูเอ็น” ยังได้จัดประชุมวาระพิเศษขึ้นเมื่อวันที่  28 ตุลาคม 2559 เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเปิดให้ผู้แทนประเทศต่างๆ ขึ้นกล่าวสดุดี ซึ่งการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา หรือ 21.00 น. ตามเวลาในไทย โดยก่อนที่จะมีการกล่าวสดุดี “ปีเตอร์ ธอมป์สัน” ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly)ได้นำกล่าวไว้อาลัย พร้อมยกย่องพระราชกรณียกิจของพระองค์รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ประธานยูเอ็นย้ำว่า “ตลอดเวลาที่พระองค์ครองราชย์มายาวกว่า 70 ปี ทรงได้รับคำกล่าวขวัญ คำชมจากทั่วโลก ได้รับการทูลเกล้าฯ จากองค์กรต่าง ๆ มากมาย และพระองค์ยังเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยอย่างมากมายและยาวนาน ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย พระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส หรือ กระแสรับสั่งในทุกเรื่อง ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์อย่างสูงของชาวไทย” จากนั้นได้ขอให้ที่ประชุมร่วมยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยต่อการสูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

ทางด้านเลขาธิการ UN “บัน คี มุน” ยกย่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า พระองค์ทรงเป็นที่รักทั้งคนไทยและประชาชนทั่วโลก ตลอดเวลาของการครองราชย์ทรงงานหนัก และทรงงานหลายด้านเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงในหลายด้าน นอกจากนี้ยังทรงดำเนินโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนหลายโครงการ ซึ่งสหประชาชาติเคยได้ทูลเกล้าฯถวาย รางวัลแห่งความสำเร็จชั่วชีวิตด้านการพัฒนามนุษย์ ในปี 2549 เป็นครั้งแรกของโลก

ตามมาด้วยตัวแทนของแต่ละภูมิภาคขึ้นกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ ประธานภูมิภาคละตินอเมริกากล่าวว่า “ความดีของพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทย และหลายประเทศ หลักปรัชญาความคิด การดำเนินชีวิตในแบบพอเพียง” ส่วนประธานภูมิภาคตะวันออกกลางจากคูเวต กล่าวแสดงความอาลัยว่า ประเทศไทยได้พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่พระองค์ทำให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นมาโดยตลอด เพราะพระองค์เป็นเสาหลักในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้แทนถาวร ตัวแทนยุโรป กล่าวเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านดนตรีและศิลปะ และทูตไนเจอร์ ตัวแทนแอฟริกา บอกว่าการสูญเสียในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียของไทย แต่ยังเป็นการสูญเสียของโลกอีกด้วย

คำกล่าวที่ประทับใจคนไทย และทีมงาน BrandAge Online มากถึงมากที่สุด และยังจำได้ดีคือคำกล่าวของ “ซาแมนธา พาวเวอร์” เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำสหประชาชาติ ที่ได้ศึกษาโครงการต่างๆ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเป็นอย่างดี โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เห็นได้จากการเสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และทรงดำเนินโครงการพัฒนาหลากหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ โดยในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนพสกนิกรนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพบปะกับประชาชนในระดับรากหญ้า ทั้งชาวไร่ชาวนา ชาวประมง นักเรียน ครู ตำรวจ เพื่อทรงรับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดกับราษฎรของพระองค์ 

ซาแมนธา พาวเวอร์ ยังกล่าวว่า โครงการแก้มลิง เป็นแนวคิดในพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งไทยยังคงดำเนินตามแนวพระราชดำริดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่ชัดเจนว่าแนวพระราชดำริของพระองค์นั้นเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย พร้อมย้ำว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะพระองค์ทรงถือว่าพสกนิกรชาวไทยคือครอบครัวของพระองค์ นับเป็นความโชคดีของคนไทย และคนทั่วโลกที่ได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตจากพระองค์

ปิดท้ายด้วย “วีรชัย พลาศรัย” เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวขอบคุณผู้แทนภูมิภาคต่างๆ ที่ขึ้นกล่าวสดุดี และระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนามนุษย์โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง และเป็นที่มาของโครงการพระราชดำริกว่า 4 พันโครงการ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน นำไทยจากประเทศด้อยพัฒนาขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง นอกจากนี้พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาโดยเฉพาะช่วง 50 ปีที่แล้ว เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด การปลูกฝิ่น นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.