Storytelling อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Story Selling

Mar 16, 2017 S.Worapol

วิดีโอคอนเทนต์กลายมาเป็นอาวุธสำคัญของนักการตลาดในยุคดิจิตอล เนื่องจากสามารถสื่อสารได้หลากหลายรูปแบบและยังมีแพลตฟอร์มอีกมากมายที่ผู้คนนิยมดูวิดีโอ ทำให้แบรนด์และสินค้าต่างๆ สร้างการสื่อสารผ่านวิดีโอคอนเทนต์อย่างมากมาย 

อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ หรือคุณเอิร์ธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Adapter Digital จำกัด ในฐานะดิจิตอลเอเยนซี ที่มีผลงานด้านการโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะงานด้านวิดีโออย่างโดดเด่น อธิบายต่อไปอีกว่า ในยุคก่อนวิดีโอจะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้เป็นหลัก พอช่วงหลังๆ แบรนด์เริ่มเอาวิดีโอมาเป็นตัวขับเคลื่อนในเรื่องของ Brand Consideration คือการทำให้คนสนใจสินค้านั้นมากขึ้น ให้คนมองหาแบรนด์เป็นอันดับต้นๆ ในใจ และที่สำคัญ คือ วิดีโอสามารถก้าวข้ามไปถึงขั้นของการตัดสินใจซื้อขายสินค้าของผู้บริโภคไปแล้ว

เมื่อบทบาทหน้าที่ของวีดีโอจะค่อนข้างลึกกว่าเมื่อก่อน คือไม่ใช่เเค่การสร้าง Awareness เหมือนเมื่อก่อน วิดีโอถูกพัฒนาขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในมิติต่างๆ ของแบรนด์และการตลาดว่าจะเข้ามาซัพพอร์ตในเรื่องอะไร เพียงแต่โจทย์ของแบรนด์มีมากกว่าหนึ่ง คงไม่ใช่แค่การใช้วิดีโอมาตอบโจทย์การทำตลาดแค่อย่างเดียว แต่มันคือการสลับขั้วของเครื่องมือที่มีอยู่อย่างมากมาย เเละคอนเทนต์ ว่านักการตลาดจะทำได้ดีแค่ไหน 

 

นี่คือข้อดีของวิดีโอที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำการตลาดในยุคนี้ 

 

อย่างที่บอกว่า วิดีโอ สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ของแบรนด์ได้หลากหลายแง่มุม 

 

คำถามต่อมาคือ แล้วแบรนด์มีความเข้าใจในการใช้เครื่องมือตรงนี้มากน้อยแค่ไหน?

 

คุณเอิร์ธ ได้ขยายความในส่วนนี้เพิ่มเติมว่าใครๆ ก็ทำวิดีโอได้ แต่ทำออกมาแล้วประสบความสำเร็จหรือเปล่า ทำมาแล้วตรงตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนใหญ่เมื่อมีแนวคิดที่จะทำวิดีโอสิ่งแรกที่จะโฟกัสกันก็คือ ตัวเลข เช่น กี่วิว กี่ไลค์ กี่แชร์ นั่นเป็นหลุมพรางของคนทำวีดีโอที่จะต้องมองข้ามไปให้ได้ แล้วเปลี่ยนมุมมาโฟกัสว่าเราจะทำวิดีโอขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ในมิติไหนมากกว่าถึงจะเรียกว่าสร้างสรรค์ค์วิดีโอด้วยความเข้าใจ 

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถใช้วิดีโอคอนเทนต์ด้วยความเข้าใจให้มีประสิทธิภาพและทรงพลัง แต่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากจนเกินความสามารถของนักการตลาดในยุคดิจิตอลทั้งหลาย เพราะอย่างที่ คุณเอิร์ธได้อธิบายไปว่า การจะผลิตงานวิดีโอขึ้นมาสักชิ้นหนึ่งต้องตั้งคำถามและตอบให้ได้ว่า งานนี้เราทำมาเพื่อตอบโจทย์การตลาดในมิติไหน

ถ้าเรามีความชัดเจนในแง่ของกลยุทธ์และเป้าหมายว่า เราทำวิดีโอครั้งนี้เพื่ออะไร เพื่อตอบโจทย์การตลาดในส่วนไหน มีความเข้าใจแบรนด์ เข้าใจผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวการันตีว่าเราเดินมาถูกทาง อย่างน้อยๆ สิ่งที่ทำออกไปก็ตอบโจทย์แบรนด์แม้ว่าวิดีโอนั้นจะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างก็ตาม” 

ท้ายที่สุดเเล้ว ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วิดีโอคอนเทนต์ประสบความสำเร็จ คือ ความเข้าใจในสองส่วน ประกอบไปด้วย ความเข้าใจในตัวแบรนด์ และความเข้าใจตัวผู้บริโภค เมื่อเข้าใจในสองส่วนนี้แล้ว ก็คงขึ้นอยู่กับกึ๋นของแต่ละแบรนด์แล้วล่ะว่าจะร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อทำความเข้าใจกับลูกค้าของตัวเองได้อย่างไร

 

เราต้องหา Brand Statement  ที่จะคุยกับคนให้เจอก่อน จากนั้นเรามาดูต่อว่า Storytelling จะเล่าเรื่องอย่างไร จะดำเนินเรื่องไปในทิศทางไหน แต่แค่ Storytelling ไม่พอต้องใช้วิธีคิดแบบ Story Selling เพื่อให้เรื่องราวที่กำลังเล่าช่วยลูกค้าในการขาย Brand Statement ของสินค้าตัวนั้นให้ได้ มันไม่ใช่เเค่การขายของแต่มันคือการขาย Statement เพราะนั่นจะตอบได้ว่าเราต้องการทำอะไรเพื่อตอบอะไรในสิ่งที่เรากำลังสร้าง

 

อย่างที่ตุณเอิร์ธได้บอกไปว่า ในขั้นตอนของการทำวิดีโอมีขั้นตอนการทำงานมากมาย แต่ในขั้นแรกนั้นมีความสำคัญมากที่สุด แต่สุดท้ายต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างคอนเทนต์กับแบรนด์ ซึ่งการจะหา Brand Statement  เจอก็ต้องรู้ได้ว่า แบรนด์มีบทบาทอะไรกับชีวิตผู้บริโภคบ้าง และคำว่ามีบทบาทนั้นก็คงไม่ใช่แค่ Message ธรรมดา เพราะเดี๋ยวนี้ Message ใครๆ ก็ได้ยิน 

ถ้าสามารถเจาะเข้าไปได้ถึงบทบาทของแบรนด์ที่มีผลต่อกลุ่มเป้าหมายได้ ก็ยิ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของการทำ Brand Statement  ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือต้องสอดคล้องกับ Target Interest คือกลุ่มเป้าหมายมีความสนใจอะไร ในเรื่องไหน  แล้วถึงทำ Story Telling ออกมา 

อย่างที่บอกว่า พัฒนาการของวิดีโอคอนเทนต์เปลี่ยนจากเเค่การสร้างการรับรู้มาสู่การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการซื้อขาย และเริ่มเปลี่ยนจากการสร้าง Storytelling มาสู่ Story Selling ทิศทางที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า แบรนด์กำลังจับเครื่องมือวิดีโอมาเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันยอดขาย 

 

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า วิดีโอก็เป็นเหมือนกับอาวุธหนึ่งชิ้นที่ใช้ต่อสู้กับศัตรู หากใช้วิดีโอเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวต่อสู่กับข้าศึกก็อาจจะพ่ายแบบยับเยิน

หากเเต่การออกรบครั้งนี้ สามารถบูรณาการใช้อาวุธของเเต่ละเครื่องมือได้ถูกต้อง ตรงจุด ชัยชนะก็จะตกมาอยู่กับแบรนด์อย่างแน่นอน 

 

การทำแคมเปญไม่ควรทำเเต่วิดีโอ ควรทำเป็นแบบผสมผสาน มีสื่อและกิจกรรมอื่นๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วต้องคิดต่อว่าเมื่อคนดูวิดีโอจบเเล้วจะมีทำอะไรต่อได้บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดการวางแผนแบบบูรณาการ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.