Star Trek แบรนด์แห่งจินตนาการไม่สิ้นสุด

Nov 13, 2017 P.Patikom

Brand return คราวนี้เข้าสู่โลกแห่งภาพยนตร์ มีภาพยนตร์หลายเรื่องไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์ แต่ความนิยมที่ผู้ชมมีต่อภาพยนตร์นั้นๆในทุกยุคสมัย ทำให้มันแปรสภาพเป็นแบรนด์ที่เป็นอมตะและสามารถ Return ได้หลายครั้งหลายหน Star Trek เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แถวหน้าที่เป็นแบรนด์ และเป็นแบรนด์อมตะที่ Return หลายครั้งหลายหนตลอดเวลากว่า 50 กว่าปีที่ผ่านมา

ความสำคัญของภาพยนตร์ Star Trek ไม่ใช่เป็นเพียงแบรนด์ภาพยนตร์ที่เป็นอมตะ ภาพยนตร์เรื่อง Star Trek ยังมีบทบาทสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการเข้าสู่อาชีพนักบินอวกาศ สร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยให้เกิดการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญให้มีความก้าวหน้าในหลายๆด้าน แบรนด์ของ Star Trek ถูกนำมาสร้างแล้วสร้างอีกหลายรอบ ทั้งภาพยนตร์ทีวี และภาพยนตร์ฉายในโรงภาพยนตร์

กำเนิด Star Trek

ปี 1964 เมื่อนักเขียนบทภาพยนตร์ Gene Roddenberry นำเสนอเรื่อง Star Trek ต่อสถานีโทรทัศน์ในสหรัฐ อีกสองปีต่อมาในปี 1966 ภาพยนตร์ทีวีซีรี่ส์ ความยาว 1 ชั่วโมงเรื่อง Star Trek ก็ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ NBC ในสหรัฐ และตามด้วยการออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ในต่างประเทศที่มีหลายประเทศรวมทั้งสถานีโทรทัศน์ในไทย ซื้อภาพยนตร์ทีวีเรื่องนี้ไปฉายทางโทรทัศน์ในประเทศของตน

ภาพยนตร์ทีวีเรื่อง Star Trek ฉายทางทีวีอยู่ทั้งหมดสามซีซั่นส์ (season) ในสหรัฐ ตั้งแต่ปี 1966-1969 รวมจำนวนตอนทั้งหมด 79 ตอน

Star Trek เป็นภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ผจญภัยในอวกาศ สร้างสรรค์โดย Gene Roddenberry เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 23 (ปี 2260) เรื่องของยานอวกาศ ชื่อ Enterprise (เอนเตอร์ไพรส์) และลูกเรือที่มีกัปตัน เจมส์ ที เคิร์ก เป็นผู้บังคับการ เดินทางสำรวจโลกใหม่ในอวกาศส่วนลึกเป็นระยะเวลาห้าปี ต้องเผชิญการต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวหลากหลาย ความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญสามส่วนด้วยกัน คือ บทบาทของตัวละครในเรื่อง อย่างเช่น วิลเลียม แชทเนอร์ ที่แสดงเป็นกัปตันเคิร์ก และเลียวนาร์ด นิมอย ที่แสดงเป็น สป๊อค มนุษย์ดาววัลแคน เป็นรองผู้บังคับการและเป็นเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำยาน และเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของกัปตันเคิร์ก รวมทั้งบทบาทของผู้แสดงเป็นทีมลูกเรืออื่นๆ

ความสนุกอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ทีวีเรื่องนี้สนุก คือ เนื้อหาการผจญภัยในเรื่อง และอีกส่วนสำคัญ คือ เทคโนโลยีล้ำยุคจำนวนมากที่ปรากฏในภาพยนตร์ทีวีเรื่องนี้ เข่น การเดินทางด้วยความเร็ววาร์ป (Warp) ของยานอวกาศเอนเตอร์ไพรส์ ที่เมื่อทำความเร็ววาร์ปสูงๆจะเร็วกว่าความเร็วแสงนับพันเท่า ทำให้ยานอวกาศ Enterprise สามารถเดินทางไปยังระบบดาวต่างๆในจักรวาลที่อยู่ห่างไกลจากโลก นับพันนับหมื่นปีแสงได้ในเวลาไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง การเดินทางด้วยความเร็ววาร์ปนี้ ใช้พลังงานจากปฏิสสารเป็นตัวขับเคลื่อน, เทคโนโลยีการเคลื่อนย้ายมวลสาร ที่สามารถส่งคนจากยานอวกาศไปอยู่บนพื้นผิวดาวที่อยู่ข้างล่าง หรือไปยังยานอวกาศลำอื่นที่อยู่ใกล้กันในเวลาเร็วกว่าการกระพริบตา, เทคโนโลยีของอาวุธปืนเฟรเซอร์ ที่ปล่อยแสงเลเซอร์พลังงานสูง สามารถตั้งระดับให้ตายหรือแค่สลบได้, เครื่องตรวจรักษาคนไข้แบบมือถือที่ทำให้รู้อาการป่วยของคนไข้ว่าเป็นอะไรในเวลารวดเร็ว, อุปกรณ์สื่อสารมือถือไร้สาย, เครื่องสร้างอาหารอัตโนมัติในยานอวกาศ, ห้อง Holodeck ห้องจำลองสถานที่เสมือนจริงสำหรับให้ลูกเรือในยานได้ใช้พักผ่อนเมื่อออกเดินทางในอวกาศ ฯลฯ เทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์เรื่องใดเคยนำเสนอมาก่อนในช่วงเวลานั้น (ยกเว้นปืนเลเซอร์) องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างจินตนาการผู้ชมให้สนุกสนานกับภาพยนตร์เรื่องนี้

หลังจากสร้างไปได้แค่สามซีซั่นส์ ถึงปี 1969 ซีรี่ส์ Star Trek ก็ไม่ได้สร้างต่อด้วยเหตุผลว่าเรตติ้งตก และดูเหมือนว่า เรื่องราวของ Star Trek จะจบสิ้นลงแค่นั้น 

Trekkies ปลุก Brand Star Trek, return

แต่ดูเหมือนว่ากระแสความนิยม Star Trek ทีวีซีรี่ส์ของจริงจะสวนทางกับเรตติ้งที่ตก ความสนุกรวมทั้งเทคโนโลยีมหัศจรรย์ต่างๆในภาพยนตร์ เพียงสามซีซั่นส์ที่ Star Trek ฉายทางทีวีนั้น ได้สร้างให้เกิดแฟนพันธุ์แท้ของ Star Trek ทั้งในสหรัฐ และในประเทศต่างๆทั่วโลกที่ Star Trek เข้าไปฉายรวมทั้งในไทย มีแฟนพันธุ์แท้จำนวนมากมาย เฉพาะในสหรัฐที่เป็นต้นกำเนิดนั้น ก็มีแฟนพันธุ์แท้ของ Star Trek หลายล้านคน แฟนพันธุ์แท้ Star Trek เหล่านี้ถูกเรียกว่า Trekkies และ Trekkies เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทั้งที่กำลังศึกษาและทำงานแล้ว เมื่อซีรี่ส์ทางทีวียุติการสร้างและดูท่าทีเหมือนว่าจะไม่มีการสร้างต่อแน่นอน Trekkies เหล่านี้ก็เคลื่อนไหวกดดันบริษัทผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้มีการสร้าง Star Trek ต่อ รวมทั้งให้นำ Star Trek ทั้งสามซีซั่นส์ที่จบชุดไปแล้วให้กลับฉายใหม่ทางทีวี เสียงเรียกร้องจาก Trekkies เหล่านี้เริ่มดังขึ้นๆ จาก Trekkies ไม่กี่ร้อยคน เพิ่มเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นล้านคน

ที่สุดแล้ว บริษัทภาพยนตร์ พาราเม้าท์ ก็เห็นโอกาสของตลาดของ Star Trek ที่มีคนนับสิบล้านทั่วโลก ยังอยากชมภาพยนตร์ชุดนี้อยู่ จึงตัดสินใจสร้าง Star Trek เป็นภาพยนตร์ฉายทางโรงภาพยนตร์ ในชื่อ Star Trek The Motion Picture ออกฉายในปี 1979 หลังจากทีวีซีรี่ส์ชุดต้นฉบับยุติการสร้างไป 10 ปี  กลุ่มดาราผู้แสดงนำที่รับบทใน Star Trek ฉบับจอเงินนั้น มาจากกลุ่มผู้แสดงใน Star Trek ต้นฉบับในจอแก้วทั้งหมด ตั้งแต่ วิลเลียม แชตเนอร์ (กัปตันเคิร์ก), เลียวนาร์ด นิมอย (สป๊อค), เดอฟอเรสท์ เคลลี่ (หมอแมคคอย), จอร์จ ทาเคอิ (ซูลู ต้นหนผู้ขับยาน), นิแชล นิโคลส์ (หมวด อูฮูร่า เจ้าหน้าที่สื่อสารประจำยานผู้เชี่ยวชาญภาษาต่างดาว) ฯลฯ และแน่ละยานอวกาศยังคงเป็น เอนเตอร์ไพรส์ ลำเดิม เนื้อเรื่องยังคงเป็นการผจญภัยในอวกาศ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จทั้งในสหรัฐและทั่วโลก มีรายได้สูงกว่าต้นทุนสร้างถึงสามเท่า จากความสำเร็จของ Star Trek ทางจอเงินที่ใช้ชุดผู้แสดงชุดเดียวกับจอแก้ว ทำให้พาราเม้าท์ สร้าง Star Trek ที่ใช้ชุดผู้แสดงเดียวกันนี้ต่อมาอีก 5 เรื่อง รวมเป็นภาพยนตร์จอเงิน 6 เรื่อง ที่ใช้นักแสดงชุดเดียวกันกับทีวีซีรี่ส์ Star Trek The Motion picture เป็นเรื่องแรกออกฉายในปี 1979 อีก 5 เรื่องได้แก่ The Wrath of Khan (1982), The Search for Spock (1984), The Voyage Home (1986), The Final Frontier (1989), The Undiscovered Country (1991)

Star Trek The Next Generation

ในช่วงเวลาของการสร้างภาพยนตร์จอเงินนี้ ทางจอแก้วก็มี Star Trek ชุดใหม่ออกมา ใช้ชื่อว่า Star Trek The Next Generation โดย Gene Roddenberry เป็นผู้สร้างสรรค์อีกตามเคย ทีวีซีรี่ส์ Star Trek The Next Generation นี้ ดำเนินเรื่องในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ใน Star Trek ทีวีซีรี่ส์ชุดแรก 100 ปี ยานอวกาศยังใช้ชื่อ เอนเตอร์ไพรส์ เช่นเดิม แต่เป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่ายานอวกาศ เอนเตอร์ไพรส์ ลำแรกในทีวีซีรี่ส์ชุดแรกหลายเท่า ผู้บังคับการยานเอนเตอร์ไพรส์ลำใหม่นี้ชื่อ ฌอง ลุค พิคาร์ด แสดงโดย แพทริค สจ๊วต

ทีวีซีรี่ส์ Star Trek The Next Generation นี้อยู่กับผู้ชมนานมาก คือ ออกอากาศในปี 1987 จนถึงปี 1994 มีทั้งหมด 176 ตอน และหลังจากนั้นยังมีภาพยนตร์จอเงินชุดของ Star Trek The Next Generation ออกมาอีก 4 เรื่อง คือ Generations (1994), First Contact (1996), Insurrection (1998), Nemesis (2002)

Star Trek วันนี้ยังยิ่งใหญ่

สำหรับภาพยนตร์ชุดทางทีวี นับตั้งแต่เริ่มสร้างชุด The Next Generation แล้ว ก็มี ทีวีซีรี่ส์ชุด Star Trek ตามมาอีก 4 เรื่องจนถึงปัจจุบัน คือ Deep Space Nine (1993–1999) มี 7 ซีซั่นส์ 176 ตอน เป็นเรื่องของสถานีอวกาศชื่อ Deep Space Nine (DS9), Voyager (1995–2001) มี 7 ซีซั่นส์ 172 ตอน เป็นเรื่องการเดินทางของยานอวกาศที่ชื่อ Voyager มีผู้บังคับการเป็นผู้หญิง, Enterprise (2001–2005) มี 98 ตอน เนื้อเรื่องเกิดก่อนเนื้อเรื่องใน Star Trek ทีีวีซีรี่ส์ชุดแรก 100 ปี และล่าสุดที่เพิ่งเริ่มออกอากาศคือ Discovery (2017–) เป็นเรื่องการผจญภัยในอวกาศของยานอวกาศ Discovery

ทางด้านภาพยนตร์ฉายโรงภาพยนตร์ พาราเม้าท์ได้นำ Star Trek ต้นฉบับ ยุคของผู้การเคิร์กเป็นผู้บังคับการยานอวกาศ เอนเตอร์ไพรส์ กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง เริ่มเรื่องตั้งแตเมื่อเด็กหนุ่ม เจมส์ ที เคิร์ก เข้ามาศึกษาใน Starfleet Academy และเข้าเป็นทหารใน United Federation of Planets จนได้ขึ้นเป็นผู้บังคับการยานอวกาศเอนเตอร์ไพรส์ ใช้นักแสดงชุดใหม่ทั้งหมด ที่รับบทกัปตันเคิร์ก, สป๊อก และทีมงานลูกเรือของยานอวกาศเอนเตอร์ไพรส์ ครบทุกคนตาม Star Trek ดั้งเดิม Star Trek ชุดต้นฉบับนี้ออกฉายในปี 2009 และประสบความสำเร็จทำกำไรอีกเช่นกัน จึงได้มีการสร้างตอนต่อเนื่องมาอีกสองเรื่อง คือ Into Darkness (2013), Beyond (2016) และยังคงมีความสำเร็จในด้านรายได้ ทำกำไรต่อเนื่องจนมีแนวโน้มว่ายังคงมีการสร้างตอนต่อๆไปอีกของ Star Trek ชุดต้นกำเนิดนี้

ความสำเร็จของ Brand Star Trek ที่ Return ได้อีกครั้งหลังจากที่ดูเหมือนว่า จะจบสิ้นไปตั้งแต่ปี 1969 และยืนหยัดอย่างมั่นคงจนปัจจุบันนี้ เกิดจากแรงผลักดันสำคัญ คือ กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ที่เรียกว่า Trekkies นับสิบล้านคนทั่วโลกที่ดูเหมือนว่ายังมีรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลานั่นเอง และแน่นอน ความสนุกของเนื้อหาก็เป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ

อิทธิพลของ Star Trek

Star Trek น่าจะเป็นหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์อนาคตที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุด เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆหลายชนิดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ถูกนำมาศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง ว่าจะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร โดยเฉพาะองค์การการบินและอวกาศของสหรัฐ NASA ได้ศึกษาอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใน Star Trek ให้เป็นจริงในหลายเรื่อง เช่น การเดินทางด้วยความเร็ว Warp (วาร์ป) ในอวกาศ, เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร ฯลฯ เทคโนโลยีหลายอย่างที่ปรากฏใน Star Trek ตั้งแต่เมื่อ 50 กว่าปีก่อนก็เริ่มเป็นจริงแล้ว เช่น อุปกรณ์สื่อสารมือถือไร้สาย ที่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในโลกใช้โทรศัพท์มือถือเป็นของจำเป็นในชีวิตประจำวัน, ปืนเลเซอร์ ปัจจุบันมีการผลิตออกใช้งานเป็นอาวุธจริงๆแล้ว, ปริ๊นเตอร์สามมิติ ที่ปัจจุบันมีขายทั่วไปแล้วและมีผู้นิยมใช้กันมากขึ้น ปริ๊นเตอร์สามมิตินี้สามารถสร้างอาหารได้แล้ว แบบเครื่องสร้างอาหารอัตโนมัติในยานอวกาศเอนเตอร์ไพรส์, เครื่องมือขนาดเล็กพกติดตัวได้ที่ใช้ตรวจอาการป่วยของคนไข้ก็กำลังจะเป็นจริง เหล่านี้คือตัวอย่างของเทคโนโลยีจาก Star Trek ที่กำลังมีอิทธิพลต่อโลกปัจจุบันและอนาคต

ความยิ่งใหญ่่ของอิทธิพลจาก Star Trek ถึงขนาดที่ NASA ตั้งชื่อยานกระสวยอวกาศลำแรกที่ออกปฏิบัติการเมื่อปี 1976 ว่า Enterprise (เอนเตอร์ไพรส์) ตามชื่อยานอวกาศเอนเตอร์ไพรส์ ใน Star Trek นั่นเอง

ต้องนับว่า Gene Roddenberry (ยีน ร็อดเดนเบอร์รี่) ผู้สร้างสรรค์ Star Trek เป็นผู้สร้างสรรรค์นิยายวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ จูลส์ เวิร์น, อาร์เธอร์ ซี ตลาร์ค, ไอแซค อาซิมอฟ เลยทีเดียว เพราะจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์ที่สร้างสรรค์โดยเขา ได้เป็นจริงไปแล้วไม่น้อย

Star Trek จึงยังเป็นแบรนด์ที่ทะยานอย่างยิ่งใหญ่ต่อไปในโลกภาพยนตร์

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.