MINI จากยุครุ่งเรืองในอดีตสู่ความรุ่งโรจน์ในปัจจุบัน

Nov 13, 2017 P.Patikom

เมื่อสี่สิบแปดปีที่แล้ว ปี 1969 มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่นอกจากจะมี ไมเคิล เคน พระเอกดังฮอลลีวู้ดในยุคนั้นเป็นพระเอกแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีรถยนต์แบรนด์หนึ่งเป็นพระเอกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ The Italian Job และรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้จนอาจนับว่าเป็นพระเอกได้ คือ รถ Austin Mini Cooper S Mk II รุ่นปี 1968 ในภาพยนตร์ที่เป็นแนวตลกแอ๊คชั่น รถ Austin MINI มีบทบาทถูกใช้งานในเรื่องนี้มาก ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถขนาดเล็กของอังกฤษ ที่มีความแข็งแรง ทนทาน คล่องตัว ขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ในภาพยนตร์ใช้รถ Austin MINI 3 คัน วิ่งตามกันไป โดยรถทั้ง 3 คัน วิ่งได้คล่องตัวในช่องทางแคบเล็ก หักเลี้ยวในที่จำกัดได้โดยมีวงเลี้ยวแคบ วิ่งลงบันไดสูงหลายสิบขั้นด้วยความเร็วโดยรถไม่เป็นไร วิ่งไต่ทางลาดขึ้นที่สูง วิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางจากที่สูง วิ่งลุยน้ำในระดับน้ำครึ่งล้อด้วยความเร็ว วิ่งในอุโมงค์ทรงกระบอกที่พื้นอุโมงค์เป็นวงโค้งด้วยความเร็ว โดยสภาพรถยังเหมือนเดิมทุกประการ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสำเร็จมาก แต่ที่ได้รับความสำเร็จมากและถูกกล่าวขวัญถึงราวเป็นพระเอกของเรื่องคือรถ Austin MINI ทั้งสามคัน ที่ภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ความคล่องตัว ความแข็งแรงทนทานของรถรุ่นนี้ ที่เป็นเพียงรถขนาดเล็กมีสองประตู ล้อก็เล็ก มีที่นั่งด้านหน้าสองที่และด้านหลังอีกสองที่ ใช้เครื่องยนต์ประมาณ 1,275 cc. มีแรงม้า 76 แรงม้า เท่านั้น

ยุครุ่งเรืองยุคแรกของรถ MINI

จากภาพยนตร์เรื่อง The Italian Job ฉบับสร้างในปี 1969 ซึ่งฉายไปทั่วโลกในช่วงเวลานั้น ส่งผลให้รถ Austin MINI ของอังกฤษซึ่งช่วงเวลานั้นก็ผลิตขายทั่วโลกอยู่แล้วยิ่งขายดียิ่งขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในไทยในช่วงเวลาดังกล่าว รถ MINI Mk II สามารถทำยอดขายได้มากถึง 429,000 คัน

รถยนต์ MINI ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท British Motor Corporation ของอังกฤษและเริ่มขายในปี 1959 ในยุคนั้นมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น Austin 850, Austin Mini, Austin Seven, Morris 850 ฯลฯ แต่เมื่อเข้ามาขายในบ้านเราในช่วงเวลานั้น จะคุ้นเคยกันในชื่อ Austin MINI

รถ MINI หรือ Austin MINI ได้ถูกนำเข้ามาขายในไทยตั้งแต่เมื่อเกือบห้าสิบกว่าปีที่แล้ว และได้รับความนิยมใช้ในไทยในช่วงระยะเวลาหนึ่งจากผู้บริโภคที่นิยมใช้รถเล็กที่มีความคล่องตัว

สำหรับชื่อรถ Austin MINI รุ่นที่มีคำว่า Cooper ต่อท้ายนั้นเกิดขึ้นหลังจาก John Cooper เจ้าของ บริษัท Cooper Car Company ผู้ออกแบบและผลิตรถสูตรหนึ่ง และรถสำหรับแข่งแรลลี่ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัท BMC และได้สร้างรถรุ่น Austin Mini Cooper และ Morris Mini Cooper และเปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 1961 และต่อมารุ่นที่มีพลังเครื่องยนต์สูงกว่า 1,000 cc จะมีตัว S ต่อท้ายด้วยเป็น ....Mini Cooper S

ช่วงรุ่งเรืองของ MINI อีกช่วงหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ รถ MINI 1275 GT CLUBMAN SALOON ชนะการแข่งขันรถทางเรียบรายการใหญ่ของอังกฤษ คือ British Touring Car Championship 1978/1979 นี่ส่งผลให้ยอดขาย MINI ทั่วโลกพุ่งสูง โดยเฉพาะในรุ่น 1275 GT, CLUBMAN SALOON และ CLUBMAN ESTATES มียอดขายรวมกันถึง 583,862 คัน

ตั้งแต่ปี 1968 เป็นต้นมา MINI ได้เปลี่ยนสังกัดจาก British Motor Corporation มาอยู่กับ British Leyland และมาอยู่กับ Rover Group ก่อนที่จะไปอยู่กับ BMW เมื่อ BMW ซื้อ Rover Group ในปี 1994 และรถ MINI ก็อยู่กับ BMW มาจนถึงปัจจุบัน

ช่วงเวลาที่ซบเซา

แม้รถ MINI จะมีการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จนมีรถหลากหลายรุ่นรวมทั้งมีรถ MINI Van และ MINI Pick Up แต่ก็มีการหยุดการผลิต Mini Cooper S MK II ในปี 1973 ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ประกอบกับภาวะการซบเซาของอุตสาหกรรมรถยนต์ในอังกฤษ การรุกตลาดทั่วโลกอย่างหนักของรถค่ายญี่ปุ่นและเยอรมนี และอาจจะเกิดเพราะความนิยมใช้รถขนาดเล็กจากตลาดทั่วโลกในช่วงเวลาเมื่อราวสี่สิบปีก่อนที่ลดลงด้วย ทำให้ตลาดของรถ MINI ซบเซาลง

แม้ว่าตลาดแมสจะซบเซา แต่ MINI ยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทุกตลาดทั่วโลกรวมทั้งในไทย ทั้งนี้เพราะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถ MINI ในเรื่องความคล่องตัว ความแข็งแรงทนทานและความสวยเท่ห์ของดีไซน์ที่โดนใจมีบุคลิกที่สร้างความสนุกให้ผู้ใช้ จึงยังมีการสร้างรถ MINI ที่เป็นรุ่น Limited Edition สำหรับแฟนพันธุ์แท้ MINI ออกสู่ตลาดอยู่เป็นครั้งคราว

กลับสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง

รถ MINI ได้หวนกลับมารุกตลาดอย่างจริงจังอีกครั้งหลังจาก BMW ซื้อกิจการ Rover Group ในช่วงประมาณกลางทศวรรษที่ 1990 รถ MINI ซึ่งตอนนั้นอยู่กับ Rover ก็ไปอยู่กับ BMW แม้ว่าต่อมา BMW จะขายกิจการรถแบรนด์อื่นๆของ Rover ออกไป แต่ MINI ก็ยังคงอยู่กับ BMW จนปัจจุบัน และ BMW ก็นำรถ MINI ทำการตลาดอย่างจริงจัง อาจเป็นเพราะการหวนกลับมารุกตลาดอย่างจริงจังทั่วโลกของรถ MINI และอาจจะเป็นเพราะในช่วงเวลาตั้วแต่ก่อนถึงปี 2000 เป็นต้นมา เกิดกระแส Nostalgia ขึ้นทั่วโลกความนิยมผลิตภัณฑ์ที่มีความคลาสสิคในอดีตเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มรวมทั้งกลุ่มยานยนต์ จึงมีรถหลายรุ่นที่เป็นดีไซน์คลาสสิคในอดีตกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เข่น รถโฟล์คเต่า และรถ MINI ซึ่งรถ MINI ก็ได้รับความนิยมแพร่ขยายไปในวงกว้าง ขณะที่แบรนด์ MINI Cooper S ก็มีการนำออกสู่ตลาดอีกครั้ง องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้กระแสความนิยมรถ MINI ทั่วโลกเพิ่มขึ้นและขยายตัวในวงกว้างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แม้จะมีการปรับดีไซน์บ้าง แต่ในรูปลักษณ์โดยรวมก็ยังคงความคลาสสิคของรถ MINI ดั้งเดิมไว้

และในปี 2003 ภาพยนตร์เรื่อง The Italian Job ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้งและออกฉายในปี 2003 ห่างกัน 34 ปีนับแต่การสร้างและฉายครั้งแรก ตัวพระเอกเปลี่ยนไปเป็น  มาร์ค วอห์ลเบอร์ก แต่รถที่เป็นพระเอกในเรื่องนี้ยังคงเป็นรถ MINI สามคัน เป็นรถ MINI Cooper S รุ่นล่าสุดที่ขายอยู่ในช่วงเวลานั้น และเนื้อหาหลักยังคงแนวทางเดิมของการสร้างในปี 1969 ช่วงตอนสำคัญของภาพยนตร์เป็นการแสดงประสิทธิภาพของรถ MINI ในการวิ่งผ่านอุปสรรคโหดต่างๆ วิ่งลงบันไดสูง วิ่งกระโดดจากที่สูง ลุยน้ำ วิ่งในพื้นโค้งในอุโมงค์ทรงกระบอก วิ่งลัดเลาะในทางแคบๆ แสดงประสิทธิภาพความคล่องตัวและความแข็งแรงทนทานของรถ MINI เช่นเดียวกับในการสร้างครั้งแรกในปี 1969 ภาพยนตร์ The Italian Job ที่สร้างใหม่ในปี 2003 นี้ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ The Italian Job ปี 1969 และประกอบกับ MINI ยังคงประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลก ส่งผลให้รถ MINI Cooper S ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลกมาจนปัจจุบัน ในปี 2015 MINI สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 338,466 คัน

รวมทั้งในไทยที่ MINI กลับเข้ามาทำการตลาดในไทยอย่างจริงจังอีกครั้งช่วงประมาณยี่สิบปีที่ผ่านมาจนปัจจุบัน และความนิยมรถ MINI ในไทยก็ขยายตัวในวงกว้างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทย ปัจจุบันมีรถ MINI รุ่นใหม่ๆออกสู่ตลาดต่อเนื่อง และมีขายอยู่หลายรุ่น เช่น MINI Cooper S, MINI COUNTRYMAN, MINI CLUBMAN, MINI CONVERTIBLE, MINI 5-DOOR HATCH ฯลฯ รถ MINI ได้หวนคืนสู่ยุครุ่งเรืองในตลาดโลกอีกครั้ง

นวัตกรรมจาก MINI

MINI ยังคงสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง BMW Group กำลังเตรียมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า MINI เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เพื่อวางขายในปี 2019 และจะมาในรูปโฉมของ Hatch 3 ประตู

MINI ได้ปรับปรุงหน้าจอในรถยนต์, หน้าจอหลังพวงมาลัย และ หน้าจอ Head-up Display เป็นแบบใหม่ พร้อมเตรียมการรองรับการใช้ Apple CarPlay ที่จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอของรถยนต์ในอนาคต รถยนต์ MINI ที่ผลิตหลังเดือนกรกฎาคม 2017 จะถูกปรับปรุงในส่วนของหน้าจอภายในรถยนต์ใหม่ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่

MINI ยังเตรียมวางตลาด MINI  Remastered ซึ่งเป็นการการฟื้นชีพมาขายใหม่ของรถ MINI รุ่นคลาสสิคที่ได้ใส่เทคโนโลยีใหม่หลากหลายเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ และใช้งานในปัจจุบัน ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเหมือนกับรถยนต์มินิคลาสสิคในตำนานทุกประการ MINI Remastered จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,275 ซีซี 4 สูบ 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา ขับสนุกในรูปโฉมคลาสสิคแบบเดิมๆ รวมถึงมีออปชั่นที่สามารถอัปเกรดเครื่องยนต์เป็นขนาด 1,300 ซีซี ความแรง 90 แรงม้า ได้อีกด้วย ในรถ MINI Remastered จะมาพร้อมกับหน้าจอความบันเทิงขนาด 7 นิ้ว รองรับทัชสกรีน และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay มีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และรองรับการฟังเพลงผ่านอุปกรณ์ USB และมีช่องเสียบสาย AUX มาให้อย่างครบถ้วน ส่วนแอร์ก็เป็นแบบออโต้ ปรับได้ง่าย มาตรวัดความเร็ว มีหน้าจอดิจิทัลเล็กๆ แสดงค่าต่างๆ ได้เหมือนกับรถยนต์ปัจจุบัน การสตาร์ทรถก็ใช้ปุ่มแบบ Start/Stop พร้อมกุญแจรีโมทดีไซน์ใหม่ พกพาสะดวก รถยนต์ Mini Remastered นี้ เบื้องต้นจะผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 100 คันก่อน โดยวางราคาเริ่มต้นไว้สูงถึง £50,000 (สองล้านกว่าบาท แบบยังไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งรวมแล้วจะแพงกว่ารถยนต์ MINI โฉมปัจจุบันเกินเท่าตัว คาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในประเทศอังกฤษได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

MINI กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่รุ่งเรืองอีกครั้ง กำลังมียอดขายเติบโตขยายตัวในตลาดรถยนต์ของโลก เพราะความคลาสสิคของยุคทศวรรษที่ 1960 ที่มาผสานกับไฮเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะทำให้รถ MINI ประสบความสำเร็จต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.