9,607
VIEWS

ผมมองว่าผมยังเป็นเด็ก มีอะไรมาใหม่ผมลองเล่นหมด - สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ BBDO BANGKOK

Nov 18, 2017 S.Vutikorn

กว่า 30 ปีที่สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ คลุกคลีอยู่ในแวดวงโฆษณา ชายผู้นี้ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับแวดวงสื่อสารการตลาดของไทยมานับครั้งไม่ถ้วน

ในปีที่ผ่านมาสุทธิศักดิ์ สามารถคว้ารางวัล Lotus Legend จากงาน AdFest 2017 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ทรงเกียรติที่มอบให้กับผู้นำทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ได้สร้างผลงานที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและ มีความโดดเด่นระดับภูมิภาค รวมถึงยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ผู้นำด้านครีเอทีฟโฆษณาระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสารโฆษณาชื่อดังระดับโลก ADWEEK

ล่าสุด BBDO BANGKOK ก็สามารถครองแชมป์ Agency of The Year ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 พร้อมคว้าอีก 35 รางวัลแบ่งเป็น 1 Gold, 14  Silver, 18 Bronze, และ 12 Finalist จาก 11 ลูกค้า 13 ผลงาน รวมถึงรางวัล Popular Vote ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงถึง 195 คะแนนจากผลงาน Speed Limit Monk Statue จากสสส. โดยผลงานดังกล่าวยังได้รับรางวัลมากที่สุด ซึ่งกวาดไปทั้งหมด 10 รางวัล และผลงาน Immortal Adoption จาก Thai Dog House จำนวน 6 รางวัล จากเวที  Adman Awards & Symposium 2017 

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ BrandAge Online ได้รับเกียรติเข้าสัมภาษณ์สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ Chairman & Chief Creative Officer BBDO BANGKOK เพื่อให้ทราบถึงเคล็ดลับและวิธีการทำงานสื่อสารการตลาดซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามาให้ผู้อ่านได้รัมชมกัน

อยู่วงการโฆษณามานานแค่ไหนแล้ว ?

อยู่วงการนี้มาน่าจะ 30 ปีได้ ผมโตมากับโฆษณาของนักบุกเบิกโฆษณาอย่างต่อ สันติสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, แบรี่ โอเว่น พวกท่านเหล่านี้คือคนสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากทำงานในวันนี้

โฆษณาในยุคนั้น ผมเรียกงานยุคนั้นว่าเป็นยุค 80’S งานสไตล์ตะวันตกภาพสวย งานโฆษณามีความเป็นมุมมองฝรั่ง อาร์ท ไดเรกชั่นงามๆ งานช่วงนี้ได้อิทธิพลจากตะวันตกเยอะ ผู้กำกับที่ดังมากในยุคนั้นคือ ไมเคิล วอร์ที่ทำงานออกมามีสไตล์มาก นี่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำงาน เพราะว่างานเขาภาพสวยงามมาก หาตัวจับยาก

เรียนโฆษณามาหรือไม่ ? 

ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักโฆษณาเลย ผมเรียนสถาปัตย์มา เรียนออกแบบบ้าน แต่ว่าตอนเรียนก็หากินด้วยการเป็นช่างภาพ หาเงินใช้ด้วยการถ่ายภาพลงแมกกาซีน ถ่ายแฟชั่นบ้าง นู๊ดบ้าง มั่วซั่วเลย เพราะว่าหาเงินได้ พอเรียนจบมาอยากทำงานช่างภาพ เลยมาขอเป็นช่างภาพที่เดนท์สุ ประเทศไทย แต่ว่าตอนนั้นช่างภาพเต็มมี2 คนแล้ว เค้าเลยให้ทำงานตำแหน่งอื่น ถ้าพอวาดรูปได้ ให้เป็น Visualizer จะได้วาดสตอรี่ บอร์ด งานตอนนั้นก็วาดบอร์ดเป็นหลัก แต่ก็ยังได้แรงบันดาลใจจากงานยุค 80 เหมือนเดิม เพราะว่างานยุคนั้น Conceptual มากๆ งานทะเลทรายก็งามๆ แรงๆ เป็น Key Visual หมด โลกร้อน โลกนุ่ม ภาพสวย ดนตรีประกอบดี

เข้าวงการในช่วงไหน

น่าจะยุคปลาย 80’S ต่อต้น 90’S ผมเข้าเรียน 1980 จบ 1985 แล้วค่อยมาเริ่มงานโฆษณา แต่มีฐานมาจากถ่ายภาพ มีมุมมองการถายภาพเอามาทำ Visual

เจ้านายคนแรกผมเป็นญี่ปุ่นนะ พอทำแล้วชอบ ไม่ต้องออกไปทำเอง เราคิดแล้วให้คนมาทำต่อจากเรา เราได้ทำหนังด้วย ได้เรียนรู้มากมาย

หนังเรื่องแรกที่ได้ทำจริงๆ คือ ห้างสรรพสินค้าไดมารู นางแบบคือนก สินจัย หงษ์ไทย น่าจะหาดูยากมากแล้ว หลังจากนั้นก็ได้ทำหนังโตโยต้า กลูลิโกะ เพราะเป็นเอเจนซี่ญี่ปุ่น

งานเดนส์สุยุคนั้นเน้นยอดขายมากหน่อย ?

เดนท์สุเป็นเอเยนซี่ใหญ่เป็นโรงเรียนโฆษณาโรงเรียนหนึ่งเลยที่ดีมาก แม้ว่างานส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ Effective ก็ตาม ที่นี่ผมได้เรียนรู้คำว่า IMC, Integrated Marketing ผมอยู่จนเป็นอาร์ทไดเลย

Integrated Marketing สมัยนั้นเราต้องทำหมด สมมติว่าจะเปิดตัวรถรุ่นหนึ่ง เราต้องเริ่มจาก POP, Bunting, Hanging Advertising, Banners, Leaflet, Print Ads, TVC, Bus Ads เราได้เรียนรู้จนครบ สมัยก่อนงานจะใช้ Key Visual อันหนึ่งแล้วเอาไปประยุกต์ตามสื่อ

ต่อมาผมมาอยากทำงานกับบริษัทฝรั่งบ้าง เลยย้ายมาที่ Lintas ได้ปีกว่าๆ คุณมั่มผู้กำกับชื่อดังก็มาจากที่นี่ ที่ Lintas เราก็ได้เห็นการคิดงานแบบใหม่ที่ไม่เหมือนญี่ปุ่น

ช่วงนั้นได้อ่านหนังสือโฆษณาเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดย David Ogilvy อ่านแล้วชอบมาก คนอะไรเก่งปานนี้ เลยอยากมาทำงานที่นี่ คืองานดีมาก เก่งมี Big Idea ขวนขวายทุกอย่างเพื่อมาทำงานที่นี่ สมัครอยู่ 2 ปีก็ได้เข้ามาร่วมชายคาที่นี่

เจ้านายคนแรกคือ แบรี่ โอเว่นซึ่งเก่งมาก งานเป็นแบบฝรั่งมองไทยกลับมา มีงานเบียร์สิงห์สวยๆ ยุค 80 ที่ได้รางวัล Cannes กลับมา มีงานที่กำกับโดยไมเคิล วอร์ หรือคุณคฑา สุทัศน์ ณ อยุธยา

เจอคนเก่งพวกนี้ งานพวกนี้ทำให้เราต้องฮึดขึ้นมา เพราะว่าเราไม่ได้เรียนโฆษณามา เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติมมากมาย เพราะว่าที่เราคิดว่าเรารู้บางทีเราไม่รู้ เราต้องเรียนรู้เอง ถ้าเรามีความทะเยอทะยานอยากจะเรียนรู้เราต้องตะกายมาก เราต้องหาตำรามาอ่าน เพื่อให้รู้ ไม่เข้าใจเปิด Dictionary ไม่เข้าใจถามเข้าไป

เราเจอเจ้านายใจดีแบรี่ โอเว่น, หรือคุณสุนันทา ตุลยธัญ เราได้ทำงานที่เป็นงานโฆษณาที่ใหญ่จริงๆ

ผมอาจจะโชคดีที่เจอเจ้านายชื่อ Neil French เขาดูบริษัทลูกในเอเชียมาจัดประชุมที่พัทยาทุกปี เขาจะคอมเม้นท์งานเรา ด้วยการเอากระดาษไขมาวางทาบงานแล้วบอกว่าตรงไหนต้องแก้ แก้เพราะอะไร ทำไม อย่างไร ผมไม่ได้เรียนโฆษณามาใครสอนอะไรก็รับหมด เขาสอนเลย ไม่ได้สั่งให้แก้งานอย่างเดียว

ผมโชคดีที่ได้เรียนรู้จาก Neil French นานมาก ได้เรียนลัดทุกอย่างเหมือนเรียนปริญญาโทจริงๆ กับครูที่เป็นมาสเตอร์ ที่เก่งคนนึ่งของโลก

ก่อนที่ผมจะมาทำงานที่ Results Advertising ที่นี่ผมได้ทำงานแบบหลุดโลก เพราะไม่อยากทำงานแบบเดิม เหมือนทำงานทดลอง บ้าบอ ทำโฆษณาเหล้า Black Cat, สิงห์คะนองนา อาจเป็นเพราะเราเป็นไฟตติ้ง แบรนด์ด้วย แต่งานไม่ได้เวิร์คเพราะผมคนเดียวนะเราทำเป็นทีมงาน

เรียกว่าในช่วงปี 1995-97 เราทำงานแบบไร้รูปแบบเลย

Black Cat ตอนนั้นแหกทุกกฎ ที่ไม่ควรจะมีในโฆษณาเหล้า เราเอามาใส่หมด

Black Cat เหมือนงานทดลอง เพราะสมัยนั้นโฆษณษเหล้ามีแต่เพลงเพราะๆ ไปจีบหญิง เราโชคดีที่เป็นไฟต์ติ้ง เพราะฉะนั้นเราเลยทำได้เต็มที่ และงานเราเป็น Local เยอะ เราได้ทำงานที่เอาใจ Mass ตลาดกว้างๆ ซึ่งชอบงานตลกๆ บ้านๆ ต้องให้เครดิตทีมงานและคุณมั่มด้วย

Black Cat ถือเป็นคนบุกเบิกของงานโฆษณาในยุค 90 เรียกว่าเวิร์คมาก ไปไหนก็คนถามถึง

จาก Results Advertising ก็มา BBDO

ปีหน้า 2018 ผมจะทำงานครบ 20 ปีพอดี เพราะเราทำ Results Advertising จนมีชื่อเสียงเขาก็ให้อยากให้เรามาเริ่มที่นี่ ซึ่ง BBDO BANGKOK  นี่ใหญ่กว่ามากเป็นเน็ตเวิร์คใหญ่ เราเลยมองว่างานโฆษณาของเราจะต้องไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ ตอนนั้นเราพยายามจะแข่งกับญี่ปุ่น, อังกฤษ, อเมริกา, ฝรั่งเศส, บราซิล เรียกว่าตัวเอ้หมดเลย

ช่วงนั้นเริ่มมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้งานแล้ว เราเป็นคนแรกๆที่ใช้ Mac ใช้อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูล

วันแรกที่อินเตอร์เน็ตเข้ามา คิดไหมว่ามันจะมาเปลี่ยนโลกได้ขนาดนี้

ไม่คิดเลย ผมจำได้เลยว่าตอนนั้นเราเอามาใช้แทนแฟกซ์ เอามาใช้ส่งอีเมล เอาโมเด็มมาใช้กับเครื่องนิวตั้นของแอปเปิ้ล วันนั้นยังไม่คิดเลยว่าจะส่งเมลได้ ตื่นเต้นกันใหญ่ ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยน มันจะมีผลต่อโลกาภิวัตรขนาดนี้

อินเตอร์เน็ตทำให้เรามีโอกาสได้หางานดีๆ มาดู อาทิงาน Big Idea อย่าง BMW The Hire ของ David Lubars ซึ่งเป็นตัวบอกว่าเทรนด์โฆษณาเดินทางมาถึงยุค Branded Content แล้ว จุดนี้ทำให้โลกโฆษณาเปลี่ยน เพราะคนต้องตามหางานโฆษณามาดู จากที่เรายัดเยียดโฆษณา ซื้อเวลามากๆ ใครจะดูก็ดูไป ไม่ดูก็เปลี่ยนช่อง กลายมาเป็นคนตามหางานโฆษณาดีๆ ยุคโฆษณามันเลยเปลี่ยน เราก็เริ่มเรียนรู้ในโลกของดิจิตอลตั้งแต่ตอนนั้น แม้ว่าเราจะไม่ใช่ดิจิตอล เอเจนซี่ก็ตาม

คน Gen พี่เลยปรับตัวไม่ทัน และออกจากวงการโฆษณาไปก็หลายคนอยู่

ก็เป็นไปได้บางส่วน ผมมองว่าผมยังเป็นเด็ก มีอะไรมาใหม่ผมลองเล่นหมด Mac มาก็ลอง เครื่องจอสีมาก็เล่น Adobe มาก็ลอง เมื่อก่อนต้องทำคอมพิวสั่งมาแปะกาว จน Adobe มาระบบคอมพิวตายเรียบ โลกมันเปลี่ยนไปเร็ว

แต่เปลี่ยนเร็วแค่ไหน ตราบใดที่เราปรับตัวได้ทัน เราก็อยู่ได้สบายๆ ถ้าเราไม่สนใจเราจะหลุดยุคไปเลย กลับมาลำบาก คนเราต้องมาเรียนรู้ใหม่ ซึ่งมันลำบากมากนะ บางคนเลยเลือกที่จะอยู่ในคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง

เมื่อก่อนเราทำหนังให้คนดู ตอนนี้คนดูทำหนังแข่งกับเรา มองตรงนี้อย่างไร

ยุคนี้คือยุคที่ต้องปรับตัวเร็วที่สุด เพราะว่ามันมาเร็วมากจริงๆ ต้องปรับตัวให้ทันในยุคที่ดิจิตอลมาเปลี่ยนแปลงโลก ใครขยับตัวไม่ทันจะหลุดเลย เมื่อก่อนเราทำหนังให้คนดู ตอนนี้คนดูทำหนังแข่งกับเรา เพราะมี YouTube แต่งานของเราเป็นแบบมืออาชีพ ต้องมี Idea, Concept ที่สำคัญงานต้องกลับมาหาแบรนด์เสมอ

ผมเป็นคน Gen X (Late Baby-boomer) พวก Gen Y นี่เขาจะมีตรงนี้มาตั้งแต่เกิดเลย บริษัทเราตอนนี้เป็น Gen Y และ Gen M ผมเป็นคน Gen เก่าที่อยู่กับเด็กๆ ก็มี Gab บ้างเรื่องไลฟ์สไตล์ แต่ว่าเรื่องงานเราต้องปล่อยเขา เราไปสั่งเขาไม่ได้ เราต้องพยายามเข้าใจเขา เราสั่งให้เขาเป็นอย่างเราไม่ได้ เขาต้องการอิสระ เพราะเขาเข้าใจทาร์เก็ตมากกว่าเรา เพราะว่าเป็นวัยเดียวกับเขา เป็น New Gen ทั้งนั้นและเป็นคนส่วนใหญ่แล้ว

การที่เราจะสื่อสารกับคนสมัยใหม่มันต้องทำโดยคนสมัยใหม่ เราแค่สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เกิดขึ้นในนี้ ให้เขารู้สึกว่าตรงกัน เราชอบครีเอทีฟ, Innovation เพราะเราคิดว่าโลกอินเตอร์เน็ตมันมาแล้ว

เมื่อก่อนที่เราคิดแบบว่าต้องใช้โฆษณานี่ๆ ตอนนี้มัน Out ไปแล้ว ตอนนี้เราเจอแต่คนดูคลิปผ่านมือถือ, ไอแพด แสดงว่าสื่อหลักมันเปลี่ยนไปอยู่ออนไลน์หมดแล้ว

ราปรับตัวองค์กรอย่างไร

เรา Re-Positioning บริษัทของเรามา 2-3 ปีแล้ว ว่าเราเป็น New World Creative Agency คือเป็นครีเอทีฟเอเจนซี่ที่มีความคิดแบบโลกใหม่ของยุคดิจิตอล เราจะต้องมีความคิดต่างจากเอเจนซี่ทั่วไปที่มองงานแบบเดิมๆ เราเลยไปทำงานที่เน้นนวัตกรรมเยอะ งานเราจึงออกมาแบบเทคโนโลยีมากหน่อย เทคโนโลยีบวกไอเดีย, เทคโนโลยีบวกออนไลน์, เทคโนโลยีบวกโปรดักต์ ดีไซน์ อย่างงาน Speed Limit Monk Statue ที่ได้รางวัล Popular Vote ก็คือเป็นเทคโนโลยีบวกโปรดักต์ดีไซน์

คนของเราเป็น Technologist ไหม

เขาชอบมากกว่า และเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เอามาประกอบกับไอเดียได้ เขาอาจจะไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีลึกๆ

เราถือเป็น Tech Company ไหม

ไม่ใช่ เรายังเป็นครีเอทีฟ เอเจนซี่อยู่ในยุค Digital Era เป็น New World มากกว่า เขาคิดงานครีเอทีฟแต่ว่าไม่ต้องเป็น Technologist เรายังทำงานเป็นเซอร์วิส เอเจนซี่อยู่

ที่กล่าวว่าคนโฆษณาต้องนำผู้บริโภค 1 ก้าวเสมอยังใช้ได้ไหม

แน่นอน ยังใช้ได้อยู่ เราต้องรู้และคาดการณ์ได้ จริงๆแล้วเราเห็นมาแล้ว ถึงเราไม่เห็นในไทย เราก็เห็นจากต่างประเทศก่อน กว่าจะมาเมืองไทย เรายังไล่เค้าไม่ทัน

งานโฆษณาดิจิตอลนี่เราตามเกาหลี ญี่ปุ่นไม่ทันเลยนะ ไม่ต้องมองอเมริกา พวกซิลิกอน วัลเล่ย์ที่เขาไปไกลกว่าเรามากมาย

การจะทำ Vision ใหม่ของบริษัทให้ถึงเป้าหมาย เราต้องเทรนคนอย่างไร

เราไม่แยกอะไรเลย ผมกับคุณลาภว่าเราจะไม่แบ่งเป็นแบรนด์ เอเจนซี่ กับดิจิตอล เอเจนซี่ เราจะเป็น Hybrid Agency เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ได้เป็น Hybrid จะอยู่ที่นี่ไม่ได้เลย คนที่มานี่ต้อง Hybrid จริงๆ เพราะว่าเป็นโลกของเขาจริงๆ เขาเข้าใจดีกว่าเรา เราแต่นำเสนอไอเดีย เราทำเวิร์คช็อปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเขา เราเชิญคนมาพูด มาสอน ให้เขาได้เรียนรู้เริ่ม โดยที่เขามีพื้นฐานอยู่แล้ว คนพวกนี้เขาโตมากับนิ้วเลย

พอเทรนด์ดิจิตอลมา สเกลงานโฆษณาตอนนี้เลยลดต้นทุนลง พี่มองยังไง

ผมโตมากับงานที่ละเอียดมีงบที่ยังสูงอยู่ พอมาตอนนี้งบโดนตัดลงมากกว่า 1 ใน 3 อีก คุณภาพงานก็ลดลง แต่ว่าเราโชคดีที่เจอน้องๆที่คุมงบได้ และยังทำงานออกมาได้ดี ตอนนี้อุปกรณ์ถูกลงด้วย มันเลยมาถูไถได้บ้าง

งานแบบฟิล์มมันต้องใช้เวลา ปัญหาคือ หนังออนไลน์คนมองว่าอายุสั้น เอางานที่พอประมาณพอ เพราะว่ามันมาเร็วไปเร็ว ไปแล้วมันก็มีอะไรมาแทน แต่ผมยังมองว่างานไวรัลก็ยังต้องลงทุนอยู่นะ

เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่รับงานตรงตอนนี้ก็มีฝีมือนะแต่พื้นฐานอาจจะยังไม่ลึกซึ้งพอ แต่เราเรียนรู้มาทั้งชีวิต เรื่องนี้มันต้องกลับมาที่แบรนด์จริงๆ เอเจนซี่ใหญ่ทำงานแบบ Full Service เราทำตั้งแต่วางแผนกลยุทธ์เลย

ตรงนี้คือ สิ่งที่ต้องระวังถ้าจะใช้บริษัทเล็กๆ เพราะว่าบางทีเขาไม่เข้าใจเรื่องกลยุทธ์

ทุกวันนี้งานโฆษณามีความหลากหลายขึ้น

ปัจจุบันนี้บางทีเรามองว่าไม่ต้องเริ่มจากหนังก็ได้ ถ้าเงินไม่พอ ปีที่แล้วเราทำเรื่อง Road Safty เรื่องอุโมงค์ เราทำหนังออกมาเป็นหนังที่เป็นแพลทฟอร์มเก่า แล้วมาเพิ่มสื่อออนไลน์

หลังจากนั้นเราทำไมให้ขับเร็ว Speed Limit Monk Statue เป็นโปรดักต์ ดีไซน์ เราไม่ได้ทำหนังนะ เราทำสินค้าเลย พยายามแหกกฎออกไป เป็นสินค้าจนเป็นพรุพุทธรูปพูดได้ที่มี GPS มันเลยเป็นไวรัลอย่างเร็ว

งานนี้ได้ผลมากเพราะว่าได้ Free Media กลับมามหาศาล เราบอกว่าสามารถทำอะไรจากตรงไหนได้ ขอแค่มี Idea กับ Execution งานนี้ไม่ได้ดิจิตอลด้วย เป็นงานโปรดักต์ ดีไซน์มากกว่า

งานโฆษณาปัจจุบันก็เหมือนกับธีมงานแอดแมนปีนี้ที่บอกว่า No Format Creativity เพียงแต่ของเราจะเรียกว่า New World หรือโลกใหม่ มันจะเป็นอะไรก็ได้ ที่ทำให้คนสนใจ และเป็นข่าว เกิดกระแสในวงการอย่างรวดเร็วในเวลาข้ามคืน เหมือนอย่างที่เคยทำแคมเปญคนหายหน้าเหมือน เพราะเราจำหน้าคนหายไม่ได้หรอก เราเลยเอาหน้าดารามาเทียบจนเป็นงานไวรัล

งานไวรัลมันอยู่ที่ไอเดียจริงๆ เมืองไทยตอนนี้ที่ขาดคือไอเดียที่เปรี้ยงๆมากกว่า

อะไรคือความท้าทายในตอนนี้

ผมเป็นนักคิด แค่ออกจากบ้านมาแล้วได้คิดนี่พอแล้ว เรื่องรางวัลนี่เป็นผลพลอยได้ เราเป็นนักคิด ขอให้คิดอะไรที่เปรี้ยงจริงๆ แล้วมันได้ผล อิมแพค เปลี่ยนแปลงสังคมได้จากความคิดเล็กๆของเรา ถ้ามันเกิดประโยชน์ได้จะเป็นสิ่งที่ภูมิใจมาก แค่ได้ออกมาคิดงานก็มีความสุขแล้ว

ตอนนี้กลับมาถ่ายภาพ

เริ่มถ่ายจริงจังได้ 2 ปีกว่า แพลทฟอร์มทำให้คนถ่ายภาพง่ายขึ้นเก็บในเฟสบุ๊ก อินสตราแกรม เมื่อก่อนถ่ายเองปริ้นใส่อัลบั้ม สไลด์ก็แพงมาก ฟิล์มตอนนี้ก็ล้างแล้วสแกนได้ดี แม้ว่าราคาจะสูง

ส่วนดิจิตอลก็ถ่ายมากขึ้น เพราะว่ามันมีระบบจัดเก็บที่ดี มีแพลทฟอร์มที่ง่าย เลยกลับมาถ่ายรูปหนักๆได้ 2 ปี ตอนนี้กำลังทำโปรเจ็ค

แต่ยังคงถ่ายภาพเป็น Hobby

Hobby แต่กำลังทำให้เกิดประโยชน์อยู่ เพื่อช่วยคน เรามาจากสายนักคิด เราต้องคิดให้รอบครอบก่อน ทำให้มันดีจริงๆ

เหมือนว่าเรากลับมาฟื้นใหม่ แรกๆก็ไม่คุ้นนะ ตอนนี้ก็ปรับตัวจนคล่องแล้ว เริ่มเข้าใจมันแล้ว ใช้งานคล่องกว่าเดิมก็เลยว่าน่าจะเอางานมาทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม

ลองมาชมผลงานเจ๋งๆ กันครับ

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.