6,795
VIEWS

Tourkrub คำตอบของการหาแพ็คเกจท่องเที่ยวแบบ Online Booking จบ ครบ ที่เดียว

Nov 18, 2017 S.Worapol

จะกี่ปีผ่านไป หรือสถานการณ์ตลาด ภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก็ยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลักที่กอบโกยเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบหมุนเวียนภายในประเทศ

ทำให้หลายคนมองเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่เว้นแม้แต่ Startup อย่าง Tourkrub ที่เข้ามาทำตลาดตรงนี้

Tourkrub เป็นบริการที่รวบรวมทัวร์แพ็คเกจจากบริษัททัวร์คุณภาพจากทั้งประเทศ โดยผ่านการคัดสรร และนำแพ็คเกจทัวร์ดั้งเดิมเหล่านั้นมา ขึ้นบนเว็บไซน์ผ่านระบบ  ทำให้ลูกค้าสามารถ ใช้ระบบตัวกรองแพ็คเกจทัวร์ที่ต้องการได้โดยไม่ต้องทำการอ่านก่อน ไม่ว่าจะเริ่มด้วยความต้องการถึงสถานที่ที่อยากไป, ช่วงเวลาที่ไปได้, กิจกรรมที่อยากลอง, หรืองบประมาณที่มี ทำให้เจอแพ็คเกจที่โดนใจได้เร็วมาก อีกทั้งยังอ่านทำความเข้าใจได้ง่ายด้วยรูปแบบในการจัดวางที่ง่ายต่อการอ่านและเน้นรูปเป็นหลัก

ทาง BrandAge Online มีโอกาสได้พูดคุยกับ CEO หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงของ Tourkrub อย่าง จักรพันธ์ ลีอธิวัฒน์ ถึงที่มาที่ไป การมองตลาด และทิศทางต่างๆ ของ Tourkrub หลังจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

Q: Tourkrub เกิดขึ้นได้อย่างไร

A: จริงๆ ที่บ้านเป็นคนชอบเที่ยวค่อนข้างมาก แล้วกว่าจะเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องไปหาแพ็คเกจทัวร์จากหลายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์หรือเข้าเว็บไซต์เยอะมาก มีแพ็คเกจต่างๆ มากมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าแพ็คเกจจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง แล้วมันอ่านยาก

สมมุติมีแผนไปยุโรป 10 วัน 7 คืนตรงนี้จะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะเป็น 10 ติดหน้าแล้วอ่านจากหลายๆ บริษัท รูปแบบก็ต่างกันเพราะอ่านจบอันนึงแล้วไปอ่านอีกบริษัทนึงแล้วก็จำไม่ได้แล้วว่าอันแรกมีรายละเอียดอะไรบ้าง สิ่งที่เราอยากรู้คือข้อมูลสรุป ชื่อบริษัทไหนว่าใครดีกว่ากัน ตัวไหนที่คุ้มกว่ากัน ในงบประมาณที่เท่ากันมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ซึ่งมันก็ดูยากมากสุดท้ายก็เสียเวลาเป็นอาทิตย์อาทิตย์ เถียงกันทะเลาะกันทำให้การไปเที่ยวแต่ละครั้งค่อนข้างเสียเวลานั่งหาข้อมูลค่อนข้างมาก

พอได้ที่เที่ยวที่บริษัทที่ซื้อละก็ต้องไปดูอีกว่าบริษัทนั้นได้รับความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนว่าเขามีตัวตนหรือเปล่าซึ่งบางบริษัทหรือหลายๆ บริษัทก็ไม่น่าเชื่อถือคนข้างเยอะ

ก็รู้สึกว่ามานั่งหาข้อมูลอ่านแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ต้องมานั่งทำอะไรสักอย่างคิดอะไรสักอย่างก็เลยเริ่มทำเป็น tourdoc.net เป็นการรวบรวม package จากทุกบริษัททั้งประเทศเข้าไว้ที่เดียวแล้วเก็บค่าบริการ จากบริษัททัวร์ เราเป็นคนแรกที่เก็บรายเดือนหรือรายปีจากบริษัททัวร์ได้เยอะที่สุด

Q : หลังจากที่มีการเปิด tourdoc.net สถานการณ์เป็นอย่างไร

A : แล้วมันก็เลยประสบปัญหาว่าคนขายได้ก็ขายได้อย่างนั้น คนขายไม่ได้ก็ขายไม่ได้เลยและคนที่ขายได้ก็บอกว่าไม่ได้มีข้อมูลจะกล่าวว่าลูกค้าเข้าซื้อบริการผ่านจากทางเรา

ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่หมูอุ๊คบี ได้ข้อเสนอว่าตลาดที่ทำอยู่ตลาดมีขนาดที่เล็กไป ลองเปลี่ยน Business Model เป็นในลักษณะของการให้คอมมิชชั่นดู แล้วก็เริ่มทดลองดูว่าสิ่งที่เราเปลี่ยนและกำลังจะไปมันให้ Feedback กลับไปที่บริษัททัวร์ได้จริงหรือเปล่า ผลที่ออกมาคือเดือนแรกเราได้เงินเท่ากับ 6 เดือนที่ทำมา เรารู้เลยว่าเราสามารถที่จะแก้ปัญหาเดิมจากมุมที่เปลี่ยนไปจากนิสิตโมเดลที่เปลี่ยนไปมันทำให้เราโตขึ้นเลย

Q : นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

A : เพราะเราเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นลักษณะของคอมมิชชั่น หลังจากนั้นเราก็สามารถที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของผู้ใช้งานแล้วก็ใส่ในเรื่องของ User Experience เข้าไปตลอดให้ใช้ง่ายขึ้นให้ดีขึ้น แล้วเราก็พยายามหา Tour Operator ที่ดีเข้ามาเติมเต็มในเว็บไซต์ของเราใน Tourkrub

Feedback จากลูกค้าที่ Tour Operator ให้บริการแล้วไม่พอใจเราก็อ่านออก เราก็เป็นเหมือนตัวกรองหนึ่งให้กับลูกค้าว่า ถ้าเกิดจองทัวร์หรือบริการจากเราจะได้รับบริการที่ดีตรงตามความต้องการของลูกค้าคุ้มค่ามากที่สุด

ย้อนกลับไปที่ Model ผมเราทำเริ่มคนเดียวแล้วเขียนโปรแกรมขึ้นมา ไปเดินตามสีลมเข้าไปหาบริษัททัวร์เป็นหลายๆ เจ้าแล้วก็เข้าไปบอกเขาว่าเรามีตัวตน ช่วยทำให้เขาในมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

สิ่งที่ได้มาตอนนี้ก็คือบริษัททัวร์ก็พยายามที่จะทำในเรื่องตรงนี้ให้ดี อยากทำโปรแกรมทัวร์ให้ลูกค้าใช้งานง่าย แต่เขาไม่มีกำลังที่จะทำ เขามีเรื่องอื่นเธอต้องโฟกัสอีกมากมาย ในฝั่งของลูกค้าเองก็มีตัวเลือกเยอะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เขาก็อยากหาว่าตัวไหนคืนดีที่สุด ซึ่งเขาก็จะเลือกที่ให้ value มากกว่ามากกว่าที่แบรนด์จะบอกว่ามันดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟนใช้มือถือใช้อินเตอร์เน็ตกันมากขึ้นของกลุ่มคนหลายๆ กลุ่มเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายทุกอย่างที่พูดมามันเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นที่ทำให้เราสามารถที่จะเติบโตในเส้นทางได้

Q :โจทย์สำคัญคือ

A : ตอนนี้คือจะต้องทำยังไงให้ง่ายที่สุดในอุตสาหกรรมต้องเข้าใจว่าตลาดนี้มันเป็นตลาดที่ออฟไลน์มาโดยตลอดมีการส่งข้อมูลการด้วย Microsoft Word Excel ธรรมดา Inventory ต่างๆ ยังไม่ได้อยู่บนออนไลน์ เราก็จะมีทีมของเราที่ทำ In house อยู่แล้วเอา Data พรุ่งนี้มา Process ให้เร็วที่สุดทำให้ลูกค้าได้รับข่าวสารเหมือนกับ Tour Operator 100% คือถ้าข้อมูลของเราเท่ากับเราไปเลสเตอร์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า

Q : อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราได้เปรียบ

A : คนที่รู้จักเทคโนโลยีดีที่สุดก็จะเป็นผู้ที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน อย่างเช่นมี Agent เจ้าอื่นที่ทำกับเราไหม มีนะครับแต่ก็อาจจะดู Hotel ได้แค่ 1-2 เจ้าแต่เรามีเทคโนโลยีในการที่จะรวม ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ Tour Operator ต่างๆ ส่งแพ็คเกจเข้ามา

โดยทั่วๆ ไปส่วนใหญ่จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อ 1 Package เพื่อที่จะเอาขึ้นหน้าเว็บให้ได้ ของเราใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีแล้วก็สามารถที่จะทำขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

เรามีตัวระบบซอฟต์แวร์ที่ทำขึ้นมารองรับการทำงานของเรายกตัวอย่างอย่างการนำไฟล์ pdf เข้าไปแล้วแปลงออกมาเป็นข้อมูลที่เราต้องการตาม Format ของเราแล้วก็ตรวจสอบเพื่อที่จะไปใช้ต่อใน Filter ของเราได้

Q : มองกลุ่มเป้าหมายอย่างไร

ตอนนี้เราโฟกัสไปที่การทำทัวร์แบบ Outbound ในลักษณะของ Full Package Service ทั้งตั๋วเครื่องบินโรงแรมที่พักสถานที่ท่องเที่ยว โดยกลุ่มคนที่เป็น Target Audience ของเราก็คือกลุ่มคนที่เป็นแฟมิลี่ที่วันหยุดไปเที่ยวด้วยกันพาพ่อแม่ไปเที่ยวด้วยขี้เกียจไปเที่ยวเอง

Tour Agent เป็นคนที่เราช่วยให้ธุรกิจของเขาได้ยอดขายตามที่วางไว้

คือท้ายที่สุดของการทำงานเราก็ต้องบริหารจัดการความต้องการของทั้งผู้บริโภคและความต้องการของนักลงทุน เพราะว่าเงินทุนต่างๆ ที่เข้ามาก็เป็นความคาดหวังของคนกลุ่มนั้น ซึ่งเขาก็คาดหวังจะเห็นอะไรใหม่ๆ ที่สร้างการเติบโตได้

เราจะต้องวาง Scope ในการทำงาน แน่นอนว่าเราอยากไปที่ 10 แต่เราต้องดูว่าอะไรคือ 1 อะไรคือ MVP ของเรา อะไรคือ Minimal value วันนี้เราสามารถที่จะขึ้นโตมาถึง 1% ของตลาด

Q : อะไรคือ Key Success สำคัญของ Tourkrub

A: ทุกอย่างต้องเริ่มจากก้าวแรกก่อนว่าก้าวแรกเราจะทำอะไร

ความเข้าใจลูกค้า

การเข้าใจลูกค้า

การมองว่าตลาดมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วขนาดไหน นี่คือความท้าทายของเรา นี่คือความยากของเราเราหาสิ่งที่จะมาช่วยให้เราเข้าใจตลาดได้มากขึ้น

อะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้เรื่องที่เราไม่เข้าใจต่างๆ มันลงได้ เพราะการที่เราจะแก้ไขปัญหาต่างๆ มันคงแก้ไม่ได้ทุกเรื่องหรือทั้งหมดในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่แค่ 1 คำตอบแล้วตลาดจะเปลี่ยน จะต้องหารูปแบบหรือกระบวนการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้นให้มันเวิร์คที่สุด

บริการของเราตอนนี้ก็ยังไม่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทั้งหมดเพราะว่าตลาดใหญ่มาก ตลาดท่องเที่ยวมีความใหญ่ทั้งความกว้างและความลึก จะถามว่าเราเป็นคนที่โตเร็วไหม ผมคิดว่าโซลูชั่นของเราตอบโจทย์ได้ในเลเวลที่เราอยู่ ต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการที่จะขยับตัวจากพื้นที่เดิม

Q : มองอนาคตอย่างไร

A : เราอยากทำให้ลูกค้าในตลาดทัวร์สามารถที่จะ Online Booking ให้ได้ ช่วงแรกเราก็ไม่รู้ว่าลูกค้าจะยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ผ่านทางออนไลน์ แต่แล้วลูกค้าคนนึงที่เข้ามาแล้วก็ส่ง Feedback กลับไปทางอีเมล์แล้วเขาก็จ่ายเงินเราเลยทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มที่นั่งใดๆ ทำให้เห็นว่าในตลาดนี้มีดีมานด์ มีกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยอมจะจ่ายเพื่อตัดเวลา เพื่อเซฟเวลาความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในการจองทัวร์ ในการหาตั๋วเครื่องบิน ในการหาที่พักหาสถานที่ท่องเที่ยว

ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเราที่จะทำให้ Booking online ตรงนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยชาวไทยสามารถไปท่องเที่ยวได้โดยที่ไม่ต้องปวดหัวโดยที่ไม่ต้องมาเสียเวลาเป็นอาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์ในการเตรียมตัวเพื่อที่แค่จะหาสิ่งที่เขาอยากจะสบายในวันไปเที่ยวเราอยากจะทำให้ตรงนี้มันง่ายซึ่งถ้าดูจากต่างประเทศในหลายๆประเทศก็จะมีเครื่องมือตรงนี้รองรับผู้บริโภคอยู่แล้วเราก็อยากทำให้คนไทยมีเครื่องมือต่างๆที่จะมาลองอัพความต้องการแบบนั้นได้บ้าง

เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดัน Ecosystem ของการท่องเที่ยวให้เข้าสู่ระบบออนไลน์ให้ได้มากที่สุดและสะดวกต่อผู้ใช้

ต้องเข้าใจว่าทัวร์แพ็คเกจทั่วโลกเป็นตลาดที่ใหญ่มากอย่างในยุโรปอยู่ในอเมริกาตลาดค่อนข้างใหญ่จริงๆ แต่ 75% เป็นออฟไลน์คือคนก็ยังพอใจที่อยู่ในระบบออฟไลน์ ถึงแม้ว่าระบบการเสิร์ชข้อมูลการค้นหาข้อมูลต่างๆ จะเกิดขึ้นบนออนไลน์แต่สุดท้ายแล้วการซื้อขายจริงๆ ที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นบนออนไลน์ 100% ผมเชื่อว่ายังไงคนก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมออนไลน์เยอะขึ้น

ภาพโดย ธนคร้าม ศรีเมือง

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.