โซน่าร์ Remind Brand ผ่านแคมเปญ Easy Cool โฟกัสทุกความต้องการ ย้ำภาพ Lifestyle Brand

Mar 20, 2017 P.Sano

หลังจากที่ทำตลาดมาอย่างเงียบๆ นานกว่า 4 ทศวรรษ มาวันนี้ “โซน่าร์” (SONAR) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยก็ฉวยจังหวะช่วงเวลาที่สภาพอากาศเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เปิดตัวแคมเปญ SONAR Easy Cool พร้อมรุกตลาด E-commerce ตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-platform เต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการ และให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้แบบทุกที่ทุกเวลา

“โซน่าร์” (SONAR) คือ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแบรนด์ไทยคุณภาพมาตรฐานแบบครบวงจร ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดเมืองไทยมานานกว่า 45 ปี ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่กว่า 3,000 รายการ ภายใต้แนวคิด “โซน่าร์ คือ คลื่นเสียงที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคออกมาเป็นผลิตภัณฑ์” ก่อตั้งโดย “วิโรจน์ เรืองวัฒนไพศาล” ในนามบริษัท แสงรุ่งเรือง เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจจนมีบริษัทในเครืออีกมากมาย รวมทั้ง บริษัท โซน่าร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อให้มีการผลิต และการบริการที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค พร้อมการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์โซน่าร์ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

พิจิตรา เรืองวัฒนไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซน่าร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าในเครือโซน่าร์ผ่านช่องทางมัลติแพลตฟอร์ม กล่าวถึงการทำตลาดของโซน่าร์ในช่วงที่ผ่านมากว่า 45 ปี เป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย ห้างค้าปลีก และการสั่งซื้อผ่านแคตตาล็อกมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันโซน่าร์อยากทำความรู้จักกับผู้บริโภคในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้ตัวจริงมากขึ้น จึงมีการปรับตัวสู่ช่องทางใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าคนไทยได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่องทาง E-commerce พร้อมทำแคมเปญ SONAR Easy Cool ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ใน 5 กลุ่มสินค้า รวม 45 รุ่น ถือเป็นการ Remind Brand เพื่อมุ่งสร้างความรู้จัก และสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่ม End-user อีกครั้ง

“ความเข้าใจผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงฟังผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไรก่อนจะนำแนวคิดนั้นมาพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และเป็นความท้าทายที่ต้องตามพฤติกรรมผู้บริโภคให้ทัน โดยเฉพาะในตลาดระดับกลางถึงล่างเพราะเป็นกลุ่มนี้เน้นเรื่องความคุ้มค่าเป็นหลัก ซึ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์จะเน้นไปที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยในปีนี้มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ถึง 90 รายการ จากเดิมเปิดตัวปีละ 30-40 รายการ และ 45 รายการแรก เป็นการเปิดตัวพร้อมกับแคมเปญ SONAR Easy Cool เพื่อตอบสนองกับทุกความต้องการของผู้บริโภคในช่วงหน้าร้อนนี้”  

ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์โซน่าร์แบ่งออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ 1. หมวดความบันเทิงภายในบ้าน (ภาพ-เสียง และอุปกรณ์เสริม) 2. หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็ก 3. หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขนาดใหญ่ 4. หมวดไอที (แก็ตเจ็ต และไลฟ์สไตล์) และ5. หมวดเครื่องเสียงโปรเฟสชั่นแนล (PA) รวมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเกือบ 3,000 รายการ ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์

“เราเน้นการทำตลาดแบบผสมผสานกับผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 กลุ่ม ไม่ได้โฟกัสกลุ่มใดเป็นหลักเนื่องจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นซีซันนอล โดยกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงสุด คือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็ก ที่มีสัดส่วนรายได้มากถึง 30% และจุดเด่นของโซน่าร์ คือการที่เรามีความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคค่อนข้างมาก อีกทั้งโซน่าร์ยังมุ่งมั่นพัฒนา และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปี 2559 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 500 ล้านบาท”

ความน่าสนใจอีกประการ คือการที่โซน่าร์มีการวางกลยุทธ์การทำตลาดผ่านรูปแบบ Multi-platform เพื่อตอกย้ำความเป็น Lifestyle Brand ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีการติดตามข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ ออนแอร์ และสิ่งพิมพ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการช็อปปิ้งที่ให้ทั้งความสนุกสนาน ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ ซึ่งผู้บริโภคสามารถช็อปปิ้งได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันยังจัดจำหน่ายผ่านร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย ห้างสรรพสินค้า และโมเดิร์นเทรดควบคู่กันไปด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับแบรนด์โซน่าร์ให้ก้าวสู่แบรนด์อันดับ 1  ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยในประเทศไทยได้อย่างมั่นคง ที่สำคัญสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าคนไทยได้อย่างทั่วถึง

“วันนี้เราจึงมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย เป็นการผสมผสานความเป็น Multi-platform อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็น และสัมผัสผลิตภัณฑ์โซน่าร์ได้ทุกที่ทุกเวลา ครอบคลุมพันธมิตรทางการค้ามากมาย โดยปัจจุบันเรามีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต และโมเดิร์นเทรด เช่น พาวเวอร์บาย โรบินสัน ท็อปส์ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร และไทวัสดุ

ปีนี้เรายังให้ความสำคัญกับการทำตลาดบนช่องทาง E-commerce ผ่านเว็บไซต์ www.sonarshopping.com ที่มีบริการสั่งซื้อออนไลน์ เก็บเงินปลายทาง โอนเงิน ชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำอย่าง Lazada, 11Street, Wemall, Weloveshopping, Tarad, Shopee รวมถึงการขายผ่านทีวีโฮมช็อปปิ้ง เช่น ทีวีไดเร็ก โอช็อปปิ้ง ทรูซีเล็คท์ ไฮช็อปปิ้ง และทีวีดี1618 และยังมีการขายผ่านแคตตาล็อก เช่น Friday Catalog, 24 Catalog, TV Direct Catalog,  His&Her Catalog, และ D Catalog เป็นต้น”

ที่สำคัญ โซน่าร์ ยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับความเป็นไทยแบรนด์ด้วยการจับมือร่วมกับ “อมรศุนย์รวมอะไหล่อีเลคโทรนิคส์” ที่มีสาขากว่า 80 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายให้กับโซน่าร์ นอกเหนือจากการจัดตั้งศูนย์บริการของตนเอง 2 แห่ง คือ สำนักงานใหญ่ จรัญสนิทวงศ์ และโรงงานสามพราน นครปฐม

พิจิตรา กล่าวเสริมถึงแคมเปญ SONAR Easy Cool กับคอนเซ็ปต์ “เย็นสะใจ...ได้ง่ายๆ” ทางบริษัทวางแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 45 รุ่น ใน 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่มเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ Easy Air จำนวน 4 รุ่น กลุ่มพัดลมไอเย็น Easy Air Cooler จำนวน 3 รุ่น กลุ่มพัดลม Easy Fan จำนวน 33 รุ่น (มีขนาดใบพัดตั้งแต่ 6 นิ้ว จนถึง 32 นิ้ว) กลุ่มตู้เย็น Easy Fridge จำนวน 1 รุ่น และกลุ่มเครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็น Easy Water Dispenser  จำนวน 4 รุ่น โดยสินค้ามีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 399-15,000 บาท เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมกับโปรโมชั่นผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% ผ่านทางสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

โซน่าร์ยังตอกย้ำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “แม็กกี้-อาภา ภาวิไล” ที่มีดีกรีเป็นถึงนักแสดงในสังกัดเครือสหมงคลฟิล์ม และเป็นนางเอกช่อง 7 สี ที่มีฐานผู้ชมอยู่ทั่วประเทศจำนวนมากอีกด้วย

“ปีนี้เราตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากในปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวมกว่า 500 ล้านบาท แบ่งเป็นจากแคมเปญ โดยมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย 35% โมเดิร์นเทรด 20% ออนไลน์ 15% ทีวีช็อปปิ้ง 15% และแค็ตตาล็อก 15% เราคาดว่า ในอีก 3 ปี หลังการเปิดตัวในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันให้แบรนด์ “โซน่าร์” ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยได้อย่างแน่นอน พร้อมการนำ บริษัท โซน่าร์ คอร์ปอเรชั่น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในอีก 5 ปี หลังจากนี้”

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดออกสู่ประเทศเพื่อนโดยเฉพาะประเทศที่ชื่นชอบสินค้า Made in Thailand และมีผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์คล้ายคลึงประเทศไทย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์

พิจิตรา ยังมองว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งในฟากช่องทางจำหน่าย และการปรับตัวของแบรนด์ต่างๆ โดยปัจจุบันตลาดเมืองไทยมีสินค้าจากประเทศจีน และเกาหลีเข้ามาทำตลาดทดแทนสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มทำตลาดน้อยลง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันไปแต่ส่วนใหญ่ยังตอบโจทย์ความต้องการแค่ฟังก์ชั่นเดียวไม่ได้เป็นมัลติฟังก์ชั่น โดยเฉพาะในส่วนของแบรนด์จีนผู้บริโภคบางคนยังติดในเรื่องของการยอมรับด้านคุณภาพสินค้า และเรื่องรูปลักษณ์การดีไซน์ก็ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากนัก

 “ในฐานะแบรนด์ไทยเรารู้ดีที่สุดว่าไลฟ์สไตล์คนไทยเป็นอย่างไร เราจึงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ยกตัวอย่าง หม้อสุกี้ชาบู ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องของการเป็นหม้อสุกี้ และชาบูในหม้อเดียวกัน หรือการเป็นหม้อชาบูที่สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเป็นต้องการที่มาจากเสียงของผู้บริโภคที่บอกผ่านมาในช่องทางต่างๆ ทั้งบนโลกโซเชียล และกับตัวแทนจำหน่าย รวมถึงช่องทางการสื่อสารอื่นๆ วันนี้    เราไม่มองว่า เราเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เราเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ ที่มองว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไร และพัฒนาผลิตภัณฑ์มาตอบโจทย์พร้อมพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้ตรงกับความต้องการ ดังนั้นหากเรามองไปที่เรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก แบรนด์ของเราก็จะอยู่ได้อย่างยาวนาน” พิจิตรา กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.