ไขความลับเพจ Salaryman’s Diary สร้างรายได้จากมนุษย์เงินเดือน

Mar 22, 2017 BrandAge Team

“แด่...มนุษย์เงินเดือนผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวายจะตายชักแห่งนี้” ประโยคเริ่มต้นจากหนังสือ Salaryman’s Diary ที่รวบรวมมุขตลกแสบๆ คันๆ จิกกัดชีวิตมนุษย์เงินเดือนได้อย่างตรงใจ เป็นหนังสือที่ต่อยอดจากเฟสบุ๊คแฟนเพจ Salaryman’s Diary จากฝีมือการวาดภาพและมุขตลกร้ายของ “คุณปอนด์ กิตติพงศ์ สุธาทองไทย” ผู้ซึ่งผ่านชีวิตการเป็นมนุษย์เงินเดือนมาอย่างโชกโชน

จุดเริ่มต้นของเพจ Salaryman’s Diary มาจากการเริ่มต้นทำเว็บไซต์แปลข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีตามความชื่นชอบของคุณปอนด์ตั้งแต่ 9 ปีก่อน จนกระทั่งเฟสบุ๊คเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการโซเชียลมีเดีย ไอเดียการสร้างรายได้ของคุณปอนด์จึงเริ่มต้นขึ้น

“ผมเรียนมาทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ตอนนั้นอยากใช้แมคบุกเป็นครั้งแรก แล้วข่าวเกี่ยวกับแอปเปิ้ลในไทยหายาก เลยคิดจะทำเว็บไซต์เกี่ยวกับแมคบุ๊คขึ้นมา โดยเอาข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศมาแปลรวบรวมให้คนอื่นอ่าน ต่อมาเฟสบุ๊คเริ่มเข้ามา เราก็เริ่มอยากหาเงิน เพราะเราแปลข่าวทำเว็บไซต์เราก็เหนื่อย จึงคิดง่ายๆ เดินไปหาไอสตูดิโอ เสนอขายโฆษณา โดยให้เขาลงโฆษณาในเว็บไซต์เรา 2 ปี ขอค่าโฆษณาเป็นไอพอดเครื่องเดียว สุดท้ายไม่ได้ แต่ก็ยังทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเฟสบุ๊คเริ่มมีให้สร้างเพจ เราก็สร้างเพจมาเสริมกับเว็บไซต์ที่มี ทำให้คนตามจากเฟสบุ๊คมาเข้าเว็บไซต์เยอะขึ้นจากวันละร้อยเป็นวันละหมื่น คราวนี้เราเลยลองไปขายโฆษณาให้ไอสตูดิโออีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขายอมซื้อ เราเลยรู้สึกว่าการทำเงินด้วยการขายโฆษณาเป็นความคิดที่ดี”

แต่เมื่อกระแสของแบรนด์แอปเปิ้ลเริ่มมากขึ้น เว็บไซต์เกี่ยวกับแบรนด์จึงมีมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เว็บไซต์ของคุณปอนด์เริ่มไม่ได้รับความนิยมเท่าเมื่อก่อน คุณปอนด์จึงเริ่มมองหาลู่ทางใหม่ในการสร้างรายได้ และในที่สุดก็มาลงตัวที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ “Salaryman’s Diary” 

“ตอนนั้นเรามาทบทวนดูว่าทำไมไอสตูดิโอในไทยของแอปเปิ้ลถึงเลือกลงโฆษณากับเว็บไซต์เรา เลยมองเห็นภาพว่าคนที่ติดตามเว็บไซต์เราเป็นแสนคนต่อเดือน มันตรงกับความต้องการของเขา แอปเปิ้ลก็อยากขายของให้คนชอบแอปเปิ้ล เลยมองโมเดลกว้างขึ้นว่าเราต้องรวมกลุ่มคนที่ชอบอะไรบางอย่าง แล้วไปเอาเงินจากคนที่จะขายของให้คนกลุ่มนี้ ความตั้งใจคราวนี้เลยคิดว่าจะเอาเงินจากแบรนด์ไลฟ์สไตล์ทุกแบรนด์ในประเทศ และกลุ่มที่เขาจะขายของให้ก็คือมนุษย์เงินเดือน เลยสร้างแฟนเพจขึ้นมาเพราะต้องการรวบรวมมนุษย์เงินเดือนมาอยู่ด้วยกัน ด้วยคอนเทนต์ที่ไลค์ คอมเม้นต์ และแชร์ได้ง่ายๆ”

เรียกได้ว่าเพจ Salaryman’s Diary ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เปิดด้วยยอดไลค์กว่า 8,000 ไลค์ และก้าวสู่แสนไลค์ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ด้วยภาพการ์ตูนที่เสพง่าย เนื้อหาสั้นๆ ตรงประเด็น มีความตลกที่แฝงความจิกกัดที่โดนใจมนุษย์เงินเดือน ทำให้ภายในหนึ่งเดือนที่เปิดเพจ ก็สามารถดึงให้แบรนด์ต่างๆ เข้ามาซื้อโฆษณาทันที

“รายได้ที่พีคที่สุดที่ Salaryman’s Diary เคยทำได้ต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท ผมตั้งราคาโฆษณาขั้นต่ำต่อครั้งประมาณ 10,000-15,000 บาท เพราะเราไม่ได้มีต้นทุนอะไร เพียงแค่มีไอเดียเท่านั้น ถ้าเราได้โฆษณามาเดือนละ 3 ชิ้นเราก็อยู่ได้แล้ว”

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ต่างๆ เข้ามาซื้อโฆษณา คุณปอนด์มองว่าคาแร็กเตอร์มีส่วนสำคัญมาก เพราะแบรนด์ที่เข้ามา แน่นอนว่าไม่มีใครอยากลงทุนในเพจที่ไม่มีจุดเด่น ดังนั้นคาแร็กเตอร์ต้องมีความชัดเจน ซึ่งเพจ Salaryman’s Diary มีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน นั่นคือการนำเสนอชีวิตรันทดของมนุษย์เงินเดือน ในมุมที่ตลก ประชดประชัน

วิธีที่จะช่วยให้คาแร็กเตอร์ของเพจมีความชัดเจน เทคนิคหนึ่งสำหรับคุณปอนด์คือการใช้สี เนื่องจากพฤติกรรมของคนที่ใช้สมาร์ทโฟน การสไลด์แต่ละภาพผ่านไปเร็วมาก ดังนั้นหากภาพที่นำเสนอไม่มีความโดดเด่นก็จะถูกสไลด์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นภาพของ Salaryman’s Diary จึงถูกปูด้วยสีเหลืองทั้งภาพเพื่อดึงดูดความสนใจ สิ่งต่อมาคือคอนเทนต์ที่ต้องกล่นกรองอย่างดี โดยคุณปอนด์เรียกว่าจริตของมุข ที่มีความตลก ประชดประชัน จิกกัด แต่ทุกๆ คนก็เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เกิดการกดไลค์ คอมเม้นต์ พร้อมทั้งแชร์ต่อออกไปเป็นประเด็นพูดคุยกับเพื่อนๆ และพาให้เพื่อนเข้ามากดไลค์เพจต่อๆ กันเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่มีประสบการณ์เหมือนกัน

เคล็ดลับในการทำเพจที่สร้างรายได้ สิ่งที่คุณปอนด์แนะนำ คือต้องรู้ก่อนว่าเพจที่สร้างขึ้นมานั้น ต้องการหารายได้จากใคร แล้วเขาอยากให้เรารวบรวมคนกลุ่มไหนให้ และเราจะรวบรวมคนกลุ่มนั้นให้ได้อย่างไร ซึ่งถ้าตีโจทย์ออก คุณปอนด์เชื่อว่าต้องเป็นเพจที่สำเร็จแน่นอน นอกเสียจากถ้าจะเลิกกลางทาง หรือคาแร็กเตอร์ไม่ชัดเจน

ส่วนแผนในอนาคตของ Salaryman’s Diary คุณปอนด์มองว่าการสร้างเพจนั้นเป็นเทรนด์ที่มาเร็วไปเร็ว

“พอมันทำเงินได้ ก็อย่าคิดว่ามันจะได้ไปตลอดกาล มันเป็นไปตามกระแส เราต้องพยายามทำอย่างอื่นเพิ่มเรื่อยๆ อย่างเราก็เริ่มไปเปิดเพจใหม่แล้วใช้เพจ Salaryman’s Diary ไปช่วยดันเพจนั้นให้ยอดไลค์เพิ่ม ซึ่งตอนนี้โฆษณาก็เริ่มเข้าหาเพจใหม่ของเราแล้ว เทรนด์ออนไลน์มาร์เก็ตติ้งมันมาแรงก็จริง งบเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เพจใหม่ๆ มันก็เพิ่มขึ้นทุกวันตามไปด้วย ตัวแชร์มันก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะงั้นคาแร็กเตอร์เราต้องชัด ไม่งั้นเรา ก็จะถูกแชร์”

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.