38,940
VIEWS

เปิดแนวคิด ลิลูน่า โมเดลน้ำใจ แชร์ค่าเดินทาง

Dec 11, 2017 S.Worapol

คอลัมน์สตาร์ทอัพชิ้นนี้ทีมงานได้รับการติดต่อจาก ลิลูน่า แอพพลิเคชั่นน้องใหม่ ที่วางตัวเองอยู่ในกลุ่มการเดินทาง แต่ด้วยฟังก์ชั่นและวิธีการใช้งานแล้วค่อนข้างแตกต่างจากแอพเรียกรถเดินทางอย่างที่เราเคยรู้จักเลยทีเดียว

เพราะลิลูน่าได้ใช้โมเดล Sharing Economy เข้ามาจับ ที่แตกต่างก็คือเรื่องของ “น้ำใจ”  คือ ผู้โดยสารไม่สามารถเรียกรถให้มารับได้ แต่ผู้โดยสารต้องเลือกเส้นทางต่างๆ ภายในแอพพลิเคชั่น ที่ฝั่งคนขับจะมาแชร์ว่าวันนี้พวกเขาจะเดินทางไปไหนบ้าง และมีที่นั่งเหลือกี่ที่ 

พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนกับ ทางเดียวกันไปด้วยกัน นั่นเองครับ อย่างนาย ก อยู่ราม ต้องการไปพระราม 9 เย็นนี้ นาย ก ก็ลงเส้นทางไว้ในลิลูน่า

นาย ข เป็นฝั่งของผู้โดยสาร อยู่แถวรามเข้ามาดูเส้นทาง บังเอิญเห็นนาย ก จะไปพระราม 9 เย็นนี้ ซึ่งนาย ข มีธุระแถวนั้นพอดี จึงเกิดการเเมชชิ่งกันทั้งสองฝ่าย

เป็นประโยชน์มากๆ เลยใช่ไหมครับ เพราะดูเหมือนจะราบรื่น ง่ายๆ ชิลๆ แต่เบื้องหลังแล้วมีความท้าทายที่ลิลูน่ากำลังเผชิญอยู่อีกหลายเรื่อง เราเลยใช้โอกาสนี้พูดคุยกับคุณนัฐพงษ์ จารวิจิต Founder ลิลูน่าถึงเรื่องราวข้อมูลต่างๆ

หลังจากบรรทัดนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจนะครับ 

Q: อะไรคือ ลิลูน่า

A: เราเรียกลิลูน่าว่า Ride Sharing Economy  ที่เป็นเหมือนกับสังคมการแชร์การเดินทาง เรามองว่าในอนาคตมันจะใหญ่ขึ้นมากกว่านี้ ก็เลยมองว่าเป็น community ซะมากกว่า

Q: จุดเริ่มต้นคืออะไร

A: ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ทำงานที่เยอรมันมา 3 ปี พอกลับไทยก็เริ่มรู้จัก Startup จากโครงการต่างๆ เลยรู้สึกว่าอยากทำ Startup เพราะว่าการทำงานที่เยอรมันมันไม่ได้ตอบโจทย์ ก็เลยหาไอเดียว่าจะเริ่มต้นจากอะไร

สิ่งที่เห็นเลยก็คือผมอยู่คอนโด ตอนเช้าเวลาออกไปทำงานก็จะเห็นว่ามีคนมายืนรอรถในทุกๆ วัน ขณะที่เราขับรถไปแล้วก็จะมองเห็นคนยืนรอรถเมล์ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็เลยคิดว่าเราอยู่คอนโดเดียวกันเห็นหน้ากันทุกวัน ก็น่าจะไปด้วยกันได้ 

แล้วก็เกิดคำถามขึ้นว่าเขาจะไปไหม พอผมลองถามจริงๆ เขาก็ไม่ไปกับเรา บางครั้งเป็นขากลับเข้าคอนโดซึ่งมันเป็นทางที่ค่อนข้างไกล เขาต้องกลับอยู่แล้ว เราก็ต้องขับรถกลับเช่นกัน

ก็เลยได้ไอเดียว่าจริงๆ การทำอย่างนี้มันมีประโยชน์ มันเป็นเรื่องการเดินทางไปด้วยกัน ก็เลยมาดูว่าโมเดลที่ไทยมีหรือยัง พอมาดูแล้วที่ไทยยังไม่มีก็เลย คิดว่าเราควรที่จะทำให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ 

Q: วันนั้นคิดเรื่อง Business Model อย่างไร

A: คือจากการที่เราได้ทำงานมาก็รู้สึกว่าไม่ได้มีความสุข ไม่ได้มีอะไรที่มันจะตอบโจทย์ในเรื่องของชีวิตการทำงานสักเท่าไหร่ ก็เลยมาคิดว่าเราจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อที่จะให้ใครหลายคนมีความสุขกับสิ่งที่เราทำ  

อยากจะทำงานที่เจ๋งๆ ตอนนั้นก็คิดแค่นั้น แต่พอทำมาแล้วเริ่มมีคนใช้ สื่อหลายๆ ที่มองว่าประสบความสำเร็จ ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย อย่างเรื่อง Business Model ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องมานั่งคิดว่าจะวางแผนยังไง

ตอนนี้ที่คิดได้คือการหาค่าโฆษณา เราไม่อยากให้ไปกระทบกับใคร มันเป็นโมเดลที่ง่ายที่สุด คือถ้าเกิดมีคนใช้เยอะเราก็หาโฆษณาได้

Q: ทางเดียวเลย ?

A: ตอนนี้ก็มีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เข้ามาให้เราไปสร้างแพลตฟอร์มอะไรบางอย่างโดยใช้โมเดลของเรา เขารู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้มีประโยชน์ที่จะเอาเข้าไปใช้ในองค์กรได้ แต่ก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่เพราะว่ามีข้อตกลงบางอย่างยังไม่ลงตัว

Q: คิดว่าบริการแบบนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยในเวลานี้เเล้วหรือยัง

A: ผมมองว่าถึงเวลาที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมแบบนี้มันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

ถ้า 2 ปีที่แล้วลิลูน่าเข้ามาก็อาจจะเป็นอะไรแปลกๆ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ

แต่วันนี้ผมมองว่าไม่ได้แตกต่างจาก Grab หรือ Uber มากเท่าไหร่ เพราะว่ามันก็คือรูปแบบเดียวกัน ก็เลยรู้สึกว่าลิลูน่าน่าจะไปได้

แต่ก็มีความยากอยู่เพราะว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับคนไทย

เราต้องตอบคำถามว่าการที่เราขึ้นรถไปกับคนที่ไม่รู้จักมันจะปลอดภัยจริงหรือ ซึ่งมันก็เป็นคำถามที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับเรา

Q: เตรียมจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

A: พอเอาเข้าจริงๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าผมต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไก อย่างคนร้อยคน มีคนที่ไม่อยากใช้ 70 คน แต่มีคนที่ใช้ 30 คน เราไปโฟกัสที่คน 30 น่าจะดีกว่า

เราไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรกับคนทุกคนได้ สู้เรามาโฟกัสคนที่ใช้บริการแล้วทำให้คนที่ใช้มีความรู้สึกดี น่าจะค่อยๆ ขยายตลาดไปได้

Q: สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร

A: ตอนนี้เราเปิดบริการมาประมาณ 10 เดือน ในเรื่องของผู้ใช้มีปริมาณที่เยอะขึ้น จากช่วงแรกๆ จะเป็นแค่เพื่อนที่จะเข้ามาช่วยกันสร้างเส้นทาง พอมีเส้นทางเยอะขึ้นก็จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

แต่หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นตัวนี้ก็สามารถที่จะโตได้ด้วยตัวเอง มีผู้ใช้งานเกิดขึ้น มียอดดาวน์โหลดประมาณ 92,000 ดาวน์โหลด ในจำนวนนี้มี 30,000 คนที่ลงทะเบียนกับเรา มี 3,500 คนเป็นคนขับ และยอด Active Users อยู่ที่ประมาณ 1,000 คน

แต่ตัวเลขที่แมชกันระหว่างเส้นทางกับคนเดินทางตัวเลขตรงนี้ยังน้อยอยู่ เนื่องจากเส้นทางยังน้อย

พอช่วงหลังหลังเส้นทางเยอะขึ้นแต่เวลาในการเดินทางกลับไม่ตรงกัน ตรงนี้มันก็ทำให้สูญเสียโอกาสไป

Q: วางแนวทางแก้ไขไว้อย่างไร

A: ทำให้คนรู้จักแอพพลิเคชั่นก่อน คือถ้าเกิดคนรู้จักก็จะได้เส้นทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ใช้ก็จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นเช่นกัน 

Q: ความท้าทายคืออะไร

A: อย่างแรก ผมมองว่าต้องใช้เวลา คือถ้าคนบอกว่าไม่ปลอดภัย ก็จะต้องดูว่าเรามีการตรวจสอบทั้งสองฝั่งทั้งคนขับทั้งคนนั่ง มีอะไรที่จะทำให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ 

คำถามก็คือว่า เรานั่งแท็กซี่เรารู้จักชื่อของคนขับหรือเปล่าถึงแม้ว่าจะมีป้ายชื่อบอกแต่คนขับกับป้ายชื่อก็ไม่ได้ตรงกันเสมอไป อย่างนั่งมอไซค์รับจ้างไปในที่เปลี่ยว เรายังนั่งไปกับเขาได้เลย แต่การที่เราจะสื่อสารในลักษณะนี้กับทุกคนเราก็ไม่สามารถที่จะทำได้จริงๆ

อย่างที่ 2 เรื่องแอพพลิเคชั่นเราพยายามทำที่ให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นและการใช้งานต่างๆ ที่ทำให้ง่าย และมีความปลอดภัยมากที่สุด 

Q: มีการศึกษาเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ หรือไม่

A: เราก็พยายามศึกษาข้อกฎหมายที่จะชี้แจงว่า บริการของเราไม่ได้เป็นการขนส่งสาธารณะเพราะอย่างบริการอื่นๆ คือเรียกรถให้มารับเรา แต่ลิลูน่าไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ มันเหมือนเราอยู่ออฟฟิศเรามีรถ มีเพื่อนจะกลับด้วยมันเป็นแบบนี้มากกว่า

แต่ว่าข้อนี้เราก็จะฟันธงไม่ได้ว่าเราถูกกฎหมายจริงๆ คือถ้าเขาจะเอาผิดเราก็เอาผิดได้เพราะว่าเราก็คือรถสาธารณะไปรับคน

จริงๆ ลิลูน่าสอดคล้องกับโครงการของรัฐเมื่อหลายปีก่อนในเรื่องของทางเดียวกันไปด้วยกัน โครงการประหยัดพลังงานหารสอง ซึ่งมีอยู่จริงๆ ที่กระทรวงพลังงานเคยทำมา 

Q: มองอนาคตของลิลูน่าไว้อย่างไร

A:  จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่าลิลูน่าจะไปได้ถึงขั้นไหน เพราะว่ามันค่อนข้างยากกับการที่เราจะทำให้คนมาใช้

คนที่ต้องการมาใช้บางครั้งก็ไม่ได้มีเส้นทางที่มากพอให้เขาเลือกได้ ก็เลยทำให้ไม่ตอบโจทย์คนทุกคนที่อยู่ใน Community ของเรา

ในอนาคตถ้าเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะมีความทันสมัยมากขึ้น มีรถตู้ มีรถไฟฟ้า มีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีรถเมล์ ผมก็อยากให้ลิลูน่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช้สำหรับคนเดินทาง

ถ้าคิดถึงการเดินทางก็คิดถึงลิลูน่า

ภาพ วิจักษณ์ สุขเจริญ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.