12,790
VIEWS

สิงห์ – ช้าง แง่มุมที่อาจไม่รู้ของสงครามเบียร์กว่าแสนล้าน

Dec 14, 2017 R.Somboon

ตลาดเบียร์ของบ้านเรามีมูลค่าสูงถึงกว่าแสนล้านบาทต่อปี เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ แต่ในความใหญ่ของตลาดนี้กลับถูกถือครองโดยแบรนด์ใหญ่ๆ เพียงไม่กี่แบรนด์ ที่ขับเคี่ยวกันมาตลอดก็คือค่ายสิงห์กับช้าง ซึ่งทั้ง 2 ค่ายมีแชร์รวมกันกว่า 90% แบ่งเป็นของค่ายสิงห์ร่วม 60% และช้างอีกกว่า 30%

อย่างที่รู้กันอยู่ ตลาดนี้มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะกับยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 ราย ที่ครั้งหนึ่งช้างสามารถโค่นสิงห์ลงได้ แต่เมื่อสิงห์ตั้งหลักได้ก็กลับมาทวงตำแหน่งของตัวเองคืน โดยมีเบียร์ลีโอ เป็นหัวหอกหลัก สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงนี้ ยังมีบางแง่มุมของตลาดที่คุณอาจจะไม่รู้

อุบัติเหตุแบรนด์เนมวันนี้ ขอนำเสนอบางแง่มุมของตลาดเบียร์ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาที่คุณไม่รู้ หรืออาจจะรู้แต่หลงลืมไปแล้ว ลองมาดูกันว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง

ไม่ใช่แค่ลีโอ

แต่ยังมีซูเปอร์ลีโออีกแบรนด์หนึ่ง

ย้อนภาพไปเมื่อครั้งที่ช้างเข้ามาเขย่าบัลลังก์สิงห์เมื่อร่วม 20 ปีที่แล้วให้เห็นสักนิด ในครั้งนั้น ช้างโจมตีไปยังจุดแข็งของสิงห์ 2 จุดใหญ่ๆ ซึ่งนั่นก็คือ เรื่องของระบบจัดจำหน่ายที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และเรื่องของแบรนด์อิมเมจของสิงห์

ในเรื่องแรกคือระบบจัดจำหน่าย ช้างสร้างระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันผ่านตัวแทนจำหน่ายเหล้าของตัวเอง เพื่อขึ้นมาทาบสิงห์ในเรื่องของการผลักดันสินค้าเข้าร้าน โดยมีเรื่องที่รู้กันไปทั่วก็คือเรื่องของการขายเหล้าพ่วงเบียร์ที่เข้ามาช่วยผลักดันให้เบียร์ช้างสามารถเข้าไปเบียดในตู้แช่ได้เป็นอย่างดี

ส่วนการโจมตีในจุดแข็งที่ 2 คือเรื่องของแบรนด์อิมเมจนั้น การทำราคาขายแบบ 3 ขวด 100 บาทของช้าง ส่งผลกระทบต่อสิงห์อย่างมาก เพราะไม่สามารถขยับเข้ามาสู้ในเรื่องราคาได้ เพราะแบรนด์อิมเมจที่สั่งสมมานาน การรับมือกับเรื่องดังกล่าวจึงต้องออกเบียร์ตัวใหม่เข้ามาต่อกรด้วย

เราจึงได้เห็นเบียร์ลีโอถูกส่งเข้ามาในตลาดด้วยราคาขายที่ไม่แตกต่างกันนัก....

ประเด็นมันอยู่ตรงที่เบียร์ลีโอยังมีดีกรี และรสชาติที่อ่อนกว่าช้างที่ถูกวางให้เข้าไปเปลี่ยนคนที่เคยดื่มเหล้าขาวของไทยเบฟ ให้หันมาดื่มเบียร์แทน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต้องการดื่มเบียร์รสเข้มดีกรีสูงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ค่ายสิงห์เอง จึงต้องมีการออกเบียร์อีกตัวที่มีดีกรี และรสชาติที่เข้มข้นเข้ามาประกบ ในชื่อแบรนด์ ซูเปอร์ลีโอ กลายเป็น 2 แบรนด์ที่ประกบติดแบบช้าง

ย้อนมาที่ลีโอ ในช่วงแรกไม่ได้เป็นเบียร์ที่มีภาพลักษณ์ของการเป็นเบียร์ของคนรุ่นใหม่อย่างทุกวันนี้ หากยังพอจำกันได้ ลีโอในช่วงแรกๆ มีภาพติดตัวในฐานะของการเป็นเบียร์ “ผู้ว่า” ที่มีการนำเอาไพโรจน์ ใจสิงห์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมกับเมสเสจที่ติดปากคนดื่มคือ “ไชโย ลีโอ”

แต่หลังจากที่ลีโอได้จุดลงตัวทั้งเรื่องของภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ถูกแทนที่ด้วยภาพของการเป็นเบียร์ของคนรุ่นใหม่ที่มีภาพออกมาเซ็กซี่นิดๆ พร้อมกับรสชาติที่ถูกปรับจนเข้ากับคนไทย และกลายเป็นเบียร์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนสามารถเก็บแชร์เข้ากระเป๋าได้เป็นจำนวนมาก จนแซงหน้าช้างขึ้นเป็นผู้นำด้วยจุดยืนที่แข็งแกร่ง

ซูเปอร์ลีโอก็ถูกถอนออกจากตลาดไป พร้อมกับภาพของความทรงจำที่ค่อยๆ เลือนหายไป จนบางคนลืมไปว่ายังเคยมีเบียร์แบรนด์นี้อยู่ในตลาด....

จากซูเปอร์ลีโอสู่ไทเบียร์

ปิดท้ายด้วยอีสานเบียร์

หลังการออกเบียร์ทั้งลีโอ และซูเปอร์ลีโอมา 1 ปี พบว่ายอดขายลีโอกับซูเปอร์ลีโอกลับไม่โต เลยถอดซูเปอร์ลีโอออกจากตลาด พร้อมเปลี่ยนเป็น Super Lion พบว่า ยอดขายลีโอเบียร์โตขึ้นมาเลยแต่ยอดขาย Super Lion กลับไม่โต ค่ายสิงห์จึงต้องหันไปคุยกับคนดื่มพร้อมถามว่าทำไมไม่ซื้อ Super Lion พบว่า เบียร์ที่ออกมาไม่ตรงกับที่ผู้บริโภคอยากได้

ทั้งนี้เป็นเพราะ คำว่า “Super” มีมุมมองที่แตกต่างกันลิบลับกับที่ค่ายสิงห์ต้องการ เพราะค่ายสิงห์อยากจะให้คนดื่มรับรู้ว่า “Super” ที่ออกมามันหมายถึงรสชาติที่แรง แต่คนดื่มกลับมองว่ามันต้องพรีเมียม ไม่ได้เป็นเบียร์ที่รสชาติเข้มอย่างนั้นเลยไม่ได้รับการตอบรับจากคอเบียร์ แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นไทยเบียร์ก็ยังไม่โดน แผนที่วางไว้ให้เบียร์ตัวนี้เป็น “แทคติเคิล โปรดักต์” เพื่อกันคู่แข่งจึงไม่เป็นไปดังที่หวัง

จึงเกิดการปรับเปลี่ยนอีกครั้งเป็นชื่อ อีสานเบียร์เพื่อมาบล็อกราคาคู่แข่งไม่ให้ขึ้นเกินอีสานเบียร์ ถ้าช้างขึ้นราคามาเท่าอีสานเบียร์เมื่อไหร่ อีสานเบียร์จะขายได้เพราะคนรู้ว่าอีสานเบียร์ค่ายสิงห์เป็นคนทำ เมื่อช้างขายไม่ได้ก็ต้องลดราคาลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายของลีโอ เพราะราคามันอยู่ตรงกลางระหว่างอีสานเบียร์กับสิงห์ แม้ค่ายสิงห์จะขาดทุนกับอีสานเบียร์ แต่ก็ต้องทำเพราะมันจะขายได้ดีเมื่อคู่แข่งขึ้นราคา เรียกได้ว่าเป็นการป่วนคู่แข่งไม่ให้ดำเนินกลยุทธ์ในการทำตลาดได้คล่องตัวเท่าไรนัก  

แม้จะเป็นการปั้นแบรนด์เพื่อมาทดแทนแบรนด์เก่า แต่ในแง่ของการแข่งขันแล้ว อีสานเบียร์จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของค่ายสิงห์ได้อย่างลงตัวในช่วงเวลานั้น จึงมีการทำตลาดเบียร์ตัวนี้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงแรกของการเปิดตัว โดยอีสานเบียร์ ใช้หลักการของ Localize Marketing วางตำแหน่งไว้เป็นเบียร์สำหรับคนอีสานโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เบียร์ของเฮา อีสานของเฮา” ซึ่งถือเป็นการสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในเมืองไทยที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะ เพราะในตลาดต่างประเทศ ได้ใช้วิธีการ Localization มานานแล้ว โดยเป็นไปในลักษณะของเบียร์ท้องถิ่นออกมาเพื่อจับผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นๆ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งของอีสานเบียร์ วางไว้ระดับไว้ล่างกว่าเบียร์ลีโอ เพราะตามที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเบียร์ลีโอ ได้ฐานผู้ดื่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นแมสในเมือง แต่อีสานเบียร์ เลือกจะจับผู้ดื่มที่เป็นคนอีสาน เห็นได้จากชื่อแบรนด์ และคอนเซปป์แบรนด์ สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นคนอีสาน รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารอีสาน 

แต่เมื่อพิจารณาถึงระดับดีกรีของอีสานเบียร์ จะพบว่ามีเพียง 4.7% ขณะที่ลีโอ ประมาณ 5% ส่วนเบียร์ช้าง ประมาณ 6% ซึ่งพฤติกรรมของผู้ดื่มเบียร์ระดับล่าง ถูกสร้างให้คุ้นชินกับการบริโภคปริมาณแอลกอฮอล์สูง แต่เหตุผลที่อีสานเบียร์ มีดีกรีไม่มาก เนื่องจากค่ายสิงห์มองถึงเทรนด์แอลกอฮอล์ต่ำ และการดื่มแอลกอฮอล์ต่ำ จะสามารถดื่มได้เรื่อยๆ มากกว่าดื่มระดับดีกรีสูง

อีสานเบียร์ ออกไซส์ขวดใหญ่ขนาด 630 มล. ราคาขายส่ง 360 บาทต่อกล่อง และราคาขายปลีกประมาณ 3 ขวด 100 บาท  สาเหตุที่อีสานเบียร์ เลือกจะส่งขวดใหญ่ออกมาเพียงไซส์เดียว เพราะพฤติกรรมการดื่มของผู้บริโภคจะชอบการ Sharing ดื่มแบบสังสรรค์

หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า เบียร์ลีโอเกิดที่อีสาน และช่วงแรกวางตำแหน่งไว้เป็นเบียร์ผู้ว่าฯ เจาะกลุ่มระดับรากแก้ว แต่หลังจากลีโอ ได้จุดลงตัวทั้งด้านกลุ่มเป้าหมายหลัก และได้ตำแหน่งของแบรนด์ที่ชัดเจนแล้ว คือความเป็น Sexy Beer จับกลุ่มแมสที่เป็นคนรุ่นใหม่ในเมือง วางตำแหน่งไว้ระดับบนกว่าช้าง

ประกอบกับที่ผ่านมายอดขายของค่ายสิงห์ ประมาณ 25-30% มาจากพื้นที่ภาคอีสาน ขณะเดียวกันภาคอีสาน เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสทางการตลาดสูง เพราะตามที่กล่าวเปิดเรื่อง ในด้านของจำนวนประชากร และจำนวนจังหวัด นอกจากนั้นอีกปัจจัยหนึ่งของการปั้นแบรนด์เพื่อเจาะตลาดอีสานโดยตรง มาจากคู่แข่งอย่างค่ายช้าง ที่มีความแข็งแกร่งในภาคอีสานนั่นเอง จึงเป็นการตามประกบคู่แข่งด้วยแบรนด์ใหม่ ที่มีภาพของความเป็นท้องถิ่นนิยมเข้ามาขับเคี่ยวด้วย

การส่งอีสานเบียร์ลงตลาด จึงตอบโจทย์ทั้งการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ และการตามประกบคู่แข่งไปในตลาด แต่หลังจากที่ลีโอแรงขึ้น จนสามารถเบียดช้างลงได้ แทคติกต่างๆ ที่ถูกส่งเข้ามาประกบคู่แข่งจึงถูกใช้น้อยลง พร้อมๆ กับการถอนออกจากตลาดของอีสานเบียร์

อีสานเบียร์ เลยเป็นอีกแบรนด์ที่คุณอาจไม่รู้ หรือลบเลือนไปจากความทรงจำ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.