315,578
VIEWS

“อนาคตคนจะไม่เดินเข้าธนาคารหรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า” - บัณฑูร ล่ำซำ

Dec 21, 2017 S.Vutikorn

ธนาคารกสิกรไทยใช้เวลาร่วม 20 ปี กว่าจะอัพเกรดจากธนาคารสาขาเป็นธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นจดทะเบียนในประเทศจีน

เหตุผลอะไรที่ทำให้ คุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย ต้องใช้ความพยายามถึงขนาดนี้

บทสัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้อธิบายคำตอบไว้ทุกอย่าง

บัณฑูร เล่าย้อนความถึงเหตุผลที่ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ว่าคำว่า “นาน” นี้ในที่นี้ไม่ใช่การเตรียมตัวหรือยื่นคำร้องกับคณะกรรมการการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (CBRC) หากแต่ใช้เวลานานเพราะโลกต้องใช้เวลาในการปรับทิศทางทางเศรษฐกิจ

จริงๆ แล้วงานนี้เริ่มตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เมื่อภูมิภาคนี้ได้เรียนรู้คำว่า ความเสี่ยงโดยเฉพาะยิ่งประเทศไทย ซึ่งทำกันจนพังจีนก็พังไปพอๆ กัน หลังจากนั้นจึงได้มีการเรียนรู้เกิดขึ้นในเรื่องธุรกิจการเงินพร้อมกับการรับรู้ความเปลี่ยนแปลงการเมืองโลก คือการผงาดอีกครั้งของจีนใช้เวลาหนึ่งศตวรรษไต่กลับเข้ามาอีกครั้งจากความล้มเหลวของตนเองในอดีตมาถึงวันนี้ 20 ปี หลังวิกฤตเศรษฐกิจจีนก็พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งในโลกจากสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าโลกคนเดียวตอนนี้ มีมหาอำนาจหลายประเทศและความเชื่อมต่อของคนและประเทศต่างๆ จากโลกที่ปิดแบ่งค่ายนั้นค่ายนี้ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว

ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้โลกของเราเต็มไปด้วยความเสี่ยงแต่ความเสี่ยงนั้นมาพร้อมๆ กับโอกาสเสมอ

“โอกาสและความเสี่ยงมาพร้อมๆ กันและการที่มีโอกาสและไม่สามารถใช้โอกาสนั้นได้เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งคือ การเสี่ยงที่จะหลุดโลกหลุดไปข้างหลังตามเขาไม่ทันเขาไปถึงไหนๆ ก็ยังย่ำอยู่ในรูปแบบเดิมที่เดิมๆเพราะฉะนั้นวันนี้เป็นบทเรียนของจัดการซึ่งใช้ได้ทั้งนั้นในระดับบริษัทเอกชนหรือระดับประเทศหรือระดับตัวบุคคลก็ตาม คนที่ไม่รู้จักที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ลืมตาดูว่าโลกไปถึงไหนวันหนึ่งหลุดอยู่ข้างหลังอันนี้คือบทเรียนตัวสำคัญ”

กลับมาที่ประเทศจีนคุณบัณฑูรกล่าวย้ำว่า การที่ประเทศจีนยอมให้ธนาคารต่างชาติเข้ามาเปิดเป็นธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นจดทะเบียนในประเทศ ก็มีความเสี่ยงเช่นกันหากไม่มีการตรวจสอบที่ดี ดังนั้นการที่ธนาคารกสิกรไทยได้รับความไว้วางใจครั้งนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ความพร้อมของธนาคารกสิกรไทยอีกขั้นหนึ่ง

รวมทั้งการเชื่อมต่อของมนุษย์ในหลายๆ ประเทศจากที่เป็นค่ายตอนนี้เกิดหมดไม่มีค่ายแล้วตัวเชื่อมที่สำคัญที่สุดก็คือ การค้าขายเพราะทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น การที่ประเทศจะมีประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็ต้องเปิดค้าขายกับคนข้างนอกก็มีการตื่นตัวอย่างแรงในภาคการเมือง ซึ่งนำไปสู่การที่จะยกระดับประเทศของตนเอง อย่างประเทศจีนนี่ประกาศใหญ่เลยที่จะยกระดับคุณภาพประชากรปลอดความยากจนไม่มีของไทยก็ประกาศตามแต่ใครจะเชื่อหรือเปล่า

เราเป็นธนาคารที่ 2 ที่ได้รับอนุญาตแต่ใบอนุญาตแค่ใบเบิกทางเบื้องต้นไม่ได้บอกความสำเร็จเราต้องทำให้มีศักยภาพที่จะส่งเสริมการค้าขายทางเรายังต้องทำงานอีกมาก ครั้งนี้เป็นความพยายามของเอกชนราย1 ซึ่งศึกษาความเป็นไปรวบรวมความรู้รวบรวมทีมงานรวบรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน เรายังคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีเทคโนโลยีเหล่านี้แล้วนำเอามาปรับให้เป็นรูปบบที่ยืนอยู่ได้บนโลกของการค้าขายอย่างมีความหมาย มีประโยชน์มีนัยะที่สำคัญต่ออนาคต” 

สำหรับเป้าหมายในประเทศจีน คุณบัณฑูร กล่าวว่า ในระยะแรกการวางเป้าหมายด้านตัวเลขเป็นเรื่องที่คาดคะเนได้ยาก ดังนั้นในระยะแรกธนาคารกสิกรไทยจะเน้นการทำงานไปที่การวางโครงสร้างขององค์กรให้มั่นคงก่อน

"1) ยุทธศาสตร์ต้องชัดเจนสอดคล้องกับความเป็นจริงของสภาวะการค้าขายข้ามประเทศข้ามโลก 2) เทคโนโลยีและบุคลากรต้องพร้อมทั้ง 2 อย่างสมัยก่อนเทคโนโลยีเป็นเรื่องตื้นๆ ตอนนี้ไม่มีแพ้เลย หรือมีแต่ไม่ถึงขั้นก็แพ้เลย เพราะคนใช้ไม่ได้และคนก็ต้องรู้ต้องมีความรู้ใหม่ๆ ต้องรู้เทคโนโลยี, วัฒนธรรม, กฎกติกาของการค้าขายที่โลกใหม่เขาทำกัน

 นี่ต่างหากที่เราต้องเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะในจีน ไทยนี่แหละตัวดีเรามาจากโลกเก่าจะไปโลกใหม่เราสามารถพาพนักงานกว่า 20,000 คน ไปได้หรือไม่เราจะหาคนแบบความคิดใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเรามีพลังขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตได้หรือไม่แล้วค่อยพูดถึงว่าเราจะไปถึงไหนในแง่ของขนาดธุรกิจ

ถึงตรงนี้ หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า การเข้ามาแข่งขันในตลาดการเงินประเทศจีน

ที่มีความแข่งแกร่งและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างมาก ธนาคารกสิกรไทยมีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร

กับคำถามนี้ คุณบัณฑูรอธิบายว่า ทุกวันนี้การแข่งขันไม่ได้มีอยู่แค่ในประเทศจีน เพราะดิจิทัลทำให้ทุกแห่งเชื่อมโยงกันหมด ส่วนการแข่งขันในจีนที่มีสูงธนาคารกสิกรไทยก็ไปด้วยความเพียรพยายามที่เยอะกว่า

มันก็ยากทั้งนั้นไปที่ไหนไม่มีหรอกที่จะไม่มีการแข่งขันทุกที่มีการแข่งขันทั้งนั้น ไม่งั้นจะเรียกว่าธุรกิจเหรอธุรกิจต้องประเมินสถานการณ์ตลาดเป็นอย่างไรใครทำอะไรเราทำได้ไหมเนี่ย

ที่สำคัญคือ เทคโนโลยีและบุคลากรเป็นตัวแปรตัวปัจจัยสำคัญของความสำเร็จไม่มีเทคโนโลยีก็บ๊ายบายบุคลากรไม่มีใครอยากทำงานด้วยก็จบ ไม่ว่าจะที่จีนหรือไทยคุณบัณฑูรอธิบาย และกล่าวเพิ่มเติมว่า

เราไม่ใช่เฉพาะทำกับนักธุรกิจจีน แต่สำคัญทำอย่างไรที่เราจะเป็นตัวเชื่อมการค้าขายการลงทุนระหว่างประเทศที่บอก AEC+3 คือยุทธศาสตร์ของเราเออีซีคืออาเซียนบวก 3 คือจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทุกคนมีบทบาทมีพลังด้วยกันทั้งนั้น ในการค้าขายในการลงทุนเราต้องไปสวมเอาพลังงานตรงนั้นมาใช้ให้เกิดมั่งคั่งโดยรวมด้วย และของประเทศไทยด้วย

ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่าโลกเรานี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไหวตัวทันโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้นำก็คือ รัฐบาลที่ต้องไหวตัวให้ทันและพัฒนาล่วงหน้าในเรื่องที่จะต้องพัฒนาแล้วนำพาประเทศให้พัฒนาล่วงหน้าเพราะของพวกนี้ไม่ได้พัฒนาข้ามคืน

ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทยย้ำว่า ประโยชน์ที่ได้ทันทีจากการเข้ามาเปิดเป็นธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีนก็คือ 1) เป็นการเปิดโอกาสในการทำธุรกิจอย่างกว้างขวาง 2) คือประเทศจีนเป็นแหล่งของความรู้มหาศาล

“ความรู้เดี๋ยวนี้จีนก้าวหน้าในทุกด้าน โดยเฉพาะเทคโนโลยีไอทีต่างๆ พวกนี้ก้าวหน้ากว่าซีกโลกตะวันตกด้วยซ้ำไป มันจะมีซิลิคอนวัลเลย์ของเอเชียเกิดขึ้นที่นี่แล้วเผลอๆ บางอย่างมันไปไกลกว่าซิลิคอนวัลเลย์ที่อเมริกาแล้ว”

จากนี้ต่อไปนโยบายการทำธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทยจะใช้ประเทศจีนเป็นฐานใหญ่ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา และพม่านั้น ทางธนาคารกสิกรไทยจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำธุรกรรมทางการเงิน

ส่วนประเทศอื่นๆ ในอาเซียนอยากจะเข้าไปเป็นธนาคาร ณ ขณะนี้ไม่ถึงกับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดแต่ความสามารถที่จะเชื่อมโยงกับโครงสร้างธุรกิจการเงินในประเทศต่างๆ ในอาเซียนเป็นความสามารถที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้น จะความร่วมมือกันเป็นพันธมิตรเป็นอะไรต่างๆเพื่อเราสามารถพูดกับลูกค้าทั้งหลายว่ามาใช้ธนาคารกสิกรไทยไปค้าขายที่ไหนก็ได้ความร่วมมืออาจจะมีในรูปใดรูปแบบหนึ่ง

แต่ตรงนั้นมันยังไม่สำคัญเท่ากับระบบที่เชื่อมโยงการค้าขายนั่นคือ การเชื่อมการเงินกับการค้าเข้าด้วยกันมันไม่ได้หมายความว่า ต้องไปมีตึกเป็นสาขาแต่อย่างเดียวมันเชื่อมด้วยระบบไอทีด้วยระบบไซเบอร์อะไรต่างๆ พวกนี้สำคัญยิ่งกว่า ถึงบอกว่ามันเปลี่ยนโฉมหน้าของการเป็นการเงินไม่มีเงินสดไม่มีสาขาไม่มีอะไรมีแต่โทรศัพท์มือถือกับคอมพิวเตอร์ก็ค้าขายได้

ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์เราอยากให้คุณบัณฑูรฉายภาพให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประเมินว่า 1) คนค้าขายกันรวดเร็วมากขึ้นบนไซเบอร์คนไม่เดินเข้าร้านที่เป็นตึกไม่ว่าจะเป็นธนาคารแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าคนชำระเงินชำระทันทีไม่ต้องมีเงินสดนี่คือ ลักษณะที่เป็นเป็นแน่ๆ อยู่แล้วของโลกมนุษย์แต่ถามว่า เราอยู่ตรงนั้นหรือไม่ถ้าไม่อยู่ก็จบถ้าเราไม่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมอันนั้นก็จบถ้าไม่มีใครเห็นเราก็จบเห็นเราเห็นป้ายตัว K อยู่บนตึกก็ไม่ใช่ เพราะไม่มีใครมาธนาคารที่เป็นตึกเป็นอิฐเป็นปูนแล้วพวกนี้มันอยู่ในการตัดสินใจเสี้ยววินาทีของการทำธุรกรรมอันนั้นถ้าธนาคารกสิกรไม่อยู่อันนั้นด้วยก็จบแค่นั้นถึงแน่ใจว่าเวลาเขาค้าขายกันบริโภคซื้ออะไรกันในอนาคตเนี่ยให้เขาเห็นเราด้วย ส่วนจะเห็นด้วยวิธีไหนเป็นเรื่องที่ต้องไปศึกษากันอีกที

จริงๆ ครรลองนี้กระบวนการนี้ของการที่ว่าสลายกำแพงที่กั้นประเทศของตัวเองมันเกิดขึ้นมาได้ 20 ปีแล้วตั้งแต่โลกาภิวัตน์ที่สมัยก่อนเพิ่งจนมาอะไรสมัยนี้มันหนักมือมากขึ้นๆ เรื่อยๆ เพราะว่าความกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศจะทำอยู่คนเดียวไม่ได้จะไม่เปิดประเทศเขาก็ไม่มาค้าขายด้วยหรอกประเทศนั้นๆ อันที่ 2 ที่ยิ่งมาทางอากาศ Cyber State ไม่มีพรมแดนอีกแล้วไม่รู้เลยว่าบริษัทนี้อยู่ที่ไหนในโลกนี้ไม่รู้เลยมันมาแบบนี้แล้วไม่เปิดๆ พูดไปก็เท่านั้นเป็นไปไม่ได้

BANK

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.