28,540
VIEWS

ส่อง 61 เทรนด์ ที่ต้องจับตา ในปี 61

Jan 07, 2018 S.Vutikorn

ทุกครั้งเวลาเกิดกระแสอะไรขึ้นมาในสังคม นักการตลาดจำเป็นต้องสังเกตและใช้ความรอบครอบในการตัดสินใจให้ดีว่าปรากฏการณ์นั้นเป็น “แฟชั่น” หรือ “เทรนด์”

เพราะ 2 คำนี้ มีจุดเริ่มต้นคล้ายๆ กัน แต่มีบทสรุปที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หากใครคาดการณ์ผิดก็หมายถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างมหาศาลทั้งขึ้นและล่อง

ถ้าทุ่มเงินไปกับสิ่งที่เป็นแฟชั่น ซึ่งมาเร็วไปเร็วก็มีแต่จะหมดหน้าตักไปฟรีๆ

แต่ถ้าไม่ขยับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปให้ทัน ก็หมายถึงการปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

ดังนั้น การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและแม่ยำ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการจับจังหวะเข้าออกให้พอดีกับช่วงเวลา จึงเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้

ไม่ผิดที่จะกล่าวว่า การแข่งขันในศตวรรษที่ 21 นั้น หัวใจสำคัญที่จะวัดผลแพ้ชนะ ไม่ใช่ปลาเล็กกินปลาใหญ่อีกต่อไป หากแต่เป็นปลาเร็วกินปลาช้า

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกองค์กรจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวตามให้ทัน 2 เรื่อง คือ

1.การรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องแม่นยำ

2. รู้ก่อน ลงมือทำก่อน สำเร็จก่อน

แล้วอะไรคือ เทรนด์การตลาดอะไรที่จะมาแรงในปี 2561

แล้วอะไรคือ เทคโนโลยีอะไรที่จะมาแรงในปี 2561

ในนิตยสาร BrandAge ฉบับส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ได้รวบวรวมเทรนด์การตลาดจากหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญๆ อาทิ ค้าปลีก, ยานยนต์, สื่อสารและโทรคมนาคม, มีเดีย, IT, แฟชั่น ท่องเที่ยว, สุขภาพ ฯลฯ มานำเสนอให้กับผู้อ่านเพื่อเป็นข้อมูลเพื่อเลือกนำการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องไปปรับใช้งานในธุรกิจของตนเอง

เทรนด์ที่คัดเลือกมาทั้งหมดนี้ มีทั้งแบบที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน หรือที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศ และมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสร้างกระแสในประเทศไทยปะปนกันไป ตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค

จากหัวข้อที่คัดเลือกมากว่า 100 ประเด็น ทีมงานค่อยๆ ตัดส่วนที่ยังไม่ใช่หรือยังดูก้ำกึ่งออกไปจนเหลือเทรนด์การตลาดที่น่าจะมีอิทธิพลในปี 2561 จำนวน 61 เทรนด์

ทีมงานได้มีการแบ่งกลุ่มเทรนด์ในครั้งนี้ออกเป็น 4 กลุ่มหลักดัวยกัน คือ

1. Digital Ecosystem & Hard-line Technology เทรนด์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระดับมหภาคที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ภาคสามารถนำไปประยุกต์กับหน่วยงานของตนเองได้ ไล่ระดับลงมาถึงระดับจุลภาค ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เพิ่งจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวในบางอุตสาหกรรม แต่มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอนาคต

2. Consumer Exchange เทรนด์การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นักการตลาดต้องรับรู้ เพื่อนำไปปรับใช้กับแผนธุรกิจของตัวเองในอนาคต ซึ่งต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่มีส่วนอย่างมากที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

3. Living & Design เทรนด์แฟชั่น, ไลฟ์สไตล์ และงานดีไซน์ที่มีการหมุนเวียนตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งส่วนที่ต้องอัพเดทเทรนด์ใหม่ทุกปี อาทิ เทรนด์สี, เทรนด์แฟชั่น, เทรนด์การออกแบบสินค้าต่างๆ

4. Health & Medical เทรนด์สินค้าเพื่อสุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค, อาหารและโภชนาการ, การออกกำลังกาย ไปจนถึงวิธีการดูแลสุขภาพของผู้คนในยุคเร่งรีบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ทีมงานได้มีการแบ่งระดับของการพัฒนาเทรนด์ต่างๆ ออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันคือ

1. Introduction ช่วงเริ่มต้นของการเกิดเทรนด์ ที่ยังต้องอาศัยเวลาและการให้ความรู้ทางเทคโนโลยีกับผู้บริโภค เทรนด์ที่อยู๋ในระยะนี้ยังต้องอาศัยแรงผลักดันจากผู้ผลิต หรือเจ้าของเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้บริโภคยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการทดลองใช้งาน

แม้จะยังไม่ได้รับความนิยม แต่แบรนด์ที่สามารถเกาะติดเทรนด์นี้ตั้งแต่เริ่มต้นก็ย่อมจะมีความได้เปรียบที่จะสร้างความจดจำในการเป็นผู้นำของเทคโนโลยีนั้นๆ ได้ในอนาคต

2. Growth ช่วงจังหวะที่ผ่านการ Educated ตลาดมาแล้วพักใหญ่ จนผู้บริโภคเริ่มรับรู้และเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว บางคนก็ยอมรับและเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้สินค้าและบริการ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่มองว่ายังไม่ถึงเวลาเปลี่ยน เพราะสินค้าหรือบริการเดิมที่มีอยู่ยังสามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบันได้

3. Rapid Growth ช่วงจังหวะที่สินค้าหรือบริการนั้นๆ ติดลมบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีแบรนด์สินค้ากระโดดลงมาเป็นผู้เล่นในตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงการแข่งขันที่สูงตามไปด้วย ในช่วงจังหวะนี้ทุกแบรนด์จำเป็นต้องพัฒนาสินค้าลงมาในตลาด ไม่เช่นนั้นก็อาจจะสูญเสียความเป็นผู้นำได้ การแข่งขันที่รุนแรงนี้จะส่งผลดีกับผู้บริโภคนั้น คือ มีทางเลือกมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ทีมงานยังได้มีการอัพเดทเทรนด์ประจำปีของงานออกแบบดีไซน์ที่นักออกแบบต้องรับรู้ อาทิ เทรนด์สีประจำปี, เทรนด์แฟชั่นตามฤดูกาล เพิ่มเติมเข้าไปให้อีกด้วย

ใน 3 ช่วงจังหวะนี้ ใครจะเลือกลงตลาดในจังหวะไหน ก็ต้องอยู่ที่ความพร้อมในด้านบุคลากรและเทคโนโลยี รวมไปถึงการรับความเสี่ยงว่ามีมากน้อยขนาดไหน

ต้องยอมรับว่า การลงไปเป็นผู้บุกเบิกในแต่ละเทรนด์นั้น เปรียบเสมือนกับการเป็นหัวลากรถไฟ นอกจากจะพาตัวเองไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องลากตู้โดยสารอื่นๆ ไปด้วยแบบทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งหมายความว่าจะต้องใช้พละกำลัง แรงใจ แรงกาย และแรงทุนมากกว่าปกติหลายเท่า เพื่อแลกมาซึ่งความเป็นผู้นำทางด้านภาพลักษณ์และยอดขายในอุตสาหกรรมนั้นๆ

อย่าลืมว่า การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ...

หลายครั้งที่เราเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่มองเดินเกมผิดพลาด นั่นหมายความว่า ทุกคนมีโอกาสและความเสี่ยงเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าความได้เปรียบของบริษัทขนาดใหญ่นั้นคือ มีสายป่านที่ยาวกว่า

คำถามที่ตามมาก็คือ จำเป็นหรือไม่ที่บริษัทขนาดกลางและเล็ก จะสามารถแย่งชิงความเป็นผู้นำตามเกมของยักษ์ใหญ่ได้

ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปี ก่อน คำตอบก็คือ ไม่…

แต่ในปัจจุบันนี้ บริษัทขนาดเล็กมีวิธีระดมทุนจากแหล่งทุนอื่นๆมากมาย ผ่านกระแสธุรกิจที่เรียกว่า Startup

เพราะฉะนั้นในตอนนี้เรื่องเงินทุนอาจจะไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อีกต่อไปสำหรับองค์กรขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ขอเพียงมี Idea ที่เข้าตานักลงทุน

อย่างที่เกริ่นนำไปแล้วว่า ยุคก่อนหน้านี้ขนาดขององค์กรมีผลอย่างมากกับการแข่งขัน แต่ในปัจจุบันความเร็วในการคิดค้นและพัฒนาสินค้า และบริการได้กลายมาเป็นหัวใจขององค์กรยุคใหม่ไปเสียแล้ว

ทุกวันนี้ หลายองค์กรเริ่มมีการนำเอาแนวคิดการบริหารงานแบบใหม่อย่าง Agile เข้ามาประยุกต์ใช้ เพราะต้องการเน้นความคล่องตัวทางธุรกิจมากขึ้น

Startup + Agile นี้เองที่ทำให้เราได้นวัตกรรมใหม่ๆ ออกมามากมายเมื่อเทียบกับสมัยก่อน

อย่างไรก็ตาม การจะเลือกเดินเกมตามเทรนด์ หรือจะเลือกสร้างเทรนด์ขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น มีคำแนะนำที่อยากให้ทุกคนนำไปใช้เป็น Checklist ในการทำงาน 5 ข้อ คือ

1. Customer Pain Point ต้องมั่นใจว่า สิ่งที่จะลงมือทำต้องเป็น “เทรนด์” ไม่ใช่ “แฟชั่น” การแยกแยะเบื้องต้นก็คือ ถ้าสินค้าและบริการนั้นๆ สามารถเข้ามาแก้ Customer Pain Point หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในระยะยาวได้ หรือถ้าจะให้ดีถ้าสิ่งนั้นเป็น Unmet Needs คือผู้บริโภคมีความต้องการจริงๆ ไม่ได้นึกไปเอง แต่แบรนด์หรือผู้ผลิตยังไม่มีใครรู้มาก่อนสิ่งนั้นคือเทรนด์

กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็คือ UBER, Airbnb

2. Skill การหยิบเอาเทรนด์มาต่อยอดทางธุรกิจจะทำได้ง่าย ถ้าเทรนด์นั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมที่เราทำอยู่ แต่ในปัจจุบันมีหลายองค์กรด้วยกันที่แตกธุรกิจออกไปมากมาย ดังนั้นก่อนจะเริ่มลงมือทำอะไร ต้องมั่นใจก่อนว่าทีมงานที่มีอยู่มี Skill หรือทักษะในสมรภูมิใหม่ที่กำลังจะกระโดดลงไปหรือไม่ ทีมงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน

3. Faster ในกรณีที่สินค้าหรือบริการนั้นๆ มีคนทำไปแล้ว ทั้งจากคู่แข่งขันเดิมหรือจากผู้เล่นหน้าใหม่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราสามารถทำได้เร็วกว่าคู่แข่งหน้าใหม่ที่ออกตัวไปแล้วหรือไม่ ถ้าช้าบางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องกระโดดลงไปแข่งขันในสมรภูมินั้นๆ

แต่ถ้าเป็นการทำแบบภาคบังคับเพื่อรักษาตลาดหรือชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งเดิมกลับมาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

4. Drop Off ทุกครั้งที่มีการแนะนำสินค้า หรือบริการใหม่ๆ บริษัทจำเป็นต้อง Educated ตลาด ซึ่งวิธีการที่ได้ผลอย่างหนึ่งก็คือ การให้รางวัล ดังนั้นในช่วงแรกๆ ของการทำแคมเปญทุกแบรนด์มักจะได้ลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงติดมาด้วย ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ต้องหยุดการทำโปรโมชั่น จะเกิดแรงกระเพิ่มที่เรียกว่า Drop Off คือการใช้งานจะลดลงจนน่าตกใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถเข้ามาช่วยแยกแยะกลุ่มลูกค้าของเราได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

จังหวะ Drop Off นี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะมารีวิวสินค้าและบริการของเราว่า อะไรที่ไม่เวิร์ค ฟีเจอร์ไหนต้องปรับแก้ แต่หัวใจสำคัญคือต้องแยกกลุ่มลูกค้าให้ดี ถ้า Drop Off ในกลุ่มที่คาดการณ์ก็ไม่เป็นปัญหาใหญ่ แต่ถ้า Drop Off ในส่วนกลุ่มเป้าหมายหลักมากๆ แสดงว่าสินค้า หรือบริการยังไม่ตอบโจทย์ Customer Pain Point ที่แท้จริง     

5. Fail Fast อย่ากลัวที่จะล้มเหลว ถ้ามั่นใจในข้อมูลที่มีในมือว่าถูกต้องแม่นยำ แต่ให้นึกถึงหลักการง่ายๆ คือ ล้มเร็ว รวนเร็ว เรียนรู้เร็ว เพราะการสร้างโปรดักต์ หรือเซอร์วิสใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนนั้นความยากอยู่ที่การหา Idea ไม่ใช่ Execution

จุดสำคัญ คือ แต่ละ Idea ต้องเปิดให้มี Room to Fail ด้วย ว่าถึงจุดไหนถึงจะเรียกว่า ล้มเหลว และหยุดทำต่อ ต้องเปิดช่องตรงนี้ไว้ เช่น โครงการไหนมี KPI ว่าใช้ระยะเวลากี่เดือน

ถึงบรรทัดนี้ ผู้อ่านเลือกได้หรือยังว่า เทรนด์ไหนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเองบ้าง

มั่นใจแล้วก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

1. Digital Ecosystem & Hard-line Technology

  • Blockchain เทคโนโลยีพลิกโลกธุรกรรมธุรกิจ
  • Media 2018 ผสมประสาน Online Offline
  • Exclusive Content เส้นทางของการทำ Content
  • New Co-working Space บริการที่เป็น Fragmention
  • PropertyTech New Normal อสังหา
  • Sharing Infrastructure บริการโครงข่ายแบบไร้ค่าย
  • Social Media
  • Social Media Update ตัวเลขทะลวงจุดจำกัด
  • Artificial Intelligence ผู้ช่วยอัจฉริยะในยุคดิจิทัล
  • Augmented Reality Mix Match เทคโนโลยีที่ลงตัว
  • Facial Recognition ยืนยันผ่านใบหน้า
  • Machine to Machine ถึงเวลา Upgrade Lifestyle
  • Out of Home Media ปฏิวัติสู่ Interactive Media
  • Virtual Reality คอนเทนต์เสมือนจริงพร้อมแล้ว
  • e-Sports โอกาส และอนาคต เหล่าเกมเมอร์
  • Electric Vehicle (EV) กดปุ่มสตาร์ทในไทย
  • Video Streaming Contents จุดเปลี่ยนคอนเทนต์โลกปัจจุบัน
  • 4K Dolby Vision HDR10 เทคโนโลยีการแสดงภาพ “ขั้นสุด”
  • Chatbot ปัญญาประดิษฐ์เพื่อชีวิตที่ง่ายกว่า
  • FinTech 2018 ยุคทอง Unbank และ Underserved Customer
  • Big Data Megatrend ในบริบทโลกธุรกิจยุค 4.0
  • QR Code ชำระแบบไม่ต้องควักเงิน

2. Consumer Exchange

  • Personal Platform  ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน
  • Sneakers ปรากฏการณ์ความนิยม
  • เบียร์ทางเลือก ถึงเวลาโต
  • กล้อง Mirrorless โตก้าวกระโดด
  • Poshtel เทรนด์ที่พักรับตลาด FIT โต
  • Geographical Indication เครื่องมือสำคัญเรื่องการสร้างแบรนด์
  • Low Cost Airline Value ปัจจัยหลักการแข่งขัน
  • Big Bike ดาวเด่นตลาด 2 ล้อ
  • Budget Hotel New Opportunity ในปั๊มน้ำมัน
  • Specialty Coffee กาแฟทางเลือกที่โตไม่หยุด
  • เทรนด์การบริโภค 2018 สินค้า Innovation+ช่องทางสะดวก
  • Micro Influencer เทรนด์ใหม่ยุคดิจิทัล
  • “The New Yuppies” วิถีคนเมืองที่เต็มไปด้วยแพชชั่น
  • Agile Marketing   พลังใหม่แห่งโลกการตลาด
  • Snack Box วิถีการกินคนเมืองรุ่นใหม่
  • ค้าปลีก Size S เจาะจังหวัดเล็กเมืองรอง
  • Bike Sharing กดปุ่มสตาร์ทรับสังคมเมือง
  • Millennials มิติการตลาดที่ต้องเปลี่ยน
  • เทรนด์ศูนย์การค้าไทย จากช้อปปิ้งสู่การใช้ชีวิต
  • Click & Morta อุบัติการณ์ของตลาดค้าปลีก

3. Living & Design

  • Sustainable Brand โลกธุรกิจยุคใหม่ตามใบสั่งโลก
  • เมืองชายขอบ Powerful of TSEZ
  • “Waste to Wealth” เปลี่ยนขยะให้เป็นทอง
  • แฟชั่น 2018 Sport+ Nostalgia มาแรง
  • Smart Home อนาคตที่อยู่อาศัยยุคใหม่
  • Logistics เชื่อมต่อทั้ง Value Chain
  • เทรนด์สี  2018 แรงบันดาลใจจากผู้คน วัฒนธรรม ชนชาติ และสีผิว
  • อสังหา Mix Used แรงไม่มีตก                
  • เที่ยวสไตล์ FIT ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทย
  • Zero Waste นวัตกรรม โลกสวย
  • Smart City เป็นอยู่อย่างอัจฉริยะ
  • บ้านประหยัดพลังงาน อนาคตที่เลี่ยงไม่ได้

4. Health & Medical

  • Extreme Sport  ความท้าทายที่หนักหน่วง
  •  24 hr monitor เทรนด์ของคนรักสุขภาพ
  • Customize Beauty ตลาดความงามเข้าสู่การวิเคราะห์ DNA
  • Health Conscious เทรนด์แฟชั่น Body Conscious
  • Farm to Table กินแบบคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ
  • Medical Hub โอกาสอยู่แค่เอื้อม
  • Senior Living รองรับ Aging Socialty 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.