3,757
VIEWS

Click & Morta อุบัติการณ์ของตลาดค้าปลีก

Jan 27, 2018 R.Somboon

ผลพวงจากการเติบโตของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะกับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลก ที่มีส่วนในการผลักดันให้การค้าปลีกของทั่วโลกเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่างโลก “ออนไลน์” กับ “ออฟไลน์” บางเบาลงจนแทบจะไม่เหลือ

ค้าปลีกในโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ออนไลน์ หรือออฟไลน์ แต่มันต้องเป็น O2O หรือ Offline to Online ที่ผสมผสานกันแบบ Omni Channel เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงการช้อปปิ้งของผู้บริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา เส้นแบ่งที่จางลงตรงนี้ สะท้อนออกมาได้จากในระบบนิเวศของค้าปลีกที่ผู้เล่นแต่ละรายต่างโยงใยถึงกันหมด

 ผู้เล่นค้าปลีกในฝั่งที่เติบโตมาจากสาขาหรือหน้าร้าน ต่างก็มีการขยายเข้าไปสู่โลกของออนไลน์ ขณะเดียวกัน ค้าปลีกที่เป็นอีคอมเมิร์ซเองก็หันมาสร้างหน้าร้านในโลกออฟไลน์เพื่อเชื่อมต่อระหว่างออนไลน์ และออฟไลน์ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีค้าปลีกออฟไลน์หลายรายที่นำสินค้าของตัวเองเข้าไปวางขายในช่องทางที่เป็นออนไลน์มาร์เก็ตเพลสที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น

ดีลที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลกับ JD.com ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ให้เหตุผลในการร่วมมือครั้งนี้ว่า เพราะเซ็นทรัลมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการค้าปลีกออนไลน์ของไทยอย่างแท้จริง และวันนี้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย แนวโน้มการช้อปปิ้งออนไลน์จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้การช้อปปิ้งผ่านออนไลน์สะดวกยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น 

Highlight

Offline to Online

กลุ่มเซ็นทรัล

  • ควบรวมกิจการกับออฟฟิศเมท เข้ามาเป็นอีกหนึ่งใน Business Unit ในเครือ เพื่อเอาโนว์ฮาวในการบริหารจัดการสั่งสินค้า และลอจิสติกส์ ในปี 2012
  • ซื้อ Zalora ในปี 2016 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น LOOKSI.com พร้อมทั้งเปลี่ยนตัวรูปแบบของธุรกิจจากเดิมที่ตัวธุรกิจเน้น Marketplace ให้รายย่อยนำสินค้ามาขายบนแพลตฟอร์ม กับนำสินค้าตกรุ่นมาเล่นเรื่องราคาถูก ก็เปลี่ยนเป็นเน้นแบรนด์ เช่น Topshop, Lacoste และ Aldo เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด และชูความเป็นผู้นำในเรื่องแฟชั่นแบรนด์
  • ลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อร่วมกับ JD.com รุกธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นการเปิดหน้าเพื่อดึงเอาโนว์ฮาวของยักษ์อีคอมเมิร์ซจากจีนมาทำตลาดร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลที่มีความเชี่ยวชาญในค้าปลีกที่เรียกว่า Brik & Mortar เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Click & Mortar อย่างเต็มตัว

กลุ่ม MBK

  • เปิดตัวเว็บไซต์ MBKgo.com ที่เป็น e – Exhibition รายแรกของบ้านเรา นำดีลที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์มานำเสนอในรูปของการจัดเอ็กซิบิชั่น ถือเป็นดิจิทัล แพลตฟอร์มแรกที่จะนำธุรกิจในเครือของ MBK ขยายฐานออกไปในช่องทางออนไลน์
  • ในอนาคตอันใกล้นี้มีแผนที่จะเปิด e – Marketplace เพื่อเชื่อมโยงกับตัวศูนย์การค้า MBK ที่เป็นออฟไลน์ มาร์เก็ตเพลส

Online to Offline

  • Amazon ยักษ์ใหญ่ Online Retailer ซื้อกิจการ Whole Foods Market  เชนฟู้ดรีเทลที่จำหน่ายสินค้าออร์แกนิกส์ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และอาหารสดรายใหญ่ ด้วยมูลค่าสูงถึง 13,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมูลค่าตกลงซื้อขายอยู่ที่ 42 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าราคาที่ตลาดหุ้นซื้อขายกันในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถึง 27% ตอกย้ำว่า Amazon ต้องการขยายธุรกิจมายังร้านค้าปลีกแบบ Brick-and-mortar หรือ Physical Store และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการทั้งระบบหลังบ้านและหน้าร้าน เพื่อเชื่อมต่อการให้บริการร้านค้าปลีกทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกันให้เป็นหนึ่งเดียว สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Customer Experience) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำค้าปลีกยุคใหม่
  • เช่นเดียวกับอาลีบาบาที่ประกาศลงทุนมูลค่า 2.87 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าซื้อหุ้น 36.2% ในซัน อาร์ท รีเทล กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศจีน ดีลธุรกิจครั้งนี้ จะทำให้โอชอง อาลีบาบา และ Ruentex ถือครองหุ้นในสัดส่วน 36.18% , 36.16% และ 4.67% ตามลำดับใน Sun Art โดยอาลีบาบาจะถือหุ้นมากเป็นอันดับ  2 โดยอาลีบาบาลงทุนไปมากกว่า 9,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (306,714 ล้านบาท) ในธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์หลากหลายรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2558 ทั้งธุรกิจร้านขายอาหารสดและร้านกาแฟ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.