3,196
VIEWS

เทรนด์สี 2018 แรงบันดาลใจจากผู้คน วัฒนธรรม ชนชาติ และสีผิว

Feb 06, 2018 J.Waraporn

เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ทุกปีจะมีการออกมาสรุปเทรนด์สีที่จะเป็นที่นิยมในปีต่อไป ซึ่งปีหน้า TCDC ให้ข้อมูลเทรนด์สีไว้อย่างน่าสนใจ โดยสีหลักในปี 2018 จะได้แรงบันดาลใจมาจากผู้คน การมีตัวตน วัฒนธรรม ชนชาติ และสีผิว โดยสีต่างๆ จะโดดเด่นได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องพึ่งพาสีเบจที่สว่าง หรือสีโทนเข้มเพื่อขับความเด่นชัดออกมา 

สีขาวจะเป็นตัวแทนของความโดดเด่นเป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงการเริ่มต้นความคิดใหม่ ความโปร่งใสสะท้อนความคิดที่เป็นอิสระ โดยไม่ถูกระบุว่ามีตัวตนแบบใด เช่น รองเท้า แบรนด์ Nike รุ่น Nike Air VaporMax ที่ให้ความรู้สึกยืดหยุ่น มีอิสระเมื่อได้สวมใส่เหมือนอยู่บนอากาศ หรือวัสดุที่สามารถเปลี่ยนสีตามการกระทบของแสงบนวัสดุ HUE-Blinds บานพับ หน้าต่างสีใส ชั้นเลเยอร์ของอะครีลิคที่สามารถเปลี่ยนสีได้หลายเฉดตามการตกกระทบของแสง

สีส้มแสดโทนร้อนที่อยู่ระหว่างส้มอิฐลุควินเทจกับส้มสดใสมีชีวิตชีวาเป็นสีที่จะอยู่ทั้งในช่วงซัมเมอร์และสปริง บนรันเวย์ New York Fashion Week และ Milan Fashion Week แบรนด์ที่นำสีนี้มาใช้ในคอลเลคชั่นล่าสุด สำหรับปี 2018 ได้แก่ Gucci  ในขณะที่ Fenty Puma by Rihanna ที่ได้ริอานน่ามาร่วมออกแบบสินค้าแนวสปอร์ต ก็เลือกใช้สีส้ม แบบครบเซตตั้งแต่หมวกจนถึงรองเท้า เช่นเดียวกับ Calvin Klein ที่นำสีส้มแสดร้อนแรงมาเป็นสีพื้นและเพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้ตัดสีในเฉดตรงข้ามและเนื้อผ้าที่ต่างกัน

ในงานศิลปะ งานตกแต่งภายในหรือสถาปัตยกรรมก็นำวัสดุต้นทางของสีเหล่านี้มาใช้ ทั้งจากอิฐ ไม้ขัดสี และสเตนเลส อย่างภัตตาคาร Chess Club ในลอนดอนที่ใช้สีส้มในเฉดทองของไม้และสีเหลืองนํ้าผึ้ง เพิ่มความวินเทจและหรูหราให้ห้องอาหาร

ปีนี้ตัวแทนของสีกลางที่มาจากวัฒนธรรมพื้นถิ่น และสีตัวแทนความทันสมัยแห่งยุคดิจิทัลแบบแสงนีออน ทำให้สีชมพูบานเย็นถูกหยิบขึ้นมาเป็นเทรนด์อีกครั้ง เพื่อแสดงถึงความมั่นใจ สีชมพูเปรียบเหมือนการแสดงพลังของผู้หญิง ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม Bismol Pink หรือ Millennial Pink ถูกใช้ในการชุมนุมต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรื่องสิทธิสตรีเมื่อต้นปี 2017 ที่ผ่านมา และยังเป็นสัญลักษณ์เชิงเสียดสีบนหมวกไหมพรม ทำให้สีชมพูโทนนี้กลายเป็นตัวแทนถึงความเท่าเทียมทางเพศ ด้วยกระแสทั้งเรื่องการเมืองและความร่วมสมัยในวงการแฟชั่น ส่งผลให้รันเวย์ในคอลเลคชั่นปี 2018 ต่างเดินหน้าด้วยสีชมพูสดในหลายแบรนด์ นอกจากนี้สีชมพูสดยังถูกนำมาใช้ในงานออกแบบ ที่ต้องการความหรูหราด้วย

ส่วนสีที่เป็นค่ากลางสำหรับงานออกแบบ และใช้ปลอบประโลมจิตใจสำหรับคนทุกเพศทุกวัย คือสีนํ้าเงินเฉดสีธรรมชาติซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยสร้างความรู้สึกสบาย แบรนด์ Dior เลือกนำผ้ายีนส์และเสื้อผ้าสีเดนิม มาใช้ในคอลเลคชั่นปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้แบรนด์ดูยืดหยุ่นจากภาพลักษณ์ที่พิถีพิถันทุกกระเบียดนิ้ว หรือแบรนด์ Phillip Lim ที่นำสีนํ้าเงินมาเพิ่ม ความหรูหราด้วยเนื้อผ้าลูกไม้และเท่ด้วยเสื้อสูท สีนํ้าเงินยังถูกนำมาใช้ในงานออกแบบสำหรับร้านอาหาร เพื่อเพิ่มทั้งความมีชีวิตชีวาให้ห้องสี่เหลี่ยม หรือตกแต่งไล่พาเลตต์มาจากสีนํ้าเงิน สร้างความรู้สึกกลมกลืนไปในทางเดียวกันได้

สีนํ้าเงินและสีเขียวยังสามารถสื่ออารมณ์ที่ผ่อนคลาย ทั้งสีนํ้าเงินที่มีเนื้อสีเข้มแบบห้วงอวกาศยังสร้างอารมณ์ปลดปล่อย หรือดำดิ่งอย่างในงานศิลปะ In Bloom Project ครั้งที่ 3 ของมาโกโตะ อาซุมะ (Makoto Azuma) นักจัดดอกไม้ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ซึ่งชวนให้คิดถึงธรรมชาติที่ต้องอยู่ในสภาวะยากลำบาก ขณะเดียวกันยังหวนนึกถึงความงามที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผู้คนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตด้วย 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.