Heineken ฉีกกรอบด้วย Music Experience Co-creation ไม่ใช่แค่สปอนเซอร์แต่คือผู้ร่วมสร้างสรรค์

Feb 09, 2018 S.Ammarit

จากมูลค่าตลาดเพลง 4 พันล้านบาท สามารถแยกออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) Digital Music หรือ Music Streaming ที่กำลังมาแรง (20%) 2) Physical Music เช่น CD & Licence (30%) และ 3) Music ในรูปแบบอื่น เช่น Music Festival หรือ Concert เป็นต้น (50%) จะเห็นว่าตลาด Music ในรูปแบบอื่น มีสัดส่วนมากถึง 50% เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และเป็นโอกาสของแบรนด์ต่างๆ ในการทำ Music Marketing กับตลาดกลุ่มนี้

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้นและสตรองโบว์ กลุ่มบริษัททีเอพี กล่าวว่า “เราสามารถเรียกตลาด Music รูปแบบอื่นนี้ ว่า Music Experience ซึ่งการใช้กลยุทธ์ Music Marketing ไม่ใช่เรื่องใหม่ในการสร้าง Engage กับผู้บริโภค แต่ Music Experience สามารถเชื่อมโยงไปยังการสร้าง Branded Content ได้ เพื่อที่จะย้ำเตือนผู้บริโภคให้นึงถึงแบรนด์ Heineken ผ่านการสร้างประสบการณ์ในเทศการดนตรีต่างๆ ที่ Heineken เข้าไปเป็นสปอนเซอร์  เราเลยต้องคิดกันต่อว่าจะสร้างประสบการณ์ผ่าน Music Marketing อย่างไรให้แตกต่างและเป็นปรากฏการณ์ใหม่”

“โดยในปี 2018 นี้เรายังคงเดินหน้าสานต่อการสนับสนุนงานดนตรีงานใหญ่ๆ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของตลาดเบียร์พรีเมียมที่จะช่วยเชื่อมแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ภายใต้แบรนด์ดีเอ็นเอ Heineken® Open Your Music โดยไฮเนเก้นจะวางบทบาทของแบรนด์ให้เป็นมากกว่าผู้สนับสนุนงานเทศกาลดนตรีแบบเดิมๆ โดยใช้กลยุทธ์ “Five-Star Music Experience” ในการยกระดับประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างและเหนือกว่า เพื่อทำให้ทุกเทศกาลดนตรีที่ไฮเนเก้นเข้าไปสนับสนุนเป็นที่จดจำยิ่งขึ้นพร้อมกับโมเม้นต์ที่คุณจะต้องประหลาดใจ แบบที่ทุกคนตั้งตารอและพลาดไม่ได้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่จัดขึ้นโดยไฮเนเก้น”

ประเดิมครึ่งปีแรกกับ 3 เทศกาลดนตรี ครบทุกแพลตฟอร์มทั้งงานดนตรีระดับประเทศรวมไปถึงระดับโลก

1) "YAK Festival" งานเทศกาลดนตรีไลฟ์สไตล์ที่ปฏิวัติวงการเทศกาลดนตรีครั้งใหม่ งานที่รวมคนทุกสายทุกสไตล์มาที่งานเดียว  จับมือกับพันธมิตรเก่าผู้ซึ่งเป็นเจ้าพ่อแห่งเทศกาลดนตรีอย่าง “ป๋าเต็ด ยุทธนา” 24 กุมภาพันธ์นี้

2) "S2O Songkran Music Festival" งานเทศกาลดนตรีระดับชาติของไทยที่อัดแน่นทั้งคนไทยและต่างชาติมารวมตัวกันมากที่สุดแบบจัดเต็มพร้อมความอลังการของแสง สี เสียง เทคนิคต่างๆ 

3) "Sensation Thailand 2018 presented by Heineken" กับตำนานของปรากฎการณ์ปาร์ตี้สีขาวและดนตรีอิเล็กทรอนิกระดับโลกที่จะมาสร้างประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งที่คนทั่วโลกและคนไทยเองต่างรอคอยซึ่งประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชียสำหรับปี 2018

ซึ่งทุกการเป็นสปอนเซอร์ในการสนับสนุนเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ทั้ง 3 งานของครึ่งปี 2018 นี้ ไฮเนเก้นจะช่วยยกระดับเติมเต็มประสบการณ์ที่แตกต่างและเป็นที่จดจำผ่าน Heineken® Star Hive ที่จะตอบโจทย์กับความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นการเติมเต็มความสนุกในเทศกาลดนตรีแบบครบทั้ง 5 ด้าน เสมือนสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกของแบรนด์ไฮเนเก้น ประกอบด้วย 1. ประสบการณ์ด้านดนตรี 2. ที่พักระดับพรีเมียม 3.สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือระดับ 4. ประสบการณ์การดื่ม 5. การสานต่อความยั่งยืนในการรับผิดชอบต่อสังคม

5 ไฮไลต์ของ “Heineken® Star Hive” ประกอบด้วย

1. Star Hive Accommodation ห้องพักรูปทรงรังผึ้งจำนวน 15 ยูนิตที่รองรับสาวกไฮเนเก้นได้ 30 ท่าน พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนในพื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

2. Star Hive Lounge วีไอพีเลานจ์สีขาว จุดรวมพลที่มีบริการครบครัน พร้อมเสียงเพลงจากศิลปินดีเจที่ไฮเนเก้นคัดมาโดยเฉพาะ พร้อม Star Hive Connect เชื่อมต่อโลกโซเชียลอย่างไร้กังวล ด้วยบริการที่ชาร์จอุปกรณ์สื่อสาร พร้อมสัญญาณ WiFi ตลอด 24 ชั่วโมง

3. Star Hive Butler บริการจากบัตเลอร์หนุ่มที่ดูแลคุณดั่งแขกคนสำคัญ พร้อมเพิ่มประสบการณ์การดื่มให้มีอรรถรสยิ่งขึ้นด้วยการสาธิต 5 ขั้นตอนการเสิร์ฟสุดพิเศษเเบบ “Star Serve Ritual” ที่เป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไฮเนเก้นเท่านั้น

4. Star Hive Kit พรีเมียมเซ็ตจากไฮเนเก้นที่ประกอบไปด้วยชุดเซ็ตอาบน้ำและสเปรย์กันยุง มาพร้อมกับ Survival Kit ที่จะทำให้คุณรอดชีวิตจากสมรภูมิทเศกาลดนตรีได้อย่างได้แน่นอน

5.Star Hive Heaven บริการห้องน้ำระดับพรีเมียมที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดให้คุณรู้สึกสะดวกสบายแบบไร้กังวล

“เหตุผลที่เราใช้กลยุทธ์ Five-Star Music Experience เป็นแกนหลักเพราะเราต้องการเป็นมากกว่าการเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์กับลูกค้าของเรา เราร่วมกันคิดและพัฒนาวีธีในการนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน ซึ่งเรามองว่าเป็นการสร้าง Music Experience Co-creation ร่วมกัน เพราะเราเชื่อว่าผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ดนตรี เค้ามองหาประสบการณ์ด้านดนตรีต่างๆ ที่จะเติมเต็มพวกเค้าได้ รวมถึงองค์ประกอบทุกย่างที่เกิดขึ้นภายในงานนับเป็นประสบการณ์ที่พวกเค้าได้รับทั้งหมด ซึ่งเมื่อ Heineken® Star Hive เติมเต็มความสุขให้พวกเค้าได้ แบรนด์ไฮเนเก้นก็จะสามารถเป็นแบรนด์ Top of Mind อันดับแรกๆ เมื่อพวกเค้านึกถึงงานเทศกาลดนตรี สิ่งที่เราทำไม่ได้ต้องการรีเทิร์นกลับมาเป็นเรื่องของยอดขาย แต่ต้องการให้แบรนด์ไฮเนเก้นอยู่ในใจของพวกเค้าให้ได้นานที่สุด เป็นแบรนด์ที่มีไลฟ์สไตล์เชื่อมโยงกับพวกเค้าได้มากที่สุด” คุณภัททภาณี พูดเสริม

 

“ไฮเนเก้นเชื่อมั่นว่า การฉีกกฎมิวสิค มาร์เก็ตติ้ง ครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านประสบการณ์ดนตรีให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความแตกต่างในการ Open Your Music สร้างความรู้สึกร่วมในประสบการณ์ทางดนตรีที่แปลกใหม่ไปกับไฮเนเก้น โดยคาดว่าจะเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อน 20%สำหรับใน 3 เทศกาลงานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น  ซึ่งในปัจจุบันไฮเนเก้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยการเป็นผู้นำในกลุ่มเซกเมนต์พรีเมียมอยู่ที่ 78% เท่ากับมูลค่า 3,500 ล้านบาท จากภาพรวมตลาดพรีเมียม 4,800 ล้านบาท ทั้งนี้แม้กลยุทธ์มิวสิค มาร์เก็ตติ้งจะไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องการสร้างยอดขายโดยตรง แต่ดนตรีจะเป็นสะพานที่เชื่อมไฮเนเก้นเข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำทางด้านประสบการณ์ดนตรีระดับสากลให้ชัดเจนมากขึ้น”

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.