10,316
VIEWS

แค่ CSR ไม่พอ อสังหายุคใหม่ต้อง CSV

Feb 25, 2018 S.Vutikorn

MQDC เพิ่งจะฉลองความสำเร็จของโครงการ WHIZDOM 101 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าและคู่ค้าพันธมิตรต่างๆ ทั้งพื้นที่พาณิชย์และคอนโดมิเนียมล้วนบรรลุเป้าการขายไปกว่า 80-90% แล้ว ทั้งๆ ที่โครงการนี้มีพื้นที่ถึง 350,000 ตารางเมตร

WHIZDOM 101 เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาในรูปแบบ Mixed-Use ประกอบด้วยอยู่อาศัย ที่ทำงาน และร้านค้ากว่า 200 ร้านค้า ซึ่งฟังดูแล้วก็อาจจะเหมือนกับโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ทั่วไป

แต่ถ้าเราลองมองลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่าโครงการนี้ มีการหยิบเอาเทรนด์ที่ตอบโจทย์เรื่อง Creating Shared Value (CSV) และ นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบยั่งยืน (Sustainnovation) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

สุทธา เรืองชัยไพบูลย์ ประธานผู้อำนวยการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด MQDC เล่าที่วิธีคิดการโครงการให้ฟังว่า MQDC ทำงานบนพื้นฐานของงานวิจัย ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มต้นโครงการจะต้องมีการทำวิจัย และสำรวจพื้นที่รอบๆโครงการเพื่อหา Unmet Need เป็นอันดับแรก

เราเคยสังเกตบ้างไหมว่าทำไมคนกรุงเทพฯชอบออกไปท่องเที่ยวในวันพักผ่อน บางคนไปแค่เปลี่ยนสถานที่จิบกาแฟแต่ก็ขอให้ได้ไป สิ่งเหล่านี้กำลังบอกว่าคนกรุงเทพฯ โหยหาคุณภาพชีวิตที่ดี พฤติกรรมดังกล่าวกำลังบอกว่าคอนโคมิเนียมแบบ Stand Alone อาจจะไม่เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกต่อไป

ถูกต้องแล้วกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังหาซื้อที่อยู่อาศัยเริ่มมองหาอะไรที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ

เมื่อหา Need ที่เป็นมากกว่า Want เจอ โครงการ WHIZDOM 101 ซึ่งมีพื้นที่ติดถนนใหญ่อย่างสุขุมวิทขนาด 43 ไร่ จึงตีความคำว่าที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเปลี่ยนจากแค่ คอนโด เป็น ย่าน

ย่านในที่นี้หมายถึง ย่านที่อยู่อาศัยและย่านชุมชน โดยออกแบบโครงการให้มีทั้งที่อยู่อาศัย, สำนักงาน และ 3rd Place ไว้ด้วยกัน แต่ส่วนของที่อยู่อาศัยยังคงความเป็นพื้นที่ส่วนตัวไม่ถูกรบกวน

ที่สุดแล้วโครงการ WHIZDOM 101 ซึ่งมีมูลค่าโครงการถึง 30,000 ล้านบาท จึงถูกออกแบบพื้นที่ขนาด 350,000 ตารางเมตร ให้มีทั้งโครงการคอนโดมิเนียม 3 อาคาร คือ Whizdom Connect, Whizdom Essence และ Whizdom Inspire, มีสำนักงานที่ผสมผสานพื้นที่สีเขียวด้วยความร่วมมือกับ True Digital Park ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของไทยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมี  Innovative Lifestyle Complex ที่กันพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น Open Space รองรับการใช้งานของคนในย่านนี้ตลอด 24 ชั่วโมง

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MQDC อธิบายว่า Third Place ของโครงการตอบโจทย์เรื่อง Creating Shared Value (CSV) และนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยแบบยั่งยืน (Sustainnovation) ด้วยการนำเอาแนวคิดเมืองอัจฉริยะ Smart City มาใช้ในการออกแบบ

ซึ่งกว่าจะมาเป็นแบบที่ลงตัวทาง MQDC ต้องทำงานร่วมกับที่ปรึกษา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของโลก ทั้งในด้านการวางแผนพื้นที่โครงการ การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบภูมิทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น Gensler หนึ่งในบริษัทผู้เชียวชาญการออกแบบที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในงานออกแบบโครงการขนาดใหญ่ในเมืองต่างๆ เพื่อสร้างชุมชนให้น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น, Rockwell Group เป็นบริษัทออกแบบชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและพื้นที่อยู่อาศัย, ClubCorp หนึ่งในผู้บริหารและเจ้าของคลับส่วนตัวชั้นนำของโลก รวมถึงสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ จะรับหน้าที่บริหารศูนย์กีฬาและสุขภาพรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้บริการแก่ชุมชน

การจะไปให้ถึง CSV เราต้องคิดมากกว่าคนอื่น โครงการต้องแตกต่าง เพราะผู้อาศัยต้องอยู่ระยะยาว เราต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมาให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา เพื่อหาโซลูชั่นใหม่ๆ ว่ามีประโยชน์จริงหรือเปล่า

Mixed-Use ขนาดใหญ่ ตัวโครงการเหมือนฮาร์ตแวร์ ส่วนคนที่มาใช้เปรียบเสมือนซอฟ์ตแวร์ ดังนั้นการรวมกันของฮาร์ตแวร์และซอฟ์ตแวร์ต้องตอบโจทย์ทั้งระบบนิเวศ คือ สิ่งวแวดล้อม, สังคม, ชุมชน การจะทำอะไรให้ยั่งยืนต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆต้องได้รับความร่วมมือจากรอบข้าง ทุกอย่างต้องทำเป็นระบบนิเวศ

ถ้าโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะมีคนเข้าออกหมุนเวียนในโครงการนี้เฉลี่ยวันละ 50,000 คน แบ่งเป็นผู้อยู่อาศัย 5,000 คน, คนในอาคารสำนักงาน 15,000 คน และคนทั่วไปที่พักอาศัยในย่านนี้อีก 25,000 คน เหตุผลมาจากโครงการฯ ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวโดยจัดพื้นที่สีเขียวกว่า 1 ใน 3 ของพื้นที่โครงการทั้งหมด เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม อาทิ สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ WHIZDOM PARK รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการออกกำลังกายมากมาย เช่น สปอร์ตคลับ ลู่วิ่งและเลนจักรยานลอยฟ้า WHIZDOM TRACK ความยาว 1.3 กิโลเมตรรอบโครงการ

จำนวนคนทั่วไปที่หมุนเวียนต่อวันที่มากขนาดนี้ สุทธาบอกว่าสามารถนำรายได้และความเจริญมาสู่ชุมชนรอบข้างได้ ตัวอย่างเช่น ทางโครงการได้มีการเชิญชวนร้านค้าขนาดเล็กที่เปิดให้บริการอยู่ในระแวกนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ, ร้านเบเกอรี่ซึ่งมีความคุ้นเคยกับชาวบ้านอยู่แล้วให้มาเปิดร้านในโครงการเป็นต้น

เมื่อโครงการ WHIZDOM 101 เปิดแล้ว จะเป็นการเสริมศักยภาพ เพิ่มคุณค่า Value Added ให้ชุมชนโดยรอบซึ่งจะเป็น platform ให้ชุมชนมาใช้ประโยชน์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้กับทุกท่าน พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน

ผู้คนจะมีพื้นที่ชุมชนและพื้นที่สีเขียวที่เป็นธรรมชาติที่สามารถใช้เวลาของตัวเองอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ มากไปกว่าการใช้เวลาว่างอยู่ในคอฟฟี่ช็อปและร้านค้าหรือสถานที่เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ เพียงอย่างเดียว ซึ่งนี่จะทำให้โครงการโดยรวมเป็นที่ดึงดูดใจสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรหลานซึ่งกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาจำนวนมากที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับโครงการ

ที่ผ่านมาโครงการ WHIZDOM 101 นี้ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ รางวัลแนวคิดเมืองอัจฉริยะ Smart Cities – Clean Energy จากกระทรวงพลังงาน, รางวัลโครงการมิกซ์ยูสยอดเยี่ยมจาก Asia Pacific Property Award ประจำปี 2016-2017, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทางด้านความยั่งยืน จากเวที AEC Excellence Awards เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีโครงการเข้าประกวดทั้งสิ้น 145 โครงการ จาก 32 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโครงการแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับรางวัลนี้

ต้องบอกว่ารางวัลที่ได้มาทั้งหมดนั้นมาจากการนำเอาแนวคิดเมืองอัจฉริยะ Smart City และเป็น Third Place ที่ตอบโจทย์เรื่อง CSV นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น การได้นำเทคโนโลยีที่ช่วยในการประหยัดพลังงานอย่าง พื้นปูทางเดินที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากการก้าวเดินบนทางเชื่อม Skywalk ในส่วนของพื้นที่สาธรณะ หรือจะเป็นในส่วนของคอนโดมิเนียมที่ทุกยูนิตจะมีความพิเศษด้วย Home Intelligent Systems เทคโนโลยีอันทันสมัยและชาญฉลาดที่ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถควบคุมและสั่งการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จากสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ หรือจะเป็นการนำเอาระบบหมุนเวียนอากาศที่ช่วยเติมอ๊อกซิเจนในห้อง เพื่อช่วยเรื่องอากาศหมุนเวียนทำให้ห้องดีขึ้นส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้านการชุมชนสัมพันธ์ทางผู้บริหารของ MQDC ก็อธิบายว่า ได้พยายามถึงเอาคนรอบข้างเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ในย่านดังกล่าวตั้งแต่เปิดตัวโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับสำนักการระบายน้ำ-กรุงเทพมหานคร และเขตพระโขนง ร่วมกันจัดกิจกรรม ชุมชนน่ามอง ริมคลองน่าอยู่ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาคลองบางอ้อใหญ่, โครงการ Green Street พัฒนาบาทวิถีบริเวณรอบโครงการ

MQDC จะสามารถส่งมอบห้องในโครงการ Whizdom Connect ได้ในเดือนมีนาคมนี้ และส่งมอบห้องโครงการ Whizdom Essence ในปลายปี 2561 ส่วนโครงการ Whizdom Inspire จะเริ่มเปิดให้จองในเดือนมีนาคมนี้

ทางด้านพื้นที่พาณิชย์ Innovative Lifestyle Complex ก็คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้ 

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง WHIZDOM 101 จะเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2562

อสังหาฯ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.