43,075
VIEWS

Nan Sandbox ความท้าทายครั้งใหม่ของบัณฑูร ล่ำซำ

Feb 27, 2018 S.Vutikorn

ใครๆ ก็รู้ว่าคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย หลงรักเมืองน่านมานานหลายปีแล้ว ซึ่งเจ้าสัวบัณฑูรเองก็กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลายครั้งว่าตั้งใจที่จะใช้ชีวิตในหลังเกษียณที่จังหวัดน่าน หลังจากวางมือจากการบริหารงานที่ธนาคารกสิกรไทย

แต่ชีวิตหลังเกษียณของคุณบัณฑูรจะไม่มีทางสมบูรณ์ 100% หากยังปล่อยให้จังหวัดน่านซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเจ้าสัวต้องรายล้อมไปด้วยปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อใช้ในการเกษตร

ภารกิจ “รักษ์ป่าน่าน” ที่เกิดจากความตั้งใจของคุณบัณฑูรจึงถูกประกาศขึ้นมาเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ.2557 จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณบัณฑูรได้ดึงเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อศึกษาปัญหาและหาทางแก้ไข ซึ่งทุกอย่างก็ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละนิด

ดอยตีดู้ว์จุดเช็คอินใหม่เมืองน่าน ที่กำลังโปรโมท

Nan Sandbox

ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณบัณฑูร ได้จัดบรรยาย Nan Sandbox…การทดลองปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเชิงพื้นที่ โดยใช้โจทย์ป่าต้นน้ำน่านเป็นเป้าหมาย อันเนื่องมาจากการให้น่านโมเดลเป็นต้นแบบในการปฏิรูประบบราชการไทย และพบผู้นำชุมชนในโครงการรักษ์ป่าน่าน ระหว่างวันที่ 12-14 มกราคม 2561

ที่น่าสนใจก็คือ การประชุมครั้งนี้คุณบัณฑูร ได้มีการเชิญผู้นำชุมชน 99 ตำบลในจังหวัดน่านมารับฟังและแจกแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศถึงสถานการณ์บุกรุกป่าล่าสุดในแต่ละตำบลว่าเป็นอย่างไร รุนแรงแค่ไหน

คุณบัณฑูร ได้ฉายภาพตัวเลขสถานการณ์การบุกรุกป่าล่าสุดของจังหวัดน่านให้ที่ประชุมฟังว่าป่าสงวนแห่งชาติของในจังหวัดน่านมีพื้นที่รวมประมาณ 6.4 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตรไปแล้วถึง 1.8 ล้านไร่

“10 ปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าป่าต้นน้ำหายไปเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความล้มเหลวของการแก้ปัญหา เพราะภาครัฐและภาคประชาชนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้”

เหตุผลที่ป่าในจังหวัดน่านถูกทำลายมากเป็นพิเศษก็เนื่องมาจากสภาพภูมิประเทศของน่านที่เป็นพื้นที่ราบเพียง 13% ขณะที่พื้นที่กว่า 85% นั้นเป็นป่าสงวน จึงไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรมานาน ประกอบกับปัญหาการปรับปรุงเนื้อหาของพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติทำให้เกิดข้อพิพาทขึ้นสำหรับคนที่ทำกินในพื้นที่มาก่อน

ในความคิดของคุณบัณฑูรที่จะร่างเป็นกติกาขึ้นมาเพื่อเสนอกับรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้น เขามองว่าหนทางเดียวที่จะรักษาป่าพื้นสุดท้ายนี้ไว้ได้ก็คือ การแก้กฏหมายบางส่วน รวมไปถึงเขียนกติกาขึ้นมาใหม่ให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ซึ่งเป็นที่มาของ Nan Sandbox ในวันนี้

สตอเบอรี่อีกหนึ่งตัวอย่างของสินค้าเกษตรทดแทนและสร้างมูลค่าได้มากกว่า

ลงลึกไปในรายละเอียด Nan Sandbox จะมีคณะกรรมการดำเนินงานโดยมีคุณบัณฑูร ล่ำซำ เป็นประธาน และคณะทำงานจะประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับในจังหวัดน่าน เพื่อทำงานเป็นทีม ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานภายใต้คณะกรรมการกำกับเชิงนโยบายที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงพาณิชย์คอยดูแล

โดยภารกิจสำคัญของคุณบัณฑูรในวันนี้ก็คือ การทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนและเกษตรกรเรื่องปัญหาการบุกรุกที่ดินป่าสงวน

“กฏหมายที่ล้าหลังก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหา กฎระเบียบไทยเยอะมากจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จนต้องหาทางปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งกำลังทำอยู่ เราต้องหาทางทำให้ประชาชนบางพื้นที่มีสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าสงวน แต่ไม่ใช้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะได้พ้นจากความไม่ถูกกฎหมาย”

 

สวนป่าไผ่ยักษ์น่านของคุณธูป นาคเสน อีกหนึ่งโมเดลการเกษตรที่สามารถพัฒนาร่วมกับการท่องเที่ยวได้

Now or Never

เนื่องจากโครงการรักษ์ป่าน่านนี้เป็นโครงการที่คุณบัณฑูรซึ่งเป็นเพียงแค่ราษฎรที่อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของจังหวัดน่าน ดังนั้นการที่ Nan Sandbox จะได้ไปต่อหรือหยุดเพียงเท่านี้ ตัวแปรที่มีผลอยากมากก็คือ เงื่อนไขเรื่องเวลา

ทั้งนี้เนื่องมาจากส่วนหนึ่งของปัญหาการบุกรุกที่ทำกินนั้นมาจากข้อกฎหมายที่ออกมาหลังชาวบ้านเข้าไปอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งเป็นปัญหาที่คาราคาซังมานาน ครั้นจะแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับปัจจุบันก็ทำได้ยาก เพราะต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนมากมาย

ในความคิดเห็นของคุณบัณฑูรจึงมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลพิเศษที่สามารถใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาข้อกฎหมายได้

ดังนั้นถ้ามีข้อเสนอที่เหมาะสมก็มีโอกาสที่จะได้รับการแก้ไข เพียงแต่ว่ากระบวนการแก้ไข้ข้อกฎหมายทั้งหมดต้องเสร็จสมบูรณ์ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหมายความว่าคุณบัณฑูรมีเวลาทำงานจริงๆอีกประมาณปีกว่าๆ เท่านั้น

แม้จะเป็นเรื่องยากแต่คุณบัณฑูร อธิบายว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีการหยิบยกเรื่อง จ.น่าน ขึ้นมาพูดคุย รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็เคยลงพื้นที่จริงเพื่อรับทราบปัญหา ทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะอนุมัติให้มีการปรับปรุงแก้ไข

การเอาวัฒนธรรมชาวเขาดั้งเดิมมาสร้างมูลค่าเพิ่มก็เป็นอีกหนทางในการเพิ่มทรายได้ให้กับจังหวัด

“คำว่าอนุมัติในที่นี้ หมายถึง การยอมรับว่าโครงสร้างเดิมการแก้ไขปัญหาป่าน่านของภาครัฐผ่านกลไกระดับกระทรวง และจังหวัดนั้นแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งถือเป็นการยอมรับที่กล้าหาญ และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

ทุกวันนี้ภาคการเกษตรเกือบทั้งหมดผิดกฎหมายเป็นสภาวะทนไม่ได้ อยู่ดี ๆ ประชาชนเกือบทั้งจังหวัดอยู่ในสภาวะผิดกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการประกาศเป็นป่าสงวนเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว เมื่อประชาชนมีข้อจำกัดอยู่ในป่าไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐพอมีกฎหมายมา ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ผิดอีก ในที่สุดกฎหมายกลายเป็นพันธนาการให้ทั้งประเทศแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าแก้ปัญหาต้องแก้กฎหมายก่อน”

 ปัจจุบันนี้ขั้นตอนของ Nan Sandbox กำลังเดินทางมาถึงกระบวนการเก็บตัวเลขของแต่ละตำบล ว่ามีการบุกรุกที่ดินเขตป่าสงวนมากน้อยเพียงใด เพราะปัญหาในแต่ละพื้นที่มีไม่เท่ากัน หลังจากนั้นถึงจะเอาตัวเลขดังกล่าวมาเกลี่ยเพื่อให้ลงตัว

เปิดสูตร 72-18-10

ตัวเลขในใจของคุณบัณฑูร ที่จะใช้กับ Nan Sandbox ครั้งนี้ก็คือ 72-18-10 หรือการจัดสรรที่ดินป่าสงวนในจังหวัดน่านหลังการปฎิรูป 72% ของพื้นที่จะต้องคงความเป็นป่าที่มีต้นไม่ใหญ่ปกคลุมอยู่ 18% ของพื้นที่จะต้องกลับมาเป็นป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ แต่อนุญาติให้ปลูกพืชเศรษฐกิจใต้ต้นไม้ใหญ่ได้ และ 10% ที่เหลือคือพื้นที่ที่ยอมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจเต็มที่

 แต่ยังคงเป็นป่าสงวนตามกฏหมาย

นั่นหมายความว่า หลังกระบวนการเปลี่ยนแปลงในโมเดล Nan Sandbox เกษตรกรจะต้องมีการคืนพื้นที่การเกษตรที่เคยเป็นป่ากลับคืนให้แก่ภาครัฐ

“ตัวเลขนี้น่าจะเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างภาตรัฐกับเกษตร จังหวัดน่านได้พื้นที่ป่าคืนมาบ้าง แต่เกษตรกรยังมีสิทธิทำมาหากินในพื้นที่ป่าสงวนที่มีต้นไม้สูง 18% แต่จะเป็นการทำเกษตรในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม เช่นปลูกส้มแล้วอ้างว่าเป็นต้นไม้สูงแบบนี้ทำไม่ได้ รวมถึงไม่ใช่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่น ข้าวโพดหรือกะหล่ำ เพราะทำแบบนี้ตัวเลขคำนวณตัวเลขรายได้ออกมาแล้ว เกษตรอยู่ไม่ได้ในพื้นที่ที่มีจำกัดอย่างนี้”

คุณบัณฑูร ย้ำว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้เป็นการหาทางออกเพื่อให้ภาครัฐสามารถรักษาป่าไม้ให้คงไว้ ขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาปากท้องของประชาชนให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพราะหากภาครัฐรักษาป่าเพียงอย่างเดียว แต่ไม่รักษาปากท้องประชาชน ทุกอย่างจะล้มหมดประเทศจะไม่มีความหมายอีกต่อไป

ระหว่างนี้คงต้องรอให้แต่ละตำบลสรุปตัวเลขรายได้และพื้นที่ทำการเกษตรของแต่ละครอบครัว เพื่อนำมาคำนวนว่าแต่ละครอบครัวจะมีพื้นที่การเกษตรลงลดมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงสร้างกิตการ่วมกัน

“ขั้นแรกต้องหาข้อตกลงร่วมกันให้ได้ เพื่อ Set Zero และเริ่มต้นใหม่ ตกลงกันให้ได้ เอาตัวเลขที่เป็นจริงมาคุยกัน ถ้าไม่ใช่ก็กลับไปทำมาใหม่ ต้องไปเอาตัวเลขที่รัฐบาลรับได้ แต่บอกไม่ได้ว่าตัวเลขนั้นคือเท่าไหร่ ผมมองว่าเราต้องพบกันครึ่งทาง"

 

นอกจากการเกษตรแล้ว น่านยังมีเครื่องเงินงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่สวยไม่แพ้ใคร

What Next?

ถ้าทุกอย่างถูกแก้ไขหรือ Set Zero ได้จริง หมายความว่าเกษตรกรในจังหวัดน่านจะมีพื้นที่ทำกินน้อยลง แล้วจะทำอย่างไรให้มีรายได้เท่าเดิมหรือมากขึ้น???

นี่คืออีกความท้าทายของคุณบัณฑูร

เบื้องต้นคุณบัณฑูร กล่าวว่า Nan Sandbox จะมีการหยิบเอาวิธีการบริหารองค์กรธุรกิจ และการตลาดสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้แทนกรอบความคิดเดิม

เริ่มต้นจากการเลือกพืชที่จะมาปลูกที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการของตลาดใหม่ทั้งหมด

"การสัมผัสพบว่าคนน่านไม่กล้าคิดใหญ่ เพราะพูดไปก็ไม่มีใครฟัง แต่ครั้งนี้มีคนฟังและฟังถึงระดับสูงสุดของระบบราชการแผ่นดินแล้ว ฉะนั้นเราต้องดิคใหม่ ตอนนี้ทำเกษตรชั้นต่ำอยู่ไม่ได้ โลกนี้มีอะไรมากกว่านี้ อย่าคิดอับจน อย่าคิดเพิ่มแค่ 5-10% แต่ให้คิดเพิ่มเท่าตัว เพราะคณิตศาสตร์ชีวิตบีบไว้อย่างนั้น พื้นที่แค่นี้ ถ้าสร้างรายได้ต่อไร่ต่อหัวไม่ได้ อย่าหวังจะชนะในชีวิตนี้ อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะมีหินกว่านี้ทำได้มาแล้ว ขนาดประเทศอิสราเอลเป็นทะเลทรายยังใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาจนทำเกษตรได้ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้”

คุณบัณฑูร ย้ำว่าจะปลูกพืชอะไรที่มาทดแทนข้าวโพดหรือกะหล่ำขอให้เป็นเรื่องอนาคต แต่ตอนนนี้

ให้ผ่านขั้นตอน Set Zero ให้ได้ก่อนเป็นพอ

พร้อมกันนี้คุณบัณฑูร รับปากว่าหากได้ตัวเลขรายได้ของเกษตรกรต่อไร่ที่แท้จริงมา ตนเองจะหาเงินมาชดเชยให้เกษตรกรทุกคนที่ได้รับผลกระทบในช่วงจังหวะสูญญากาศ 1-2 ปี กว่าที่พืชผลจากการเกษตรสมัยใหม่จะสามารถสร้างรายดีอีกครั้ง

“บอกตัวเลขมาว่า 1 ไร่ของท่านจะมีรายได้เท่าไหร่ คำนวณมาของเดิมได้เท่าไหร่ รับปากจะไปหาเงินมาชดเชยการสูญเสียโอกาสปลูกข้าวโพด บอกมาเลยต้องการไร่ละเท่าไหร่ เพื่อเลี้ยงชีวิต 2 ปีไม่ใช่งบประมาณหลวง เพราะถ้าเป็นงบประมาณหลวงก็ล้มตั้งแต่วันแรก”

พูดได้ว่าตอนนี้ปัญหาการบุกรุกป่าของจังหวัดน่าน มีคนที่มีความสามารถอาสาเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว แต่งานนี้จะสำเร็จลุล่วงได้มากน้อยเพียงใด เฟืองจักรสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของคุณบัณฑูร หากแต่อยู่ที่ความร่วมมือของเกษตรกรในจังหวัดว่า กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่หนทางที่ดีกว่าหรือไม่

ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือ ปัญหาทุกอย่างก็น่าจะค่อยๆ ถูกแก้ไขไปทีละขั้นตอน

แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ งานนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจาก แมลงปอขย่มเสาหิน...

Nan Sandbox นี้จึงถือเป็นการวัดใจครั้งสำคัญของคนน่านจริงๆ

ลำดับเหตุการณ์สำคัญๆของ คุณบัณฑูร ล่ำซำในจังหวัดน่าน

  • พ.ศ. 2552 เดินทางไปเปิดห้องสมุดโรงเรียนบ้านน้ำพาง อ.แม่จริม ถือเป็นการตกหลุมรักจังหวัดน่านอย่างเป็นทางการ
  • ปลายปีพ.ศ. 2552 ซื้อโรงแรมน่านฟ้า
  • พ.ศ. 2553 ตัดสินใจย้ายมาเป็นพลเมืองของจังหวัดน่าน
  • 18 ม.ค. 2554 เปิดโรงแรมพูคาน่านฟ้าอย่างเป็นทางการ                         
  • พ.ศ. 2555  เริ่มปลูกบ้านเจ้าสัว
  • 21 พ.ค. 2556 เปิดตัวหนังสือสิเนหามนตาแห่งลานนา                            
  • 10 มี.ค. 2557 จัดงานสัมมนารักษ์ป่าน่าน ครั้งที่  1                                                     
  • 23 ต.ค. 2557 บ้านเจ้าสัวสร้างเสร็จ                                                                                
  • 16 ก.พ. 2558 สัมมนารักษ์ป่าน่าน ครั้งที่  2                                                                  
  • 23 ธ.ค. 2559 นายกรัฐมนตรีประยุทธ์เยือนน่าน
  • 6 มี.ค. 2560 สัมมนารักษ์ป่าน่าน ครั้งที่  3
  • 12 มค. 2561 นำเสนอแนวคิด Nan Sandbox เพื่อแก้ปัญหา

BANK

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.