4,103
VIEWS

CMO เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี สู่รายได้ 2,000 ล้านบาท ลุยธุรกิจแหล่งท่องเที่ยว– รุกงาน International

Mar 07, 2018 -None-

“ซีเอ็มโอ” เปิดแผนธุรกิจ 3 ปี สู่ธุรกิจ 2,000 ล้านบาท ประกาศความเป็นผู้นำธุรกิจอีเว้นท์อันดับ 1 ของไทย  พร้อม เดินหน้า 3 กลยุทธ์หลัก “รักษาความเป็นผู้นำอีเว้นท์เอเจนซี่ –ลุยธุรกิจแหล่งท่องเที่ยว(Tourist Attraction) -ขยายการจัดงานอีเว้นท์ระดับ International ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้าน “ผู้บริหาร” พอใจผลงานดีขึ้นต่อเนื่อง แย้มปี 61 ชูจุดเด่นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานอีเว้นท์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้าปี 61 โกยรายได้ทั้งปี  1,400 ล้านบาท พร้อมชี้จุดเด่น “หุ้น CMO” ให้ผลตอบแทนดี เติบโตต่อเนื่อง

เสริมคุณ  คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้นำธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแห่งอาเซียน ครอบคลุมธุรกิจด้านอีเว้นท์,ด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผย แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี บริษัทฯ จะดำเนินงานตามแผนธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 3 กลยุทธ์หลักๆ ได้แก่ 1. รักษาความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอีเว้นท์ เอเจนซี่ อันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งในแง่ของการเป็นผู้บริหารการจัดงาน และในกลุ่มของงานด้านบริการระบบภาพ แสงและเสียง แบบครบวงจร ตลอดจนนำเทคนิคที่ทันสมัยมาใช้ในธุรกิจ

กลยุทธ์ที่ 2. ดำเนินงานพัฒนาธุรกิจที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) เพื่อสร้างรายได้ประจำให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบนี้ 2 ธุรกิจ ด้วยกัน ได้แก่  “หิมพานต์ อวตาร” การแสดงวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยีทันสมัย ในรูปแบบ 4 มิติ และธุรกิจสวนสนุก “อิเมจิเนีย” (Imaginia)

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CMO กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของธุรกิจสวนสนุก “อิเมจิเนีย”  บริษัทฯ ตั้งเป้าจะขยายแฟรนไชส์สวนสนุก เพิ่มประเทศละ 1 สาขา  ซึ่งปัจจุบันมีแฟรนไชส์สวนสนุกแล้วที่ประเทศจีน และเตรียมเปิดอีกสาขาที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 61 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต่อยอดธุรกิจให้มีความหลากหลาย เริ่มพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่แค่การจัดอีเว้นท์  เช่น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ในงานอีเว้นท์ ,การให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ถาวร และทำ Mapping ที่ ศูนย์การค้า  รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ Bangkok Creative Playground ซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศ CMO โดยเปิดบริการให้เช่าสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ,ละคร ตลอดจนหนังโฆษณา ซึ่งที่ผ่านมาก็สร้างรายได้ประมาณ 9 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์ ที่ 3 มุ่งบริหารจัดงานอีเว้นท์รูปแบบ International ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนหาพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายงานในต่างประเทศ แต่เลือกประเทศมากขึ้น โดยพิจารณาจากเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เป็นหลัก             

“บริษัทฯ ตั้งเป้าปี 61 รายได้ทั้งกลุ่มบริษัท อยู่ที่  1,400 ล้านบาท โดยการเติบโตของธุรกิจจะมาจากงานอีเว้นท์ทุกรูปแบบ ,งานคอนเสิร์ต ตลอดจนธุรกิจสร้างแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) ที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ และคาดว่าจะเติบโตเป็น 2,000 ล้านบาท ใน ปี 2564 แบ่งเป็นอีเว้นท์ 70% และธุรกิจใหม่ 30% ทั้งนี้ บริษัทฯ มีงานอีเว้นท์ที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ตลอดทั้งปีนี้ 620 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้แน่นอน” นายเสริมคุณ กล่าว

ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตของ CMO มีแนวโน้มที่ดี โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดงานอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 5 กลุ่ม อาทิ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 2.กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ 3.กลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน 4.กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร และ 5.กลุ่มธุรกิจบริษัทไทยที่ขยายงานไปสู่ต่างประเทศ เป็นต้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CMO กล่าวอีกว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 บริษัทฯ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งได้รับงานระดับใหญ่ ครอบคลุมงานทุกรูปแบบ อาทิเช่น งาน “LINE TV: NEXPLOSION 2018” , งานเปิดตัวรถฟอร์ด “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” (Ranger Raptor) ครั้งแรกของโลก ,งานเปิดตัวรถยนต์ All New Suzuki Swift 2018 ,การแข่งขันเกมส์ออนไลน์ "Lineage2 Revolution Tournament Thailand" , งาน Adfest 2018 ,ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดโซนใหม่ MEGA FoodWalk  , Movie On The Beach 2018 ตลอดจนได้จัดงานในอาเซียน กับงานเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า รุ่น ZT ที่ประเทศกัมพูชา เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 (มกราคม-ธันวาคม 2560) บริษัทฯ  มีรายได้รวม 1,362.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 162.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.55% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 43.57 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร หลังจากที่ปี 59 ขาดทุน 32.4 ล้านบาท  นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561  ยังมีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานประจำปี 2560  ในอัตราหุ้นละ 0.1 บาท โดยจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป บวกกับปันผลที่จ่ายไปแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งจ่ายไป 0.08 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากผู้ถือหุ้นอนุมัติเงินปันผลจะเท่ากับเงินปันผลจ่ายทั้งปี 0.18 บาท/หุ้น ถ้าเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 ก.พ. 61 ราคาหุ้น 2.04 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนถึง 8.82% ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ดึงดูดใจ

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.