WeChat Pay การบุกตลาด E-Payment ของแอพจีน

Apr 23, 2017 P.Sano

ในฟากของผู้ให้บริการ E-Payment จากประเทศจีน มีความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างคึกคัก หลังจากที่ Alipay ในเครือ Alibaba และ WeChat Pay จาก Tencent Groupประกาศให้บริการในเมืองไทยกันตั้งแต่ช่วงกลางปี 2559 ที่ผ่านมา โดยทั้ง Alipay และ WeChat Pay ต่างมีเป้าหมายอยู่ที่การมุ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนในการชำระค่าสินค้า และบริการ อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสให้ร้านค้าของไทยให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย

ที่ประเทศจีน Alipay เป็นบริการที่สามารถทำธุรกิจได้ครบวงจรตั้งแต่ชำระสินค้าออนไลน์ ไปจนถึงจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ส่วนที่เมืองไทยวันนี้ Alipay สามารถใช้ซื้อสินค้าที่ 7-Eleven กว่า 9,000 แห่งทั่วประเทศ เช่นเดียวกับ WeChat Pay

จิรภัทร วีรชยทองคำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WeChat Pay เป็นบริการ E-Payment ชำระค่าสินค้าและบริการที่คนจีนนิยมใช้กันมากที่สุด เข้าสู่ตลาดเมืองไทยโดย บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ABC จับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Tencent Group บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจอินเตอร์เน็ตในประเทศจีน และระดับโลก และมี Ksher ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีทำหน้าที่ดูแลระบบการรับชำระเงินในเมืองไทย ซึ่งแอสเซท ไบร์ท จะเป็นศูนย์กลางในการรับชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านร้านค้าในเมืองไทยที่ใช้ระบบ WeChat Pay โดยเป้าหมายแรกของ WeChat Pay คือการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวคนจีนในประเทศไทย เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการชำระเงิน จากเดิมที่นักท่องเที่ยวจีนมีข้อจำกัดเรื่องการแลกเงินตราเข้าประเทศไทย

“เราตั้งเป้าจะเป็นผู้นำทาง E-Payment จึงมีการจับมือเป็นพันธมิตรกับทางบริษัทเคเชอร์ (Ksher) ซึ่งเป็นผู้ทำระบบ WeChat Pay มีฐานผู้ใช้งานในประเทศจีนสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศจีน ด้วยจำนวนมากถึง 600 ล้านคน โดยเราทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ เพื่อบริการให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในเมืองไทยถึงปีละ 8 ล้านคน ยังไม่รวมคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยอีกไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน และคนจีนเวลาออกท่องเที่ยวต่างประเทศจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และ WeChat Pay ก็เป็นแอพพลิเคชั่นของจีนที่คนจีนใช้กันเยอะมากเพราะไม่ต้องถือเงินสด

ปัจจุบันเรามีพันธมิตรมากกว่า 500 ร้านค้า และมีรายใหญ่ๆ เช่น คิงเพาเวอร์ สยามนิรมิต โรงแรมปทุมวันพรินเซส สยามเจมส์ และ 7-Eleven เรายังวางเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่ก่อนเช่น ที่พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการใช้จ่ายราวๆ 200 ล้านบาทต่อเดือน โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนร้านค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกในการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ WeChat Pay ให้ได้เป็น 10,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมาย จะทำให้มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาทต่อเดือน”

จิรภัทร กล่าวเสริมว่า ในส่วนของ บมจ.เเอสเซท ไบร์ท วางนโยบายด้านการขยายธุรกิจ E-Payment ในเฟส 2 ไว้ว่า จะโฟกัสไปที่เรื่องของ QR Code เป็นหลัก รวมถึงการขยายตลาดของธุรกิจ Abcpoint เป็นธุรกิจ E-Commerce อีกด้านหนึ่งของแอสเซท ไบร์ท ในฐานะของการเป็นศูนย์รวม point จากบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ ซึ่ง ABCpoint จะเป็นผู้นำนวัตกรรมใหม่ทางการเงินโดยใช้ Point ในการช้อปปิ้งสินค้า และบริการ รวมทั้งชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ กว่า 70 รายการ ซึ่งสมาชิกสามารถใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และ Abc Payment บนมือถือ

“เป้าหมายของเราตอนนี้จึงอยู่ที่เรื่องของการเพิ่มจำนวนพันธมิตรเพื่อขยายฐานการตลาดให้เติบโต  รวมถึงการขอใบอนุญาตบัญชี ค (6)  หรือใบอนุญาตการประกอบธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถต่อยอดทำอะไรได้อีกมากมาย ปัจจุบันเราได้บัญชี ค (3) แล้ว เรื่องของ FinTech ไปเร็วมาก เราต้องมองให้เร็ว และมากกว่าคนอื่น อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นอะไรได้มากกว่ากัน ซึ่งพฤติกรรมคนไทยกับเรื่องของ E-Payment คนไทยยังใช้น้อย เพราะอยู่ที่เรื่องของการสื่อสารที่คนไทยยังไม่ค่อยเข้าใจ บางคนชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ โดยวิธีการผูกกับบัตร ตัดบัตรเครดิตไปเลย และคนยังยึดติดกับความคุ้นเคย คือจ่ายแล้วได้เห็นใบเสร็จเลย”

ในส่วนของ WeChat Pay อนาคตทาง Tencent Group อาจเข้ามาขยายตลาดเอง อาจเป็นการทำร่วมกับทาง China Bank แต่ปัจจุบันฐานคนใช้ WeChat ในประเทศไทยมีค่อนข้างน้อย เป้าหมายของ WeChat ตอนนี้จึงยังเป็นเพียงการซัพพอร์ตคนจีนที่มาท่องเที่ยวใช้จ่ายในประเทศไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Wechat Pay ของ Tencent Group เริ่มให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 โดย WeChat เป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่คนจีนใช้สำหรับการแชต และใช้สำหรับทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน WeChat Pay ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ WeChat Pay เป็นประจำทั่วโลกกว่า 600 ล้านบัญชี

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ โฮลดิ้ง จำกัด. All rights reserved.