4,027
VIEWS

น้ำอัดลมน้ำตาลน้อย อีกสเตปการปั้นเฮ้าส์แบรนด์ของเทสโก้ โลตัส

Apr 10, 2018 R.Somboon

นัยสำคัญของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต้อนรับฤดูร้อน น้ำอัดลมแบรนด์เทสโก้ 4 รสชาติ ที่ลดปริมาณน้ำตาลลงและได้รับตราสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” จากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการดื่มน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยลง แต่ยังคงความซ่าและความอร่อยเช่นเดิมของเทสโก้ โลตัส ในช่วงที่ผ่านมานั้น บ่งบอกได้ถึงการทำตลาดสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของยักษ์โมเดิร์นเทรดรายนี้ว่า ได้ก้าวข้ามจากแค่การเป็นตัวเติมเต็มในเรื่องของกลยุทธ์ราคา มาสู่การใช้เป็นตัวสร้างความแตกต่าง ที่ในท้ายที่สุดจะเป็นตัวช่วยในการสร้างสโตร์ ลอยัลตี้ให้เกิดขึ้นกับตัวผู้บริโภค

เพราะหากมองเข้ามาที่เป้าหมายของการทำตลาดสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของบรรดาเชนโมเดิร์นเทรดแล้ว จะพบว่า นอกจากจะเป็นตัวช่วยในการบาลานซ์กำไรให้มีตัวเลขของกำไรรวมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว เฮ้าส์แบรนด์ยังเป็นตัวสร้างความแตกต่างชั้นดีจากคู่แข่งในระนาบเดียวกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นตัวช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของการเป็นร้านค้าปลีกที่เข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการเข้าใจในไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป อย่างในครั้งนี้ เป็นการจับเอาไลฟ์สไตล์ในเรื่องของการใส่ใจสุขภาพของคนไทย เข้ามาเป็นแกนกลางในการพัฒนาสินค้า

มร.เดวิด เบียร์ดมอร์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์แบรนด์เทสโก้ กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าและผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี โดยเทสโก้ โลตัส จำหน่ายอาหารสดคุณภาพสูงปลอดภัย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมถึงได้มีการปรับสูตรผลิตภัณฑ์แบรนด์เทสโก้ให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 เครื่องดื่มแบรนด์เทสโก้ที่จำหน่ายในร้านค้าของเทสโก้ในสหราชอาณาจักรทั้งหมดมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ในประเทศไทย เรามีความยินดีที่จะเปิดตัวน้ำอัดลมแบรนด์เทสโก้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยลง โดยเครื่องดื่มทั้ง 4 รสชาติได้รับตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ซึ่งน้ำอัดลมเทสโก้เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มแรกๆ ในประเทศไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์นี้

สิ่งที่น่าสนใจของการเปิดตัวน้ำอัดลมน้ำตาลน้อยในครั้งนี้ก็คือ เทสโก้ โลตัส เลือกใช้แบรนด์เทสโก้ ซึ่งเป็นเฮ้าส์แบรนด์ที่มีจุดขายในเรื่องของราคา มาเป็นตัวนำ ในครั้งนี้ยังคงใช้การวางกลยุทธ์ราคาที่ต่ำกว่าแบรนด์น้ำอัดลมหลักที่อยู่ในตลาด โดยวางสินค้าใน 4 รสชาติ คือ เลมอนไลม์, ส้ม, สตรอเบอรี่ และผลไม้รวม โดยมี 2 ขนาดให้เลือก คือ 400 มิลลิลิตร ราคา 12 บาท และ 1.25 ลิตร ราคาขวดละ 19 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ห่างจากแบรนด์หลักประมาณ 2 – 3 บาท ทั้ง 2 ขนาด โดยเตรียมแจก 140,000 ขวดในวันที่ 13 เมษายนนี้ ที่เทสโก้ โลตัส สาขาใหญ่ 199 แห่งทั่วประเทศ

หากมองเข้ามาที่ตลาดน้ำอัดลมในบ้านเราแล้ว นอกจากผลกระทบจากเรื่องของเศรษฐกิจที่เข้ามาทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหายไปแล้ว ตลาดน้ำอัดลมยังเลี่ยงไม่พ้นที่จะโดนเรื่องของ “สุขภาพ” ที่คนไทยให้ความใจใส่กันถ้วนหน้า ทำให้ตลาดน้ำอัดลมในปีนี้ออกมาไม่ค่อยจะดีนัก

บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “บิ๊ก” ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดน้ำอัดลมของบ้านเราที่มีมูลค่าตลาดราว 51,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตแบบติดลบ 5% ส่วนในปีหน้าจะยังคงเติบโตแบบติดลบต่อไปอีก คาดว่าน่าจะลบ 7%

ที่น่าสนใจก็คือ การเติบโตที่ถดถอยนี้ ยังทำให้การบริโภคน้ำอัดลมเฉลี่ยต่อคนต่อปีของคนไทยลดลงจาก 24 – 25 ลิตรต่อคนต่อปี มาอยู่ที่ 21 ลิตรต่อคนต่อปี โดยส่วนหนึ่งของการดื่มที่ลดลง เป็นเพราะหลายคนหันไปดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทน

การปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ทั้งโค้ก และเป๊ปซี่ ต่างปรับกลยุทธ์กันขนานใหญ่ เริ่มจาก

1.การปรับในเรื่องของพอร์ตโฟลิโอ โดยเพิ่มความหลากหลายของเครื่องดื่มแบรนด์หรือประเภทอื่นๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ

2.รักษาฐานการดื่มน้ำอัดลมของคนไทย ให้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านแคมเปญการตลาดต่างๆ  ที่ถูกส่งเข้ามาสร้างสีสัน การเพิ่มโอกาสในการดื่ม รวมถึงการเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดน้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาล เพิ่มดึงคนให้ยังคงดื่มน้ำอัดลมต่อไป โดยตลาดน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลทั้งหมดจะเป็นน้ำดำ ที่มูลค่าในปีที่ผ่านมามีตัวเลขอยู่ราวกว่าพันล้านบาท

ขณะที่ตลาดน้ำสีนั้น เนื่องจากฐานของตลาดนี้คนดื่มส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และวัยรุ่น ทำให้ยังไม่มีรายใดออกมาเน้นเรื่องของสุขภาพมากนัก ส่วนใหญ่ยังคงขายในเรื่องของความสนุกสนานจากการดื่ม มีเพียงมิรินด้าของค่ายเป๊ปซี่ที่ส่งมิรินด้า มิกซ์-อิท” (Mirinda MIX-IT) เครื่องดื่มผสมกลิ่นผลไม้ 2 ชนิดในขวดเดียว ลงตลาดเมื่อปีที่แล้ว ด้วยสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มล. โดยมีตราสัญลักษณ์โภชนาการเครื่องดื่ม “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) มาการันตี โดยตลาดน้ำสีในบ้านเราจะมีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท

การเพิ่มทางเลือกสำหรับกลุ่มคนที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ เป็นอีกความพยายามที่จะดึงให้คนที่ดื่มน้ำอัดลมยังคงมีการดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สวิตช์หรือหนีไปดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีการเปิดตัวไลน์เครื่องดื่มใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดกันมากขึ้น

เช่นเดียวกับเทสโก้ โลตัส ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราร่วม 20 ปี โดยมีการพัฒนารูปแบบการรุกตลาดออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผุดเซ็กเม้นต์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ เพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของคนไทย หรือการนำเสนอประสบการณ์ในการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทย   ซึ่งนอกจากรูปแบบร้านค้าปลีกใหม่ๆ แล้ว สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ถูกใส่เข้ามาใน “Tesco Model” โดยเริ่มจากสินค้าที่เน้นเรื่องของราคาถูก มาสู่การพัฒนาสินค้าที่มีเรื่องของภาพลักษณ์ และใช้ Emotional เข้ามาเป็นตัวช่วยตัดสินใจซื้อมากขึ้น จนทำให้สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ จากที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้า Low Quality ไม่ค่อยได้รับการยอมรับ มาวันนี้ เฮ้าส์แบรนด์ กำลังสร้างภาพลักษณ์ให้ออกมาเป็น High Image-Low Price

การเปิดตัวน้ำอัดลมน้ำตาลน้อย คือ 1 ในคำตอบที่เทสโก้ โลตัสกำลังทำอยู่ในขณะนี้

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.