“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” รุกแผนประหยัดไฟระยะยาว ทุ่มงบกว่า300 ลบ. ติดตั้งโซลาร์รูฟ

Apr 11, 2018 -None-

เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด กางแผนประหยัดพลังงานระยะยาวทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา “Solar Roof”  ประเดิมโรงงานและสาขาจ่ายไฟเยอะ รวม6 แห่งคาดประหยัดเงินกว่า 34ล้านบาท /ปี  มั่นใจคืนทุนภายใน 6 ปี

ด้วย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) เล็งเห็นถึงการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งปัจจัยการใช้ไฟที่มากขึ้น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมถึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งของภาคเอกชนในการร่วมลดการใช้พลังงานที่ยังผลให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming)ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศจะทำให้อากาศแปรปรวนส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของทุกคนจึงเป็นที่มาของการสร้างพลังงานสะอาดทดแทนด้วยการดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์Solar Roof”(ระบบเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าบนหลังคา โดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (SolarModule) ที่ติดตั้งบนหลังคาที่พักอาศัยหรืออาคารต่างๆ รับพลังงานแสงเข้ามาเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ก่อนส่งไปยังเครื่องแปลงไฟ (Inverter) เพื่อเปลี่ยนจากไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ แล้วนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้ไปใช้งานต่อไปโดยวางแผนติดตั้งประเดิมที่โรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ มหาชัย จ.สมุทรสาคร และที่จ.ระยอง รวมถึงสโตร์อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ อีก 4แห่งได้แก่ สาขาราชพฤกษ์, สาขาพัทยา, สาขาบางนา, สาขาพระราม 2ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบแล้วว่าทุกแห่งนั้น มียอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเฉลี่ยต่อปีราว264 ล้านบาท ดังนี้

 

สถานที่

จำนวนใช้ไฟหน่วย(kW)

Solar Roof

ผลิตไฟฟ้า(kWp)

บนพื้นที่หลังคา (ตร.ม.)

งบลงทุน
(บาท)

ประหยัดเงินค่าไฟ/ปี (บาท)

โรงงานมหาชัย

18,500,000

2,937.60

18,200

114,566,400.-

13,500,000.-

โรงงานระยอง

9,243,000

1,571.40

9,700

61,284,600.-

7,200,000.-

สาขาราชพฤกษ์

9,000,000

1,117.80

6,900

43,594,200.-

5,100,000.-

สาขาพัทยา

1,800,000

496.80

3,000

19,375,200.-

2,300,000.-

สาขาบางนา

2,5440,000

807.30

5,000

31,484,700.-

3,700,000.-

สาขาพระราม 2

2,070,000

496.80

3,000

19,375,200.-

2,300,000.-

รวม

66,053,000 kWหน่วยหรือ264,212,000 บ.

7,427.70kWp

45,800 ตร.ม.

289,680,300บาท

34,100,000บาท

 

 

เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจบริษัท อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด เผยว่า “จากการประเมินงบประมาณจากการใช้ไฟฟ้า บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ และบริษัทในเครือถือเป็นยอดที่ค่อนข้างสูง แม้จะมีการรณรงค์ประหยัดไฟโดยใช้เท่าที่จำเป็น แต่ปัจจุบันงบการใช้จ่ายไฟยังคงสูงอยู่ เราจึงได้ทำแผนการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการใช้ไฟฟ้าแบบระยะยาว โดยเลือกติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนพลังงานแสงแดดให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งหลายประเทศนิยมใช้ ทั้งอเมริกา ยุโรป เพราะเป็นพลังงานธรรมชาติที่สะอาดและประหยัดด้วย  สามารถติดตั้งได้แบบเสรีและทางภาครัฐยังช่วยสนับสนุนในเรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษี ได้ 88 ล้านบาท(ภายใน 3 ปี)โดยได้เลือกใช้บริการของบริษัทที่ได้รับมาตรฐานสากลซึ่งป็นบริษัทผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farms)ทั้งนี้ มองว่าการลงทุนครั้งนี้จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าและประหยัดเงินได้อย่างมากในระยะยาวโดยเฉพาะส่วนของโรงงานที่มหาชัย และ จ.ระยอง ด้วยกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์แต่ละขั้นตอนที่จะได้เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นต้องอาศัยเครื่องจักรเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้กระแสไฟมากทั้งเครื่องตัดไม้-เจาะไม้, เครื่องติดขอบเฟอร์นิเจอร์, เครื่องดูดฝุ่นจากไม้, เครื่องหลอมเหล็ก รวมถึงเครื่องตัดและเย็บเฟอร์นิเจอร์  รวมถึงหน้าร้านที่เป็นรูปแบบสโตร์สแตนอโลนของเราที่นอกจากการใช้ไฟฟ้ารูปแบบแสงส่องสว่างแล้ว ยังมีจุดการใช้ไฟดาวน์ไลท์หรือสปอร์ตไลท์ที่เพิ่มแสงเงาความสวยงามของ Room Settingตลอดเวลา รวมถึงโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์Power Oneก็เช่นกันทั้งการเปิดทีวีตลอดเวลาหรือการเทสเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดประกอบกับรูปแบบโครงสร้างของสโตร์ที่เป็นลักษณะโปร่งหลังคาสูงจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สถิติการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูงด้วยอย่างไรก็ตามการติดตั้งโซลาร์เซลล์ นอกจากจะคำนึงถึงรายจ่ายค่าไฟที่สูงแล้ว ยังต้องมีปัจจัยเอื้อในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ด้วยทั้งพื้นที่บนหลังคาที่รองรับกับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และเป็นโซนที่สามารถรับแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ คาดว่าอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าเป็นมูลค่า 34 ล้านบาทต่อปีจากเดิม264 ล้านบาทต่อปีหรือคิดเป็น 13% ต่อปี  โดยจุดคุ้มทุนอยู่ในปี 2023 (6 ปี)และภายใน10 ปี (ปี 2027)เชื่อว่าจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 330 ล้านบาท บวกกับในส่วนของโรงงาน 2 แห่ง ที่ทางภาครัฐช่วยสนับสนุนในเรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุน ก็ทำให้เกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วยังลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟตกไฟดับ ในช่วงฤดูร้อนที่มีการจ่ายไฟของการไฟฟ้าได้อีกด้วย  อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟภาครัฐทางอ้อมด้วย

เฟอร์นิเจอร์

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.